ผลวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่ในวารสาร Scientific Reports เผยข้อมูลน่าทึ่งว่า ครีเอทีน อาหารเสริมยอดฮิตในหมู่นักกีฬาที่ช่วยปั้นกล้าม จริงๆ แล้วยังอาจมีคุณสมบัติเด็ดช่วยบูสต์พลังสมองให้คนนอนน้อยได้อย่างคาดไม่ถึง การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เปิดแนวทางใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้งคนไทยและผู้คนทั่วโลกที่กำลังเผชิญปัญหาสมองล้า สมองตื้อหลังอดนอน โดยเฉพาะในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความกดดันทั้งเรื่องงานและการเรียน ซึ่งสมองที่เฉียบคมคืออาวุธสำคัญ (mindbodygreen.com)
คนไทยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับชีวิตเมืองที่แสนจะวุ่นวาย ไหนจะงานกะ ไหนจะภาระเรื่องเรียน ทำให้การอดนอนกลายเป็นเรื่องปกติ ผลพวงจากการนอนไม่พอไม่ได้มีแค่ความเพลีย แต่ยังลามไปถึงความจำที่แย่ลง คิดอะไรช้าลง แถมยังตัดสินใจอะไรได้ไม่เฉียบคมเหมือนเดิม ปัญหาเหล่านี้พบได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในแวดวงธุรกิจที่แข่งขันกันดุเดือด หรือในรั้วมหาวิทยาลัยใจกลางกรุงเทพฯ แม้หลายคนจะเลือกซดกาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อแก้เพลียเฉพาะหน้า แต่ผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า ครีเอทีนอาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เข้าไปเสริมพลังงานให้สมองโดยตรงหลังผ่านคืนอันหนักหน่วงจากการอดนอน
งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาในกลุ่มผู้ใหญ่สุขภาพดี อายุราว 20 กลางๆ เพื่อดูว่าครีเอทีนส่งผลต่อการทำงานของสมองอย่างไร หลังจากให้พวกเขานอนน้อยลงเป็นเวลาสองคืนในห้องทดลองที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด เริ่มแรก ผู้เข้าร่วมจะได้นอนหลับตามปกติ จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงทดลองสองช่วง โดยแต่ละช่วงจะได้นอนเพียงคืนละประมาณสามชั่วโมงเท่านั้น ในการทดลองหนึ่ง กลุ่มตัวอย่างจะได้รับครีเอทีนปริมาณสูง (ราว 24 กรัม ซึ่งเทียบเท่ากับ ‘loading dose’ ที่นักกีฬาใช้กัน) ส่วนอีกครั้งจะได้รับยาหลอก จากนั้นจึงวัดประสิทธิภาพสมองสามช่วงเวลาหลังจากได้รับสารดังกล่าว (mindbodygreen.com)
ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ได้รับครีเอทีนมีระบบเผาผลาญในสมองที่ดีขึ้น และความสามารถทางปัญญาก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องความจำระยะสั้นและความสามารถในการประมวลผลข้อมูล (คือความสามารถในการจัดการข้อมูลและงานที่ต้องใช้สมองหนักๆ) คุณประโยชน์เหล่านี้เริ่มออกฤทธิ์หลังกินไปสามชั่วโมง พีคสุดๆ ตอนชั่วโมงที่สี่ และยังคงอยู่ได้นานถึงเก้าชั่วโมง ผลลัพธ์แบบนี้นับว่าเด็ดดวงสำหรับเหล่าคนทำงาน บุคลากรทางการแพทย์ หรือนักเรียนนักศึกษาชาวไทยที่ต้องลุยอ่านหนังสือสอบ ซึ่งแค่คืนเดียวที่ไม่ได้นอนเต็มอิ่มก็อาจทำให้สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออกแล้ว
