
ใครจะไปเชื่อว่าความบังเอิญในบ้านจะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเยอะขนาดนี้ เรื่องของเรื่องคือที่บ้านมีต้นการบูรอยู่ต้นหนึ่ง สารภาพตามตรงเลยว่าตอนแรกปลูกไว้เล่นๆ แค่อยากได้ร่มเงากับกลิ่นหอมเย็นๆ เวลาเดินผ่าน และเป็นไม้หายาก ไม่ได้มีความรู้เรื่องสมุนไพรหรือวิถีชีวิตแมลงอะไรลึกซึ้งเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ปรากฏว่าต้นการบูรต้นนี้แหละ กลายเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าของเพื่อนบ้านตัวจิ๋วอย่าง “ชันโรงอิตาม่า” (Itama) ไปเสียได้ ตอนนี้เจ้าอิตาม่ามาจับจองพื้นที่สร้างรังอยู่ใต้ฝ้าเพดานโรงรถบ้านเราแบบถาวรเลย
แวบแรกที่เห็นปากทางเข้ารังของเขา ก็แอบแปลกใจเพราะมันดูไม่เหมือนท่อกลมๆ เล็กๆ ของชันโรงขนเงินที่เราเคยเห็นทั่วไป แต่อิตาม่าจะมีสไตล์สถาปัตยกรรมเฉพาะตัว คือทำปากทางเข้าเป็นรูปแตรหรือรูปท่อที่ดูอลังการและกว้างกว่าท่อเล็กๆ ของชันโรงขนเงินมาก เพราะอิตาม่าตัวใหญ่กว่า ขาสปริงยาว ทำให้บินได้เร็วและไกลกว่ามากขนเงิน (Silver-haired)
ซึ่งปากทางเข้าสวยๆ แบบนี้ อิตาม่าก็ได้วัสดุมาจากน้ำยางต้นไม้รอบข้างนั่นแหละ โดยเฉพาะยางจากการบูรที่มีสารหอมระเหยช่วยฆ่าเชื้อโรคและพรางกลิ่นรังจากศัตรูได้ดีเยี่ยม เรียกว่าเลือกทำเลได้ฉลาดสุดๆ เพราะอยู่ใต้ฝ้าที่แห้งสนิท มีอากาศถ่ายเทและมีความปลอดภัยจากศัตรูภาคพื้นดิน แถมยังใกล้ต้นการบูรแค่ไม่กี่เมตรเอง
พอได้ลองไปค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ถึงได้รู้ว่า “ชัน” หรือพรอพอลิส” (Propolis) หรือขี้ชันที่พวกชันโรงไปรวบรวมยางไม้มาพอกไว้เนี่ย คนโบราณท่านนับถือเป็นของดีและหายากเลยทีเดียว
ในตำรายาสมัยก่อนเอาขี้ชันมาใช้ทำยาพอกแผล ช่วยสมานผิวกันการอักเสบ หรือเอามาผสมทำยาดมยาหม่องแก้ฟกช้ำดำเขียว เพราะชันโรงเขาฉลาดมาก เขาจะไปคัดสรรยางไม้ดีๆ มากลั่นกรองและผสมกับไขผึ้งจนกลายเป็นสารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ทางยาให้เราเสร็จสรรพ กลายเป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาแต่โบราณ
อิตาม่าเป็นสายพันธุ์ที่สร้างรังใหญ่ มีถ้วยน้ำหวานเยอะ ฝ้าเพดานจึงมีพื้นที่ให้เขาขยาย “อสังหาริมทรัพย์” ได้เต็มที่ ทำเงินได้มากทีเดียว แต่เก็บน้ำผึ้งใต้ฝ้าไม่ได้นะซิ อดเก็บค่าเช่าบ้านเลยเรา