รถคู่ใจของเธอคันนี้ จอดนิ่งสนิทยาวนาน หายใจรวยรินเหมือนคนสูงวัยที่อ่อนระโหยโรยแรง... ๓๘ ปีที่ผ่านมา ได้ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เหมือนเป็นเพื่อนคู่คิดเป็นมิตรในยามยาก ผ่านความยากลำบากมากับครอบครัวของเรา

รถคันแรกของครอบครัว

          เรื่องที่ต้องเล่าขาน อย่างยาวนานยิ่งกว่าซีรีส์ ที่ว่าด้วยรถคู่ทุกข์คู่ยาก จากจุดเริ่มต้นเมื่อพ.ศ.๒๕๒๙ กับวิถีชีวิตของครูบ้านนอก อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ถิ่นอีสานใต้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นฟุ้ง เพราะถนนลูกรัง

          ครูบังอร..ภรรยาของผม ได้เก็บหอมรอมริบอยู่ ๒ ปี พอมีเงินครบ ๒๘,๐๐๐ บาท ก็กลับบ้านที่กรุงเทพฯ เพื่อซื้อรถมอเตอร์ไซค์ในฝันชื่อ “ฮอนด้าดรีม” สีเปลือกมังคุด จากนั้นได้นำรถขึ้นรถไฟกลับไปบ้านพักครู

          เธอเล่าให้ฟัง ว่าจำวันเกิดของรถไม่ได้ รู้แต่ว่าเดือนตุลาคม ๒๕๓๑ ที่คลอดฮอนด้าดรีม รุ่นที่ ๒ ออกมา ใกล้เคียงกับฮอนด้าดรีมรุ่นคุรุสภา(สีขาว) เธออยากซื้อเงินสดมากกว่า เพราะขี้เกียจผ่อน

          ตอนนั้น ผมผู้เป็นคนรักของเธอ เป็นครูซี ๓ ที่ อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ไม่ห่างไกลกันมากนัก บางครั้งผมก็ใช้รถจักรยานสีแดงปั่นไปหาเธอ บางวันก็ขอยืมรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อคาวาซากิของครูใหญ่ 

          รถของครูใหญ่คันใหญ่แบบมีคลัตช์ บิดแต่ละทีรถจะพุ่งแรงมาก ก็ไม่รู้ว่าผมขับไปหาเธอได้ยังไง ไม่เคยล้มเลย 

          วันไหนที่ผมต้องนั่งรถประจำทาง เธอจะมารับผมที่อ.สังขะ และขอขับมอเตอร์ไซค์เอง เธอบอกว่าถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ เดี๋ยวผมจะพาเธอล้ม ผมจึงรู้ตั้งแต่วันนั้นว่าเธอถนอมรถคันนี้มากขนาดไหน

          เราแต่งงานกันปี ๒๕๓๒ และย้ายจากอีสานใต้ในปี ๒๕๓๓ มาอยู่ที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ที่ร.ร.บ้านบนเขาแก่งเรียง ร.ร.ที่โด่งดังระดับประเทศในยุคนั้น แต่เส้นทางบนภูเขาช่างทุรกันดารเสียเหลือเกิน 

          จากเขื่อนศรีนครินทร์ขึ้นไปบนเขาอีก ๑๐ กม.เส้นทางขรุขระและคดเคี้ยว มีร่องน้ำลึกและก้อนหินระเกะระกะ เป็นที่หวาดเสียวทุกครั้งที่ต้องเดินทางขึ้นลงในช่วงเย็นของวันศุกร์

          ผมทำงานอยู่บนอำเภอ (สปอ.) บางครั้งก็ต้องขอใช้รถเธอบ้าง ใช้อยู่ไม่กี่ครั้งก็ต้องถอดใจ ในวันที่ผมต้องขับรถลงจาก “เขาตับเต่า” รถลื่นไถลตรงทางโค้งหักศอก โชคดีที่ไม่มีรถวิ่งตามมา และทั้งคนทั้งรถไม่เป็นอะไรมาก

          จึงเป็นจุดพลิกผัน ให้ผมต้องตัดสินใจซื้อรถยนต์เป็นของตนเอง เพื่อครอบครัวและเพื่อหน้าที่การงาน

          ผมย้ายหลายครั้ง จากศึกษานิเทศก์ ไปเป็นผช.ผอ.รร., เป็นอาจารย์ใหญ่ และผอ.รร. เธอก็ขับฮอนด้าดรีมสีเปลือกมังคุดติดตามผมไปตลอด จนเราสองคนได้มาปักหลักอยู่ที่ อ.เลาขวัญ (อีสานภาคกลาง)

          เธอจึงส่งต่อรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดให้ลูกชายทั้งสอง เพื่อใช้เรียนหนังสือและเช่าบ้านอยู่ในเมืองสุพรรณบุรี 

          ลูกชายบอกว่า รถขับดีไม่มีรวน ใช้ขับไปกินข้าว ไปดูหนัง ไปเที่ยววัดวาอารามในเมืองและนอกเมือง ได้ขับมอเตอร์ไซค์อยู่ตลอด ผู้เป็นแม่ก็เลยเป็นห่วง คราวนี้ไม่ได้ห่วงรถ แต่เริ่มจะห่วงคนมากกว่า

          พอลูกชายเรียนจบ ได้เป็นครูและอยู่พักอาศัยที่ “โคกหนองนา” ฮอนด้าดรีมก็กลายสภาพเป็นมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง(ซาเล้ง) เพื่อบรรทุกต้นไม้และปุ๋ยหมัก รถถูกใช้ให้ทำงานหนักแทบไม่ได้พักได้ผ่อนกันเลยทีเดียว

          ๒ ปีกว่าแล้ว...ที่รถคู่ใจของเธอคันนี้ จอดนิ่งสนิทยาวนาน หายใจรวยรินเหมือนคนสูงวัยที่อ่อนระโหยโรยแรง... ๓๘ ปีที่ผ่านมา ได้ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เหมือนเป็นเพื่อนคู่คิดเป็นมิตรในยามยาก ผ่านความยากลำบากมากับครอบครัวของเรา

          จึงขอตอบแทนคุณงามความดีของรถและของคนอันเป็นที่รัก ด้วยการปรับโฉมฮอนด้าดรีมคันเก่า ให้กลับมาหวานแหววใหม่...ไม่ลืมที่จะใส่ใจและขอบคุณทั้งรถและคน ที่ร่วมทุกร่วมสุขกันมาจนถึงทุกวันนี้

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๘  เมษายน ๒๕๖๙