พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วังคีสะ คาถาเหล่านี้เธอตรึกตรองไว้ก่อนแล้ว หรือปรากฏแก่เธอโดยฉับพลันทันที”

ปโรสหัสสสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๘. ปโรสหัสสสูตร

ว่าด้วยภิกษุกว่า ๑,๐๐๐ รูป

             [๒๑๖] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี พร้อมกับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ๑,๒๕๐ รูป สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้ภิกษุทั้งหลายเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถา อันประกอบด้วยนิพพาน ส่วนภิกษุเหล่านั้นต่างก็ใส่ใจให้สำเร็จประโยชน์ น้อมนึกมาด้วยความเต็มใจ เงี่ยโสตสดับธรรมอยู่

             ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะได้มีความคิดดังนี้ว่า “พระผู้มีพระภาคนี้ทรงชี้แจงให้ภิกษุทั้งหลายเห็นชัด ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาอันประกอบด้วยนิพพาน ส่วนภิกษุเหล่านั้น ต่างก็ใส่ใจให้สำเร็จประโยชน์ น้อมนึกมาด้วยความเต็มใจ เงี่ยโสตสดับธรรมอยู่ ทางที่ดีเราควรจะสรรเสริญพระผู้มีพระภาค ด้วยคาถาทั้งหลายอันสมควร ณ ที่เฉพาะพระพักตร์เถิด”

             ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะลุกขึ้นจากอาสนะ ห่มผ้าเฉวียงบ่า ประนมมือไปทางที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เนื้อความนี้ย่อมปรากฏแก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระสุคต เนื้อความนี้ย่อมปรากฏแก่ข้าพระองค์”

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เนื้อความนั้นจงปรากฏแก่เธอเถิด วังคีสะ”

             ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะได้ทูลสรรเสริญพระผู้มีพระภาค ด้วยคาถาทั้งหลายอันสมควร ณ ที่เฉพาะพระพักตร์ว่า

                          ภิกษุกว่า ๑,๐๐๐ รูป เข้าไปเฝ้าพระสุคต

                          ผู้ทรงแสดงพระธรรมอันปราศจากธุลี

                          คือนิพพานอันไม่มีภัยแต่ที่ไหน

                          ภิกษุทั้งหลายฟังธรรมอันปราศจากมลทิน

                          ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว

                          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีหมู่ภิกษุแวดล้อมทรงงดงามจริง

                          พระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่านาคะ

                          เป็นพระฤๅษีผู้สูงสุดกว่าฤๅษีทั้งหลาย

                          ทรงโปรยฝนอมตธรรม ให้ตกรดพระสาวกทั้งหลาย

                          ข้าแต่พระมหาวีระเจ้า วังคีสะสาวกของพระองค์

                          ประสงค์จะเฝ้าพระศาสดาจึงออกจากที่พักกลางวัน

                          มาถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์

             พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วังคีสะ คาถาเหล่านี้เธอตรึกตรองไว้ก่อนแล้ว หรือปรากฏแก่เธอโดยฉับพลันทันที”

             ท่านพระวังคีสะทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ คาถาเหล่านี้ข้าพระองค์มิได้ตรึกตรองไว้ก่อนเลย แต่ปรากฏแก่ข้าพระองค์โดยฉับพลันทันที”

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วังคีสะ ขอให้คาถาที่เธอไม่ได้ตรึกตรองไว้ก่อนเหล่านี้ จงปรากฏแก่เธอยิ่งๆ ขึ้นไปเถิด”

             ท่านพระวังคีสะทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว ได้ทูลสรรเสริญพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาทั้งหลาย ซึ่งตนไม่ได้ตรึกตรองไว้ก่อน ยิ่งขึ้นไปอีกว่า

                          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงครอบงำทางเป็นที่เกิดขึ้นแห่งมาร

                          ทรงทำลายกิเลสเครื่องตรึงใจดุจตะปู

                          ท่านทั้งหลายจงดูพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

                          ผู้ทรงทำการปลดเปลื้องกิเลสเป็นเครื่องผูก

                          ผู้อันตัณหา มานะและทิฏฐิอิงอาศัยไม่ได้

                          ผู้ทรงจำแนกธรรมเป็นส่วนๆ ได้นั้น

                          ความจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

                          ได้ตรัสทางไว้หลายอย่างเพื่อถอนโอฆกิเลส

                          หากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสทางอมตะนั้นไว้แล้ว

                          ภิกษุทั้งหลายผู้เห็นธรรม ก็ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว

                          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทำแสงสว่างให้เกิด ทรงรู้แจ่มแจ้ง

                          ได้เห็นนิพพานเป็นเหตุล่วงพ้นวิญญาณฐิติได้ทั้งหมด

                         ครั้นทรงรู้และทำให้แจ้งจึงได้แสดงธรรมอันเลิศ

                          แก่ภิกษุผู้เดินทางไกล ๑๐ รูป

                          เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธรรมไว้ดีอย่างนี้

                          ท่านผู้รู้แจ้งธรรมทั้งหลายจะมีความประมาทได้อย่างไร

                          เพราะเหตุนั้นแล ภิกษุผู้ไม่ประมาทในคำสอนของพระผู้มีพระภาค

                          พระองค์นั้น พึงตั้งใจศึกษาทุกเมื่อ

ปโรสหัสสสูตรที่ ๘ จบ

---------------------------------

อรรถกถาปโรสหัสสสูตรที่ ๘

          ได้ยินว่า เรื่องเกิดขึ้นท่ามกลางสงฆ์ว่า พระวังคีสเถระสละกิจวัตร ไม่สนใจอุทเทสปริปุจฉาและโยนิโสมนสิการ เที่ยวแต่งคาถาทำจุณณียบทเรื่อยไป.
         ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระดำริว่า ภิกษุเหล่านี้ไม่รู้ปฏิภาณสมบัติของพระวังคีสะ เข้าใจว่า พระวังคีสะคิดแล้วคิดเล่าจึงกล่าว เราจักให้ภิกษุเหล่านี้รู้ปฏิภาณสมบัติของท่าน ครั้นทรงพระดำริแล้ว จึงตรัสคำมีอาทิว่า กึ นุ เต วงฺคีส ดังนี้.