กลไกเบื้องหลังคือ ครีเอทีนมีบทบาทสำคัญในการผลิต ATP ซึ่งเป็นเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิงของเซลล์ในร่างกาย แม้ว่า 95% ของครีเอทีนจะไปสะสมอยู่ที่กล้ามเนื้อ แต่อีก 5% ที่เหลือก็อยู่ในสมองนี่แหละ ซึ่งสมองเป็นอวัยวะที่กินพลังงานสูงมาก โดยเฉพาะเวลาที่เราเครียดๆ หรือต้องคิดหนัก ที่ผ่านมา งานวิจัยและการตลาดส่วนใหญ่มักจะโฟกัสไปที่คุณสมบัติเสริมสร้างกล้ามเนื้อของครีเอทีนสำหรับนักกีฬาและนักกล้าม แต่เดี๋ยวนี้มีหลักฐานใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ว่าครีเอทีนยังมีประโยชน์ต่องานที่ต้องเค้นสมองหนักๆ โดยเฉพาะเวลาที่เจอความเครียดหรือความอ่อนเพลียเล่นงาน (PubMed)
โฆษกจากทีมวิจัยผู้ทำการศึกษาให้ข้อมูลว่า “พอเรานอนไม่พอ ความสามารถของสมองในการประมวลผลข้อมูลมันจะลดลง แต่การกินครีเอทีนเสริมเข้าไปดูเหมือนจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ด้วยการเติมพลังงานให้เซลล์สมองแบบทันใจ” ด้านผู้เชี่ยวชาญอีกท่านทางด้านเวชศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก็ให้ความเห็นในนามสถาบันว่า “ครีเอทีนทั้งปลอดภัยและราคาก็ไม่แรง ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่นักกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงใครก็ตามที่อยากจะเพิ่มพลังสมองในสถานการณ์ที่ต้องใช้ความคิดหนักๆ”
ถึงแม้ผลลัพธ์ที่เห็นจะมาจากการใช้ครีเอทีนปริมาณสูงปรี๊ดในครั้งเดียว (0.35 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม หรือประมาณ 24 กรัมสำหรับผู้ใหญ่ที่หนัก 68 กิโลกรัม) นักวิจัยก็ย้ำว่าวิธีนี้ไม่เหมาะกับการกินทุกวัน แต่ผลวิจัยชี้ว่าครีเอทีนอาจเป็นตัวช่วยเฉพาะกิจ ที่ใช้เพื่อบูสต์สมองให้กลับมาฟิตปั๋งได้อย่างรวดเร็ว หลังจากโดนรบกวนการนอนอย่างหนัก โดยทั่วไปแล้ว ถ้าจะกินเพื่อหวังผลระยะยาว ปริมาณที่ใช้จะน้อยกว่านี้เยอะ คือประมาณวันละ 5 กรัม งานวิจัยนี้ไม่ได้หนุนให้กินโดสสูงๆ เป็นประจำโดยไม่ปรึกษาหมอ ซึ่งก็ตรงกับคำแนะนำของหน่วยงานสุขภาพทั่วไปเกี่ยวกับการใช้อาหารเสริม (mindbodygreen.com)
ผลวิจัยนี้โดนใจคนไทยยุคนี้สุดๆ ที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ที่หมุนเร็วเหลือเกิน ในเมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ปัญหาอดนอนยิ่งหนักข้อเข้าไปอีก ทั้งจากงานโอทีที่ถาโถม ความคาดหวังเรื่องเรียนที่สูงลิ่ว แถมยังมีงานกะในธุรกิจบริการสุขภาพและโรงแรมที่กำลังบูม ข้อมูลจากรายงานปี 2565 ของกรมสุขภาพจิต ชี้ชัดว่า 30% ของคนเมืองมีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรัง ซึ่งเสี่ยงต่อการทำงานผิดพลาด อุบัติเหตุบนถนน และผลการเรียนที่ดิ่งลงเหว (Bangkok Post) การมีตัวช่วยบำรุงสมองที่ทั้งปลอดภัยและเห็นผลจริงจึงเป็นอะไรที่น่าสนใจมากในบ้านเรา
เมื่อก่อน สังคมไทยเราก็มีภูมิปัญญาชาวบ้านและสมุนไพรหลายอย่างที่ใช้สู้กับความเพลีย เช่น กระท่อม (Mitragyna speciosa) กาแฟ และเครื่องดื่มชูกำลัง แต่วิทยาศาสตร์การกีฬายุคใหม่ก็ค่อยๆ พาครีเอทีนจากห้องฟิตเนสข้ามมาสู่ห้องเรียนและออฟฟิศทำงาน นักโภชนาการการกีฬาและโครงการส่งเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัยบางแห่งของไทยก็เริ่มเชียร์ให้นักศึกษาและนักกีฬาระดับหัวกะทิหันมาใช้ครีเอทีน เพื่อให้ฟิตทั้งร่างกายและสมองไปพร้อมๆ กัน
