ผมถามสหายเอไอว่า  “ASU - Arizona State University ดำเนินการโดยมี impact on society เป็น university's DNA อย่างไรบ้าง  ก่อผลกระทบอะไรบ้างต่อ นศ./บัณฑิต ต่อ ASU  และต่อประเทศ”   ขอนำคำตอบของ Gemini  และ DeepSeek มาลงไว้ดังต่อไปนี้ 

 

Gemini

การที่ Arizona State University (ASU) นำเรื่อง "ผลกระทบต่อสังคม (Impact on Society)" มาเป็น DNA ของสถาบันนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่นโยบายลอยๆ แต่ถูกบัญญัติไว้เป็น "ธรรมนูญของมหาวิทยาลัย (The ASU Charter)" อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2014 ภายใต้การนำของอธิการบดี Michael Crow ผู้พลิกโฉม ASU สู่การเป็นโมเดล "มหาวิทยาลัยอเมริกันยุคใหม่" (New American University)

หัวใจสำคัญใน DNA ของ ASU คือประโยคที่ว่า:

"ASU เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของรัฐที่วัดความสำเร็จ 'ไม่ใช่จากคนที่มหาวิทยาลัยคัดออก แต่ดูจากคนที่มหาวิทยาลัยรับเข้ามาและทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ' มุ่งเน้นงานวิจัยที่มีคุณค่าต่อสาธารณะ และ 'รับผิดชอบอย่างลึกซึ้งต่อสุขภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และภาพรวมของชุมชนที่มหาวิทยาลัยรับใช้'"

การเปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก "หอคอยงาช้างที่คัดเฉพาะคนเก่ง (Exclusivity)" มาเป็น "สถาบันที่ครอบคลุมและรับผิดชอบต่อสังคม (Inclusivity & Social Responsibility)" สร้างผลกระทบใน 3 มิติ ดังนี้ครับ:

1. ผลกระทบต่อนักศึกษาและบัณฑิต (Impact on Students / Graduates)

  • โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียม (Radical Access): ASU ทลายกำแพงการสอบแข่งขันที่กีดกันคนออกไป โดยเปิดรับนักศึกษาทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้น้อย ชนกลุ่มน้อย หรือนักศึกษาออนไลน์ระดับโลก     ทำให้ปัจจุบัน ASU มีนักศึกษารวมกว่า 170,000 คน โดยที่ยังคงรักษามาตรฐานวิชาการระดับสูงไว้ได้
  • เรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหาจริง (Problem-Based Learning): นักศึกษาไม่ได้เรียนแค่ทฤษฎี แต่ถูกบ่มเพาะให้สร้างผลกระทบทางสังคมตั้งแต่ยังเรียนอยู่ (Social Embeddedness) เช่น โครงการ SolarSPELL ที่นักศึกษาและอาจารย์ร่วมกันสร้างห้องสมุดดิจิทัลพลังงานแสงอาทิตย์แบบออฟไลน์ เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่ห่างไกลทั่วโลก รวมถึงทวีปแอฟริกาและแปซิฟิก
  • ทักษะแห่งอนาคตและการเป็นนวัตกร: บัณฑิตของ ASU ถูกปลูกฝังแนวคิดแบบสหวิทยาการ (Interdisciplinary) และการเป็นผู้ประกอบการที่รับผิดชอบต่อสังคม    ทำให้จบออกไปเป็นบุคลากรที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการสูง

2. ผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย (Impact on ASU)

  • ครองแชมป์เบอร์ 1 ด้านนวัตกรรม: การเอา "ปัญหาของสังคม" เป็นตัวตั้งในการทำงาน ทำให้ ASU ได้รับการจัดอันดับจาก U.S. News & World Report ให้เป็น "มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ด้านนวัตกรรมของสหรัฐอเมริกา" (No. 1 in Innovation) ติดต่อกันหลายปีซ้อน แซงหน้าสถาบันระดับตำนานอย่าง MIT และ Stanford
  • ผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืน (SDGs): ASU ติดอันดับ Top 10 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาจากการจัดอันดับ Times Higher Education (THE) Impact Rankings ซึ่งวัดผลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
  • เงินทุนวิจัยที่พุ่งสูงขึ้น: การเน้นทำวิจัยแบบ "Use-Inspired Research" (งานวิจัยที่มุ่งเป้าเพื่อใช้งานจริงและแก้ปัญหาใหญ่ของโลก ไม่ใช่แค่ตีพิมพ์) ทำให้ ASU ดึงดูดเงินทุนสนับสนุนการวิจัยได้มหาศาลกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

3. ผลกระทบต่อประเทศและสังคม (Impact on Country and Society)

  • เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Economic Driver): ASU ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจในรัฐแอริโซนาและระดับชาติ ผ่านการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม การผลักดันสตาร์ทอัพ และการผลิตกำลังคนที่มีทักษะสูงเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และวิศวกรรมการแพทย์)
  • แก้ปัญหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม: มหาวิทยาลัยริเริ่มโครงการระดับชาติ เช่น การตั้ง "ต้นแบบศูนย์การแพทย์เพื่อโลก (Prototype medical center for the planet)" โครงการ Food Is Medicine และการตั้งศูนย์ล้ำหน้าด้านความยั่งยืน (Global Institute of Sustainability) เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ยกระดับกำลังคนทั้งประเทศผ่านเทคโนโลยี: ASU สร้างแพลตฟอร์ม Universal Learner ที่อนุญาตให้คนวัยทำงาน หรือแม้แต่เด็กมัธยม สามารถเข้ามาเรียนเก็บหน่วยกิตออนไลน์และ Reskill ตัวเองได้ตลอดเวลา ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของสหรัฐอเมริกาในเวทีโลก

สรุป:    ASU ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า มหาวิทยาลัยชั้นนำไม่จำเป็นต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่ "หยิ่งยโสและเข้าถึงยาก" เสมอไป แต่ความยิ่งใหญ่และชื่อเสียงระดับโลก (Excellence) สามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กับการเปิดกว้าง (Access) และการอุทิศตนเพื่อแก้ปัญหาให้ประเทศและสังคม (Impact) 

 

DeepSeek

Arizona State University (ASU) ได้สร้างนิยามใหม่ของมหาวิทยาลัยวิจัยระดับแนวหน้าด้วยการนำ "ผลกระทบต่อสังคม" (Impact on Society) มาขับเคลื่อนเป็นดีเอ็นเอหลักของสถาบัน     ซึ่งแตกต่างจากมหาวิทยาลัยแบบดั้งเดิมที่มุ่งเน้นเพียงความเป็นเลิศทางวิชาการเพียงอย่างเดียว     ภายใต้การนำของอธิการบดี Michael M. Crow ASU ได้พัฒนาโมเดล "New American University" ที่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึง ความเป็นเลิศ และผลกระทบในระดับสากลควบคู่กันไป 

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละระดับ:

 ผลกระทบต่อสังคมโดยรวม    ASU ยึดมั่นในการใช้ความรู้และนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของสังคม โดยผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไม่เพียงถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ แต่ถูกนำไปใช้จริงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประเทศ

  • ด้านสุขภาพและการแพทย์แม่นยำ   ASU เป็นผู้นำด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น   ตัวอย่างเช่น สถาบัน Biodesign ได้พัฒนา biomarkers สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งในช่องปากระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจน้ำลายและเลือด โดยได้รับทุนสนับสนุน 4.8 ล้านดอลลาร์จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด มีค่าใช้จ่ายต่ำ และช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ     นอกจากนี้ ASU ยังพัฒนาเครื่องมือ AI เช่น HLA-Inception เพื่อทำนายการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคและมะเร็งได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว นำไปสู่การพัฒนาวัคซีนและการรักษาเฉพาะบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูง 
  • ความมั่นคงและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี**: ASU ได้รับทุนสนับสนุนมูลค่ารวม 31.2 ล้านดอลลาร์จากหน่วยงานความพร้อมทางการแพทย์ของสหรัฐฯ (BARDA) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีตรวจวัดปริมาณรังสีสะสมในเลือดอย่างรวดเร็วและอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับภัยคุกคามทางนิวเคลียร์หรือเหตุการณ์รังสีรั่วไหลในวงกว้าง  นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่ได้รับทุนจาก DARPA ในการใช้ AI วิเคราะห์ลมหายใจเพื่อตรวจจับความเหนื่อยล้าของมนุษย์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในภารกิจทางทหารและการขนส่งระยะไกล 
  • การสร้างความเป็นธรรมทางสังคมและจริยธรรม**: ASU มุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้มีรายได้น้อย แม้รัฐแอริโซนาจะมีข้อห้ามการใช้เชื้อชาติเป็นเกณฑ์ในการรับสมัครนักศึกษา แต่ ASU ก็สามารถเพิ่มจำนวนนักศึกษาผิวดำขึ้นถึง 120% ในทศวรรษที่ผ่านมา ผ่านโครงการรับสมัครแบบ "Earned Admissions" และ "Guaranteed Admissions" ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมปลายและผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้วได้พิสูจน์ความสามารถของตนเองและมีเส้นทางสู่การศึกษาที่ชัดเจน  ปัจจุบัน นักศึกษาเกือบ 1 ใน 3 ของ ASU ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
  • ในด้านจริยธรรม ASU ได้เรียนรู้จากอดีตที่เจ็บปวดในคดี Havasupai Tribe เพื่อพลิกฟื้นสู่การเป็นผู้นำด้าน "Data Sovereignty" หรืออำนาจอธิปไตยเหนือข้อมูล โดยปัจจุบัน ASU มีนักวิชาการชนพื้นเมืองอย่าง Dr. Crystal Tsoi ซึ่งเป็นนักพันธุศาสตร์มนุษย์ชนพื้นเมืองคนแรกของมหาวิทยาลัย ที่ทำงานเพื่อให้ชุมชนพื้นเมืองมีสิทธิ์ในการควบคุมข้อมูลทางพันธุกรรมของตนเองและได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมจากงานวิจัย

 ผลกระทบต่อนักศึกษาและบัณฑิต    ผลกระทบต่อนักศึกษามีความชัดเจนและวัดผลได้ โดยเฉพาะในด้านความพร้อมในการทำงานและรายได้หลังสำเร็จการศึกษา

