สุสิมะ พวกอสูรเหล่านี้กำลังพากันมารบกับพวกเทพ ท่านจงไปป้องกันพวกอสูรไว้เถิด

สุสิมสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๒. สุสิมสูตร

ว่าด้วยสุสิมเทพบุตร

             [๒๔๘] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว

             พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า

             “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว พวกอสูรได้รบกับพวกเทพ ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งเรียกสุสิมเทพบุตรมาตรัสว่า ‘สุสิมะ พวกอสูรเหล่านี้กำลังพากันมารบกับพวกเทพ ท่านจงไปป้องกันพวกอสูรไว้เถิด’ สุสิมเทพบุตรรับพระบัญชาของท้าวสักกะจอมเทพแล้วก็เผลอลืมเสีย

             แม้ครั้งที่ ๒ ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งเรียกสุสิมเทพบุตรมาตรัส ฯลฯ แล้วก็เผลอลืมเสีย

             แม้ครั้งที่ ๓ ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งเรียกสุสิมเทพบุตรมาตรัสว่า ‘สุสิมะพวกอสูรเหล่านี้กำลังพากันมารบกับพวกเทพ ท่านจงไปป้องกันพวกอสูรไว้เถิด’

             แม้ครั้งที่ ๓ สุสิมเทพบุตรรับพระบัญชาของท้าวสักกะจอมเทพแล้วก็เผลอลืมเสีย

             ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสกับสุสิมเทพบุตรด้วยคาถาว่า

                          บุคคลไม่ขยัน ไม่พยายาม

                          แต่ประสบความสุขได้ ณ ที่ใด

                          สุสิมะ ท่านจงไป ณ ที่นั้น

                          และจงพาเราไปให้ถึงที่นั้นด้วยเถิด

             สุสิมเทพบุตรกราบทูลว่า

                          บุคคลผู้เกียจคร้าน ไม่ขยัน

                          ทั้งยังไม่ใช้ใครๆ ให้ช่วยทำกิจทั้งหลายอีกด้วย

                          เขาพรั่งพร้อมด้วยกามทุกอย่าง ข้าแต่ท้าวสักกะ

                          ขอพระองค์จงตรัสบอกฐานะอันประเสริฐนั้น

                          แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด

             ท้าวสักกะตรัสว่า

                          บุคคลผู้เกียจคร้าน ไม่ขยัน

                          ประสบความสุขที่สุดได้ ณ ที่ใด

                          สุสิมะ ท่านจงไป ณ ที่นั้น

                          และจงพาเราไปให้ถึงที่นั้นด้วยเถิด

             สุสิมเทพบุตรกราบทูลว่า

                          ข้าแต่ท้าวสักกะ ผู้ประเสริฐกว่าเทพ

                          ข้าพระองค์ทั้งหลายจะพึงได้ความสุขใด

                         โดยไม่ต้องทำการงานเลย ข้าแต่ท้าวสักกะ

                          ขอพระองค์จงตรัสบอกความสุขอันประเสริฐนั้น

                          ที่ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีความคับแค้นใจ

                          แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด

             ท้าวสักกะตรัสว่า

                          ถ้าความสุขจะมีได้โดยไม่ต้องทำการงาน

                          ไม่ว่าในที่ไหนๆ ใครๆ ก็ดำรงชีพอยู่ไม่ได้

                          เพราะนั่นเป็นทางแห่งนิพพาน

                          สุสิมะ ท่านจงไป ณ ที่นั้น

                          และจงพาเราไปให้ถึงที่นั้นด้วยเถิด

             ภิกษุทั้งหลาย ก็ท้าวสักกะจอมเทพนั้นอาศัยผลบุญของพระองค์เป็นอยู่ เสวยราชสมบัติอันมีความเป็นใหญ่ยิ่งด้วยความเป็นใหญ่แห่งเทพชั้นดาวดึงส์ ยังมาพรรณนาคุณแห่งความเพียรคือความขยันได้ ข้อที่พวกเธอบวชในธรรมวินัยที่เรากล่าวไว้ดีแล้วอย่างนี้ ขยันหมั่นเพียร พยายามเพื่อบรรลุมรรคผลที่ยังไม่บรรลุเพื่อได้มรรคผลที่ยังไม่ได้ เพื่อทำให้แจ้งมรรคผลที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง นี้จะพึงงดงามในธรรมวินัยนี้โดยแท้”

สุสิมสูตรที่ ๒ จบ

-------------------------

(สุสิมํ คือ บุตรองค์หนึ่งมีชื่ออย่างนี้ ในระหว่างบุตรพันองค์ของท้าวสักกะ.)