ริมน้ำของที่นครพนมแต่หนหลังนั้น เมื่อเสร็จสิ้นงานบุญไหลเรือไฟ ผู้คนก็จะเตรียมทำแปลงผักสารพัดผักริมแม่น้ำ แต่ละซอยจะมีท่าลงน้ำประจำซอยเป็นบันไดไม้ยาวเป็น ๑๐ เมตร ผู้คนในซอยก็จะจับจองที่ขุดแปลงผักกันเกือบทุกหลังคาเรือน ผู้คนก็จะพบกันที่นั่น ตอนเช้า ตอนเย็น ส่วนเด็ก ๆ อย่างพวกเราก็ไปเล่นน้ำ ขณะที่ผู้ใหญ่ไปรดน้ำผัก ก่อนลงอาบน้ำ อาศัยแม่น้ำของเป็นห้องอาบน้ำรวมของตอนเย็น ตอนเช้าเมื่อก่อนดูเหมือนเราไม่ได้อาบน้ำกัน ล้างหน้า แปรงฟัน..รึเปล่านะ.. ล้างก้นเป็นอันเสร็จ

การทำสวนผักนี้ทำกันตั้งแต่หัวเมืองยันท้ายเมืองที่ยาวร่วม ๕  กม.  ตอนเย็น ๆ หลังจากโรงเรียนเลิก แดดร่มลมตก  ไปเล่นน้ำกันดีกว่า... เฮ.... แห่กันไปเป็นพรวน ที่ท่าน้ำ เสียงตะโกนคุยกัน เสียงเอะอะ เจี๊ยวจ๊าวของเด็ก เสียงหัวเราะ เสียงกระโดดน้ำ..ตู้ม.. น้ำแตกกระจาย ... เมื่อแสงอาทิตย์อ่อนลงเสียงก็ค่อย เบาลง เหลือเสียงดุด่าของผู้ใหญ่ถือไม้เรียวไล่ลูกหลานให้ขึ้นจากน้ำ กลัวลูกหลานไม่สบาย เด็กมันไม่รู้จักหนาว แต่พอขึ้นมาจากน้ำ ปากก็ซีดเขียว ตัวสั่น ฟันกระทบกัน กั่บ กั่บ บ้างก็ร้องไห้ระหว่างผู้ใหญ่เช็ดตัวให้ เพิ่งรู้สึกว่า หนาวววววว....ไม่ห่มผ้าให้ซักที....

ภาพเหล่านี้หายไปร่วม ๓๐  ปี ริมน้ำกลายเป็นที่รกร้าง ผู้คนมีงานทำ มีเงินเดือน หาเงินได้เยอะ  คนเลยลืมแปลงผัก ลืมห้องอาบน้ำรวม

ตอนนี้มีหลาย ๆ คนได้หวนมาทำแปลงผักอีก แม้ไม่มากเท่าเดิม ที่ปลูกผักริมน้ำของก็ยังต้อนรับผู้คนอย่างไม่เกี่ยงงอน

บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ ที่ประจำของการเข้าเฝ้าดวงอาทิตย์ของดิฉัน เมื่อมองลงไปข้างล่าง มีแปลงผักที่มีคนง่วนทำงานอยู่หลายแปลงของหลายคน มองดูไกล ๆ  ถ้าจะเป็นคนหนุ่ม เอามัดไพหญ้าคาขนาดใหญ่ออกตากแดดและคัดเอาเฉพาะเส้นที่ยาว ๆ ไว้ถักไพหญ้าไว้ใช้มุงหลังคากันแดดกันฝน

ครู่หนึ่งเห็นคนหนุ่มแจวเรือกลับมาจากยามมอง (การไปตรวจตราดูและเก็บเอาปลาที่มาติดอวนที่ขึงไว้ในน้ำ) ค่อย ๆ เข้าจอดเรือเลียบฝั่ง จากนั้นเขาก็มารดน้ำผัก ดูแลแปลงผักที่เขาปลูก

ภาพของคนหนุ่ม กำยำล่ำสัน นั่งทำงานตอนเช้าตรู่ แสงอาทิตย์สาดต้องตัวอ่อนโยน ลมโชยเป็นระยะ นั่งถอนหญ้า ดูแลผักอย่างใส่ใจและเพลิดเพลิน เก็บผักส่วนหนึ่งไปประกอบกับปลาที่แม่น้ำของเอื้อเฟื้อให้ อาหารสำหรับครอบครัวเช้านี้......ทำให้นึกไม่ออกว่าชีวิตของคนที่มีวิถีแบบนี้ จะเป็นคนเกเร หรือสร้างปัญหาให้กับสังคมหรือครอบครัวอย่างไร เพราะชีวิตมันได้ทำบทบาทของการเป็น ผู้รับ และบทบาทของการเป็น ผู้ให้ จนเป็นวิถีธรรมดาของสามัญชนอที่พึ่งพาอาศัย อยู่ กับธรรมชาติรอบตัว