  • การันตีการมีงานทำ**: ASU ติดอันดับ 2 ของมหาวิทยาลัยรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพในการจ้างงานสูงสุด รองจาก UC Berkeley และอยู่อันดับ 14 ของประเทศ  บัณฑิตของ ASU เป็นที่ต้องการของบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น Amazon, Intel, TSMC, Deloitte, Boeing และหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) 
  • ผลตอบแทนทางการเงินที่สูง: ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า 73% ของบัณฑิตใหม่จาก Fulton Schools of Engineering มีงานทำหรือศึกษาต่อภายใน 6 เดือน โดยมีรายได้เฉลี่ย (Median Salary) สูงถึง 95,000 ดอลลาร์ต่อปี 
  • โอกาสการฝึกงานจริง**: นักศึกษามากกว่า 59% มีส่วนร่วมในการวิจัยทางคลินิก หรือการฝึกงานกับบริษัทชั้นนำ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขามี "เครือข่าย" และประสบการณ์จริงก่อนจบการศึกษา  ตัวอย่างเช่น นักศึกษาจาก W. P. Carey School of Business สามารถฝึกงานกับ Walmart และ Google และวิเคราะห์ข้อมูลให้กับ Netflix และ Intel 

 ผลกระทบต่อ ASU ในฐานะสถาบัน    การดำเนินงานโดยยึดผลกระทบต่อสังคมเป็นหลักได้ทำให้ ASU เติบโตและเป็นที่ยอมรับในระดับแนวหน้าของโลก

  • การเติบโตด้านงานวิจัย: ASU ก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของสหรัฐฯ โดยมียอดใช้จ่ายด้านวิจัย (Research Expenditures) เกิน 1,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่านับตั้งแต่ปี 2002 ทำให้ ASU ติดอันดับ 1 ใน 4% ของสถาบันวิจัยที่ดีที่สุดในประเทศ 
  • การยอมรับในระดับนานาชาติ: ASU ได้รับการจัดอันดับเป็น อันดับ 1 ในสหรัฐฯ ด้านนวัตกรรม (Innovation) ติดต่อกัน 11 ปี    และเป็นอันดับ 1 ของโลกด้านผลกระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ติดต่อกัน 6 ปี     ความสำเร็จนี้ส่งผลให้ ASU ได้รับเชิญให้เข้าร่วม Association of American Universities (AAU) ซึ่งเป็นสมาคมของมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของทวีปอเมริกาเหนือ 
  • การขยายโมเดลสู่ระดับโลก: ASU ไม่ได้จำกัดผลกระทบไว้เพียงในสหรัฐฯ แต่กำลังส่งออกโมเดลการศึกษาไปยังต่างประเทศ เช่น ความร่วมมือกับประเทศคาซัคสถานเพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยอย่าง InnoTech University และ International Honors College ซึ่งออกแบบหลักสูตรและพัฒนาคณาจารย์โดย ASU เพื่อสร้างกำลังคนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในภูมิภาคเอเชียกลาง

 

 ผลกระทบต่อประเทศ (สหรัฐอเมริกา และ รัฐแอริโซนา)    ผลกระทบดังกล่าวได้หล่อหลอมให้ ASU เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของรัฐและประเทศ

  • พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ: บัณฑิต ASU มากกว่า 300,000 คนที่ทำงานอยู่ในรัฐแอริโซนา สร้างรายได้รวมประมาณ 22,400 ล้านดอลลาร์ ในปี 2022    ซึ่งนำไปสู่การจ่ายภาษีทั้งในระดับรัฐและท้องถิ่นสูงถึง 1,700 ล้านดอลลาร์    นอกจากนี้ ความร่วมมือกับบริษัทระดับโลกอย่าง TSMC (ผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่) ในการสร้างโรงงานในรัฐแอริโซนา ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากบุคลากรที่มีทักษะสูงจาก ASU ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน เซมิคอนดักเตอร์ ของสหรัฐฯ 
  • การเป็นแบบอย่างของการปฏิรูปอุดมศึกษา: ASU กลายเป็นต้นแบบให้กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในการพิสูจน์ว่า "Access" (การเข้าถึง) และ "Excellence" (ความเป็นเลิศ) สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง โมเดลของ ASU ถูกอ้างอิงในการอภิปรายระดับชาติเกี่ยวกับอนาคตของอุดมศึกษาของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในด้านการสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยสรุป ASU ไม่ได้เป็นเพียงมหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบต่อสังคม แต่ได้สร้างระบบนิเวศที่การแก้ปัญหาให้สังคมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งต่อตัวนักศึกษา สถาบัน และประเทศชาติอย่างแท้จริง

 

นี่คือตัวอย่างของการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย อย่างเป็นรูปธรรม   ที่ UNESCO เสนอหลักการไว้ในข้อเสนอ Transforming Higher Education : Global Collaboration on Visioning and Action   ในบันทึกต่อไป จะเสนอกรณีตัวอย่างมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ในสหราชอาณาจักร

วิจารณ์ พานิช

๒๒ มี.ค. ๖๙