ตอนที่ ๑    ตอนที่ ๒ 

PMAC 2027 2nd  Preparatory Meeting จัดที่ โอกินาวา ระหว่างวันที่ ๒๕ - ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย JICA เป็นเจ้าภาพ     เราจึงออกเดินทางไปโอกินาวา ในวันอังคาร ที่ ๒๔ มีนาคม โดยสายการบิน แอร์เอเซีย   เป็นครั้งแรกที่ผมใช้สายการบินนี้บินออกนอกประเทศ    และเป็นครั้งแรกที่ผมไปโอกินาวา   

เช้าวันที่ ๒๔ มีนาคม ผมนั่งแท็กซี่ออกจากบ้านเวลา ๔.๔๕ น.   ไปถึงสนามบินดอนเมืองเวลา ๕.๑๕ น. ป้ายบอกจุดเช็กอินยังอยู่ที่เวลา ๘.๑๕ น. เป็นเวลานาน    โดยที่เที่ยวบิน FD 240 ออกเวลา ๘.๓๐ น.   

ผมนั่งรอ อ่านหนังสือใน Kindle เล่มที่เพิ่งซื้อเมื่อวาน   จนเบื่อ นึกขึ้นได้ว่าต้องไปแลกเงินเยน จึงเดินไปแลกที่เคาน์เตอร์ไทยพาณิชย์ ๓๐,๐๐๐ เยน เป็นเงินไทย ๖,๘๐๗ บาท   เท่ากับอัตราแลกเปลี่ยน ๔.๔ เยน ต่อ ๑ บาท   เงินบาทของเราอ่อนค่าลงไปมาก   

แลกเงินเสร็จ เดินไปเดินมาดูลาดเลาว่าจะหาทางเช็กอินโดยไม่ต้องรอ   จนมาพบท่านคณบดีรามาฯ ศ. นพ. อาทิตย์ อังกานนท์  ท่านแนะนำให้เอารหัสในบัตรโดยสารที่ได้รับมาออนไลน์ เอาไปขอบัตรขึ้นเครื่องจากตู้อัตโนมัติ   ที่สาวพนักงานแอร์เอเซียช่วยทำให้รวดเร็วดังใจ   แล้วเอากระเป๋าไปโหลดที่เคาน์เตอร์ติดป้ายกระเป๋า    พบว่ากระเป๋าของผมน้ำหนักไม่ถึง ๑๐ กก.   จากนั้นเอากระเป๋าไปขึ้นสายพาน เป็นอันจบ    เดินไปผ่านการตรวจความปลอดภัย   และตรวจคนออกจากเมืองระบบอัตโนมัติ   เวลาราวๆ ๖ น. ผมก็ไปนั่งปร๋อที่ Coral Lounge   โดยใช้บัตร Priority Pass ที่ได้รับจากธนาคารไทยพาณิชย์      

นั่งทำงานเตรียมไปประชุม  และกินอาหารเช้าแบบอาหารสุขภาพ  ตามด้วยยามื้อเช้าเสร็จ   เวลา ๗.๓๐ น. ผมออกเดินไปประตูขึ้นเครื่องที่ ๒๓   ไปถึง คุณปุ้มเอาซิมโทรศัพท์สำหรับไปใช้ในญี่ปุ่นมาให้    ทักทายกับทีมไทยจำนวนมากมาย ที่เดินทางไปด้วยเที่ยวบินเดียวกัน    ได้มีโอกาสเรียนปรึกษาท่านคณบดีอภิชาติของศิริราช  เรื่องคุณหมออมราพักที่ศูนย์วิทยาการผู้สูงอายุศิริราช ที่สมุทรสาครเกินกำหนด ๓ เดือน   ที่ลูกๆ และผมเกรงใจไม่อยากทำตัวเป็นคนมีสิทธิพิเศษ  ท่านบอกให้อยู่ไปเรื่อยๆ               