มองไปข้างหน้า งานวิจัยชิ้นนี้จุดประกายคำถามน่าสนใจหลายอย่างสำหรับการศึกษาต่อยอด ทั้งในไทยและต่างประเทศ อย่างแรกเลยคือ ถ้ากินครีเอทีนในปริมาณน้อยๆ แต่กินประจำ จะส่งผลระยะยาวต่อการฟื้นตัวของสมองยังไง โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุที่นอนไม่ค่อยหลับจากโรคประจำตัวหรือต้องทำงานเป็นกะ อย่างที่สองคือ ถ้ากินครีเอทีนคู่กับอาหารเสริมตัวอื่น (เช่น ทอรีน ที่ก็ช่วยบำรุงสมองเหมือนกัน) จะยิ่งเพิ่มพลังสมองได้อีกหรือเปล่า เหมือนที่สินค้าบางยี่ห้อในต่างประเทศเขาโฆษณากัน และสุดท้าย การศึกษาที่กำลังทำกันอยู่ต้องไขข้อข้องใจเรื่องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ปริมาณที่ควรกิน และใครบ้างที่ไม่ควรกิน เช่น คนที่เป็นโรคไต (Science Direct)
สำหรับชาวไทยคนไหนที่สนใจอยากลองใช้ครีเอทีนช่วยบำรุงสมอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้ใช้ด้วยความระมัดระวังและศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ควรเริ่มจากปริมาณมาตรฐานต่อวัน (ประมาณ 5 กรัม ของครีเอทีนโมโนไฮเดรตคุณภาพดี) ตามคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ และควรปรึกษาหมอหรือนักโภชนาการที่ผ่านการรับรองก่อนจะเริ่มกินอาหารเสริมอะไรก็ตาม โดยเฉพาะถ้ากำลังท้อง ให้นมลูก หรือกินยาอะไรเป็นประจำอยู่ การกินครีเอทีนแบบโดสสูง (loading dose) ควรทำในกรณีจำเป็นจริงๆ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของบ้านเราก็ยังคงคุมเข้มเรื่องผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยกำหนดให้ผงครีเอทีนทั้งที่นำเข้าและผลิตในประเทศต้องผ่านการรับรองคุณภาพ ใครจะซื้อก็ควรเลือกเฉพาะยี่ห้อที่ขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว และควรซื้อจากร้านขายยาที่ไว้ใจได้ ร้านขายผลิตภัณฑ์โภชนาการกีฬา หรือร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าเชื่อถือ
ในยุคที่ชีวิตคนไทยทั่วประเทศต้องเร่งรีบมากขึ้น และปัญหานอนไม่พอยังคงกวนใจไม่เลิก คุณสมบัติของครีเอทีนที่ช่วยปลุกสมองให้กลับมาเฉียบคมได้อย่างรวดเร็วหลังอดนอน อาจกลายเป็นไอเท็มเด็ดในชุดเครื่องมือดูแลสุขภาพของคนไทยยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่ต้องโต้รุ่งอ่านหนังสือสอบ พี่ๆ บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องอยู่เวรดึก หรือชาวออฟฟิศที่ต้องปั่นงานให้ทันเดดไลน์ การนำผลวิจัยนี้ไปปรับใช้อย่างปลอดภัยจึงเป็นเหมือนแสงแห่งความหวัง ที่จะช่วยให้สมองยังคงปลอดโปร่งในเช้าวันใหม่ แม้จะเพิ่งผ่านค่ำคืนอันแสนจะทรหดมาก็ตาม
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านผลสรุปงานวิจัยฉบับเต็ม และศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น mindbodygreen.com, PubMed และ Bangkok Post