เมื่อคิดจะทำโคกหนองนา มันก็ต้องลงทุน เพราะเรื่องแบบนี้มิใช่ของง่ายเลย แม้จะมีใจรักก็ตาม ตอนนั้นเงินมีน้อย พอเอามากองรวมกันจนหมดหน้าตัก ได้ที่ดินเพียง ๔ ไร่เท่านั้น แต่ก็ดีใจจนเนื้อเต้น

ครัวใหม่ในโคกหนองนา   

          “สวนป่าเพชรสุวรรณ”ของผม เริ่มต้นซื้อที่ดินในปี ๒๕๖๒ สำหรับซักซ้อมชีวิตก่อนเกษียณราชการ ทดลองงานเพื่อมิให้ตนเองและครอบครัวต้องเกิดภาวะวิกฤต เมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว

          แน่นอนที่สุดในตอนนั้น ผมยึดมั่นอยู่เสมอ ในเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นครู ว่าเกิดเป็นคนชั้นครู ทำอะไรก็ต้องวางแผนเสียก่อน ในแบบที่พอเพียงจริงๆ ทั้งวิธีคิดและวิธีทำ เพื่อไม่ให้ชีวิตมีปัญหา

          เมื่อคิดจะทำโคกหนองนา มันก็ต้องลงทุน เพราะเรื่องแบบนี้มิใช่ของง่ายเลย แม้จะมีใจรักก็ตาม ตอนนั้นเงินมีน้อย พอเอามากองรวมกันจนหมดหน้าตัก ได้ที่ดินเพียง ๔ ไร่เท่านั้น แต่ก็ดีใจจนเนื้อเต้น

          จึงตั้งชื่อเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกันว่า “เพชรสุวรรณ” นำคำหน้าของนามสกุลของเราสองคนมาชนกัน คล้ายกับว่าเป็นคำสมาส ระหว่าง”เพชรศรีจันทร์” กับ “สุวรรณผา” จึงเป็นชื่อโคกหนองนามาถึงทุกวันนี้

          ๗ ปีผ่านไป ดูทีท่าว่าฐานะจะดีมีหน้ามีตาในสังคมมากขึ้น ก็ไม่แปลกใจแต่อย่างใด ทั้งเพชรและทอง (สุวรรณ) มาอยู่รวมกันบนป้าย คงเป็นอื่นไปไม่ได้แน่นอน แต่ก็คงไปไม่ถึงคำว่า รวยไม่ไหวแล้ว...

          เริ่มสร้างบ้านในที่ดินผืนนี้ในปี ๒๕๖๔ มีจุดประสงค์หลักเพื่อพักผ่อน หลบลมร้อนและฟ้าฝน ในวันที่มาเพาะปลูกกล้าไม้ให้เป็นสวนป่า แต่ทว่าไม่เคยเลยสักวันจะได้พักค้างคืน เพราะมีบ้านในทุ่งดินดำรีสอร์ตอยู่แล้ว

          พอใกล้เกษียณก็พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ลงตัวทั้ง รั้ว ถนน ระบบน้ำ ไฟฟ้า และอินเตอร์เน็ต ตลอดจนจัดหาบ้านน็อคดาวน์ เพื่อรับรองแขกและญาติมิตร รวมทั้งลูกชายและลูกสะใภ้ที่เป็นครู

          เขาทั้งสองอยู่บ้านพักครู ห่างจากโคกหนองนาเพียง  ๔๐๐ เมตร จึงช่วยเป็นกำลังหลักที่สำคัญในการดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ สิ่งแวดล้อมและแหล่งพักพิง ให้เจริญเติบโตไปพร้อมๆกัน

          ในวันที่ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี ๒๕๖๗ ลูกชายต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงาน เดินเข้าสู่สายงานผู้บริหาร ก็ต้องออกจากบ้านพักครูมาสร้างบ้านของตนเอง เพื่อความมั่นคงและสง่างาม

          โคกหนองนาสวนป่าเพชรสุวรรณ จึงกลายเป็น “บ้านสามหลัง” ที่ช่วยสร้างความรักความอบอุ่น สร้างการเรียนรู้ให้คุ้นเคยกับคำว่าครอบครัว “เกษตรกร”อย่างจริงจังและตั้งใจมากขึ้นกว่าเดิม

          รั้วที่รายล้อมต้นไม้ สระน้ำลึก และคลองไส้ไก่ มองดูก็คล้ายบังเกอร์หรือหลุมหลบภัย ยิ่งมีบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะสร้างความปลอดภัยให้ภูมิคุ้มกันที่ถาวรมากขึ้นเป็นลำดับ

          มองกี่ครั้งก็จะเข้าข้างตัวเองตลอดว่านี่มันรีสอร์ตชัดๆ แต่เป็นที่พักของครอบครัว ไม่เน้นธุรกิจ ไม่คิดค้ากำไร แต่มุ่งเน้นให้เป็นแหล่งเรียนรู้ อุ้มชูสู่สังคมอุดมปัญญา และพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ชุมชนควบคู่กันไป

          ดูเหมือนจะคิดการใหญ่ แต่ต้องทำไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก เพราะทุกคนมีงานประจำที่ต้องทำอีกมากมาย

          ปีนี้หายจากอาการเหน็ดเหนื่อยและเมื่อยล้ากันแล้ว เมษาพาเพลินจึงเดินงานต่อก่อ “ครัวใหม่” เปลี่ยนแปลงบ้านหลังแรกให้มีมุมใช้สอยในแบบอเนกประสงค์มากขึ้น

          งานหลักๆที่ต้องทำอย่างแรกก็คือการปูกระเบื้องให้ดูสะอาด เรียบร้อย สวยงามและกว้างขวาง

          เสร็จแล้วจึงวางข้าวของเครื่องใช้ได้ตามอัธยาศัย ครัวใหม่ในโคกหนองนา พัฒนาจนแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือที่มาที่ไป บันทึกไว้ในความทรงจำ กับคำว่า “เกษียณสำราญ” เป็นเช่นนี้นี่เอง

          สุดท้ายลูกชายถามว่า.. เสร็จแล้วทำอะไรต่อดีครับ

          ทำบุญบ้านเลยสิ รอไร อุทิศบุญกุศลให้เจ้าของที่ดินและเจ้ากรรมนายเวร พวกเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดโปร่งโล่งใจ ก้าวเดินไปในทิศทางใด..จะได้สมความปรารถนา

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๓๐  เมษายน  ๒๕๖๙