เครื่องบินเป็นแอร์บัส เอ ๓๒๐ - ๒๐๐ เหมือนเครื่องบินภายในประเทศ   ที่นั่ง บริการ ฯลฯ เหมือนกันเป๊ะ   ผมได้ที่นั่ง 1D  สะดวกต่อการเข้าห้องน้ำ    และที่ว่างสำหรับเหยียดขายาวเป็นพิเศษ    เครื่องบินขึ้นเวลา ๘.๕๐ น.  พอเวลาเกือบ ๑๐ น. เขาก็เสิร์พอาหารสำหรับคนที่สั่งมาก่อน    ผมได้ข้าวกระเพราไก่ เหมือนภายในประเทศ    เครื่องบินบินเรียบมาก ไม่มีพายุหรือหลุมอากาศเลย   เวลาบินตามกำหนด ๔ ชั่วโมง ๒๕ นาที    ผมนั่งทำงานเตรียมการเข้าประชุมและเขียนบันทึก เพื่อการเรียนรู้ลึกๆ ของตนเอง    รวมทั้งอ่านหนังสือ The New Meaning of Educational Change, 7th Edition ที่เพิ่งซื้อจาก Kindle Book เมื่อวาน     

เครื่องลง ๑๕.๔๕ น.  ตอนเข้าเมืองผมลงทะเบียนล่วงหน้าไม่ครบ ตอนจบไม่ได้ขอ QR Code   ต้องไปกรอกเอกสารถึง ๒ ครั้ง    แต่ก็ไม่ยาก   และไม่ช้า   เพราะเราเป็นทีมใหญ่ เมื่อออกมา แล้วต้องรอกันนาน    ขึ้นรถตู้ ๒ คันไป JICA Center    คนไปพักโรงแรมมีมากกว่า   ผมเลือกไปพักที่ศูนย์ไจก้า เพื่อไม่ต้องเสียเวลานั่งรถเช้าเย็นจากโรงแรมมาที่ศูนย์ไจก้า    จากสนามบินไปศูนย์ไจก้านั่งรถราวๆ ๔๐ นาที   ขึ้นลงเขา   ศูนย์ไจก้าอยู่บนเขา ไม่ติดทะเลอย่างที่โกเบ  พอเห็นอาคารที่พัก ก็มีคนร้องว่า “มาอยู่หอ”   อาคารค่อนข้างเก่า  แต่ได้รับการดูแลอย่างดี   สำหรับผม ที่พักสบายขนาดนี้เป็นที่พอใจ   

ตอนเครื่องบินจะลง เขาประกาศว่าญี่ปุ่นห้ามนำเนื้อสัตว์และอาหารเข้าประเทศ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางสัตว์   ผมใจไม่ดี เพราะในกระเป๋าใบใหญ่มีหมูหยองกรอบสูตรโบราณ ๕๐ ปี  ๓ รุ่น ไร้แป้ง กล่องใหญ่    มีคนเอามาใส่บาตรตอนปีใหม่ ผมหยิบใส่กระเป๋ามาด้วย   เผื่อจำเป็น  ตอนรับกระเป๋าที่สายพาน มีเจ้าหน้าที่นำสุนัขมาดมกลิ่น   โชคดีที่ไม่มาดมกระเป๋าผม    รอดมาได้  และได้ใช้ประโยชน์จริงๆ   

ผมได้ห้อง ๒๐๓  ชั้น ๒ หันข้างให้ด้านหน้าที่เป็นทางเข้าตึก    เข้าห้องไปสำรวจพักหนึ่งก็ออกไปสำรวจนอกอาคาร    ถามเจ้าหน้าที่ว่าทางไป Grocery Store ไปทางไหน   เขาเดินออกไปชี้ทางลัด  บอกว่าแค่ ๓ นาที   ผมเดินแล้วพบว่า ๘ นาที สำหรับคนแก่  ที่ต้องระวังเวลาเดินลงบันไดชัน    ไปยังร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น   

เอาเป็นว่า เย็นวันที่ ๒๔ ผมมีความสุขกับอาหารเย็นจากเมืองไทย ผสมจากโอกินาวา    คุณปุ้มโทรมาถามด้วยความเป็นห่วงตอน ๑๘ น.             

