การเรียนรู้จากทุกคน ที่เคยขึ้นมานั่งข้างเรา เรียนรู้จากคนที่รักเรา ว่าเราคู่ควรกับความรักแบบไหน เรียนรู้จากคนที่ทำร้ายเรา ว่าเราควรปกป้องหัวใจตัวเองอย่างไร เรียนรู้จากคนที่จากไป ว่าไม่มีอะไรในชีวิต เป็นของเราตลอดไป

บางคนไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา เขาแค่เปลี่ยนขบวนรถไฟของตัวเอง

มีทฤษฎีหนึ่งที่ผมชอบมาก เขาเรียกมันว่า The Train Station Theory ทฤษฎีสถานีรถไฟของชีวิต

ทฤษฎีนี้บอกว่า ชีวิตของเราก็เหมือนการเดินทางด้วยรถไฟ เราแต่ละคน คือผู้โดยสารคนหนึ่ง ที่ขึ้นรถไฟมาตั้งแต่วันที่เกิด

ระหว่างทาง รถไฟขบวนนี้จะจอดตามสถานีต่างๆ และในทุกสถานีจะมีผู้โดยสารบางคน ก้าวขึ้นมาในชีวิตเรา บางคนขึ้นมานั่งข้างเรา พูดคุยกับเรา หัวเราะกับเรา อยู่เป็นเพื่อนเรา ในช่วงเวลาหนึ่งของการเดินทาง

แต่เชื่อไหมว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะนั่งไปกับเราจนถึงสถานีสุดท้าย บางคนนั่งไปกับเราไกลมาก เหมือนจะไปถึงปลายทางเดียวกัน แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อรถไฟจอดที่สถานีหนึ่ง เขาก็ลุกขึ้น ยิ้มให้เรา แล้วเดินลงไป

โดยที่เรา ไม่มีสิทธิ์ดึงเขาไว้ บางครั้ง สิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่การที่ใครสักคนลงจากรถไฟ 

แต่คือการที่เรา พยายามรั้งคนที่ถึงเวลาต้องลงแล้ว ให้อยู่ต่อไป ทั้งที่ลึกๆ เราก็รู้ว่า นี่ไม่ใช่สถานีของเขาอีกต่อไปแล้ว The Train Station Theory ไม่ได้สอนให้เราเฉยชากับการจากลา แต่มันสอนให้เราเข้าใจว่า การพบกันไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป คนบางคนเข้ามาในชีวิตเรา เพื่อสอนบางอย่าง

สอนให้เรารู้จักรัก สอนให้เรารู้จักระวัง สอนให้เรารู้จักคุณค่าของตัวเอง หรือบางครั้งสอนให้เรารู้ว่า เราไม่ควรยอมให้ใครทำร้ายหัวใจอีก แม้เขาจะอยู่แค่ไม่กี่สถานี แต่บทเรียนที่เขาทิ้งไว้ อาจอยู่กับเราตลอดชีวิต บางทีเราอาจเคยเสียใจ กับการที่ใครบางคนลงจากรถไฟของเรา

เราถามตัวเองว่า ทำไมเขาไม่ไปต่อกับเรา ทำไมเขาไม่เลือกปลายทางเดียวกัน แต่ความจริงข้อหนึ่งคือ ไม่จำเป็นที่ผู้โดยสารทุกคน จะต้องลงเอยที่สถานีเดียวกัน เขามีเส้นทางของเขา เราก็มีเส้นทางของเรา 

และสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การทำให้ทุกคนอยู่กับเราให้นานที่สุด

แต่คือการเรียนรู้จากทุกคน ที่เคยขึ้นมานั่งข้างเรา เรียนรู้จากคนที่รักเรา ว่าเราคู่ควรกับความรักแบบไหน เรียนรู้จากคนที่ทำร้ายเรา ว่าเราควรปกป้องหัวใจตัวเองอย่างไร เรียนรู้จากคนที่จากไป ว่าไม่มีอะไรในชีวิต เป็นของเราตลอดไป

โตขึ้นจึงรู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่มีการจากลา แต่คือความสัมพันธ์ ที่แม้ต้องแยกจาก เราก็ยังขอบคุณได้ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้นั่งรถไฟขบวนเดียวกัน เพราะที่สุดแล้ว ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน ว่าใครจะมีคนอยู่ข้างๆ นานที่สุด

แต่คือการเดินทาง ที่เรารู้จักเคารพเส้นทางของคนอื่น ในขณะที่ไม่ลืมเส้นทางของตัวเอง หากวันนี้มีใครบางคน กำลังเดินลงจากรถไฟของชีวิตคุณ อย่ารีบโทษตัวเอง อย่ารีบคิดว่าการจากลานั้นคือความล้มเหลว

บางครั้ง มันแค่หมายความว่าถึงเวลาที่เขาต้องไปต่อในเส้นทางของเขา และถึงเวลาที่เราต้องเดินทางต่อ ในเส้นทางของเราเช่นกัน จำไว้นะไม่ใช่ทุกคน ที่ถูกส่งมาเพื่ออยู่กับเราตลอดทาง

แต่ทุกคนถูกส่งมา เพื่อสอนบางอย่างกับเรา และเมื่อถึงสถานีหนึ่งที่ใครบางคนต้องลง สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ไม่ใช่การร้องขอให้เขาอยู่ แต่คือ การยิ้มให้เขาเบาๆ

แล้วพูดกับตัวเองในใจว่า ขอบคุณนะ ที่ครั้งหนึ่ง เราเคยนั่งรถไฟขบวนเดียวกัน….!!!!