ขากลับ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๙

นัดขึ้นรถออกจาก JICA Okinawa Center เวลา ๑๒.๓๐ น. ไปสนามบิน    คนอื่นๆ เขามีเวลาครึ่งวันไปเที่ยวชมเมือง หรือชอบปปิ้ง   แต่ผมมีนัดประชุมสภา มช. เวลา ๑๑ น.  จึงตัดสินใจออกไปเดินออกกำลังสายหน่อย เวลา ๗.๓๐ น.   แดดจ้าแล้ว แต่อุณหภูมิเย็นสบาย     แล้วไปซื้ออาหารกล่องที่ ซูเปอร์มาร์เก็ต สำหรับเป็นอาหารเที่ยง    แล้วเดินกลับไปกินอาหารเช้าเวลา ๘ น. เศษ   

รถใช้เวลาเดินทางไปสนามบิน ๓๐ นาที    เรานั่งไปกัน ๔ คน คือ ท่านคณบดีจิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์,  อ. หมอ แอ็ค บวรศม ลีระพันธ์,  ดร. สังกัด SiHP  และผม   ไปนั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมง บริการเช็คอินจึงเปิด  ขั้นตอนออกจากเมืองเป็นอีเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด    แค่สแกนพาสปอร์ตและใบหน้า    ไม่ต้องรอคิว    การตรวจความปลอดภัยก็เร็ว    ครู่เดียวเราก็ไปหาเล้าจ์ ที่เรามีบัตร Priority เข้าได้   พบว่าไม่มี มีแต่ห้องรับรองของสายการบิน ซึ่ง แอร์เอเซียไม่มี    จึงไปนั่งที่ Gate 44B   ผมได้ที่นั่งประชุมอย่างดี มีที่เสียบไฟด้วย    เป็นการประชุมทางไกล สภา มช. (มีกรรมการประชุมออนไลน์ ๖ คน) ที่อึกทึกที่สุดของผม เพราะเสียงประกาศดังมากเป็นระยะๆ    ผสมกับเสียงเครื่องบินรบอเมริกันขึ้นบิน   

  เครื่องบินออกตรงเวลา ๑๓.๔๕ น.   ผมนั่งที่นั่ง 1D อย่างเดิม    และที่นั่งแถวหน้าอีก ๕ คน ก็เป็นคนเดิมเหมือนเมื่อขาไป   เมื่อเครื่องบินใกล้ถึงจึงได้คุยกัน   ว่าเป็นครอบครัวคุณกำชับ วัฒนธรรม ผู้จัดการฝ่าย (อาวุโส) บริษัทผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน)  ท่านเป็นศิษย์เก่าเตรียมอุดมรุ่น ๔๗  ลูกสาวของท่านกำลังหาทางเรียนแพทย์   ยังรอผลรอบสอบ    แต่ติดต่อเรียน Biomedical Science ที่ King’s College และอีกที่หนึ่งในอังกฤษ  ได้ทั้งสองที่  กำลังตัดสินใจไปเรียนที่อังกฤษ ก่อน แล้วจึงมาเข้าหลักสูตร CU-Med ที่จุฬา อีก ๔ ปี   ผมได้เรียนรู้ว่าสมัยนี้คนชั้นกลางต้องใช้เงินมาก ต่อเรื่องการเรียนของลูก    และการเรียนแพทย์ก็มีหลายเส้นทาง ต่างจากสมัยผมและลูกๆ    

เวลา ๒๐ น. ผมกลับถึงบ้าน  

วิจารณ์ พานิช

๒๔ มี.ค. ๖๙  ห้อง 203  JICA Okinawa Center   และ ๒๙ มี.ค. ๖๙ ที่บ้าน