งานวิจัยชิ้นใหม่ที่น่าจับตาเผยว่า การเตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยโปรแกรมออกกำลังกายที่เหมาะกับแต่ละคนก่อนเข้ารับการผ่าตัด ช่วยลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากถึง 50% นับเป็นข่าวดีที่ช่วยให้ผู้ป่วยทั้งในไทยและทั่วโลกมีโอกาสฟื้นตัวเร็วขึ้น ลดวันนอนโรงพยาบาล ข้อค้นพบที่น่าสนใจนี้สอดคล้องกับงานวิจัยจากต่างประเทศหลายชิ้นในช่วงไม่นานมานี้ ที่ล้วนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ทั้งการออกกำลังกายและปรับโภชนาการ หรือที่เรียกกันว่า “พรีแฮบ” (prehabilitation) อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการดูแลผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดในไม่ช้า
ผลวิจัยดังกล่าวได้รับการตีแผ่ผ่านสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง MSN, NPR และวารสารวิชาการ The BMJ นับว่ามาได้ถูกจังหวะ เพราะในบ้านเรา การผ่าตัดยังเป็นสาเหตุต้นๆ ของการนอนโรงพยาบาล และการฟื้นตัวหลังผ่าตัดก็มักจะเจออุปสรรค ทั้งเรื่องติดเชื้อ แผลหายยาก หรืออวัยวะทำงานไม่เต็มที่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยหรือคนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว งานวิจัยใหม่ๆ เหล่านี้ชี้ช่องว่า การเตรียมตัวให้พร้อมแต่เนิ่นๆ ก่อนผ่าตัด ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ลงได้อย่างเห็นผล นับเป็นการปรับเปลี่ยนมุมมองครั้งสำคัญทั้งฝั่งผู้ป่วยและทีมแพทย์ผู้รักษาเลยทีเดียว
ที่ผ่านมา วงการแพทย์มักเน้นไปที่การฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัด (post-surgical rehabilitation) เป็นหลัก แต่เดี๋ยวนี้ แนวคิดเรื่อง “พรีแฮบ” (prehabilitation) หรือการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงมีด ทั้งออกกำลังกาย ปรับอาหาร ดูแลใจ กำลังมาแรงทั้งในระดับโลกและในวงการแพทย์บ้านเรา มีการศึกษาและนำไปปรับใช้กับการผ่าตัดหลายแขนง ตั้งแต่ผ่าตัดมะเร็ง กระดูกและข้อ ไปจนถึงผ่าตัดหัวใจและช่องท้อง โดยมีงานวิจัยมายืนยันประโยชน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานวิจัยชิ้นเด่นที่ NPR นำเสนอ ระบุว่าผู้ป่วยที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอภายใต้คำแนะนำเป็นเวลาหนึ่งเดือนก่อนผ่าตัด ลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ราว 40-50% ส่วนการปรับเรื่องอาหารการกินก็ช่วยลดความเสี่ยงเพิ่มได้อีกถึง 38%
ข้อมูลจาก Washington Post และบทวิเคราะห์ปี 2025 ในวารสาร The BMJ เผยว่า โปรแกรมพรีแฮบส่วนใหญ่มักจะมีการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (cardiovascular) ควบคู่ไปกับการฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรง (resistance training) ในระดับกลางๆ โดยจะปรับให้เข้ากับสภาพร่างกายของแต่ละคน บวกกับคำแนะนำเรื่องโภชนาการที่เน้นโปรตีนและสารอาหารรองที่จำเป็น และหลายครั้งก็มีการดูแลด้านจิตใจเพื่อช่วยคลายกังวลด้วย หลักการง่ายๆ ก็คือ เตรียมร่างกายให้ “ฟิต” มีพลังงานสำรองเต็มถังก่อนผ่าตัด จะช่วยให้ร่างกายรับมือกับความหนักหน่วงของการผ่าตัดใหญ่ได้ดีขึ้น แถมยังช่วยให้เนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเองได้ดี และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มที่มากขึ้น
วิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งสำเร็จการฝึกอบรมจากแคนาดาและเป็นนักวิจัยอาวุโสในโครงการวิจัยนานาชาติแบบหลายศูนย์ ให้มุมมองว่า “พรีแฮบคือการกระตุ้นให้ผู้ป่วยหันมามีส่วนร่วมดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น โดยผู้ป่วยจะได้รับการดูแลผ่านกระบวนการที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเตรียมทั้งกายและใจให้พร้อมรับมือกับความเครียดจากการผ่าตัดที่รออยู่” งานวิจัยเหล่านี้ศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลาย ทั้งผู้สูงวัยและผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งผลลัพธ์ชี้ว่ามีประโยชน์กับทุกกลุ่ม ตามข้อมูลจาก Medical Xpress
ทีมแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลชั้นนำในไทยหลายแห่งให้ข้อสังเกตว่า หลักการของพรีแฮบนั้นเข้ากันได้ดีกับวัฒนธรรมสุขภาพของคนไทย ที่ภูมิปัญญาดั้งเดิมก็เน้นเรื่องการออกกำลังกายเบาๆ และกินอาหารสมดุลเพื่อสุขภาพอยู่แล้ว นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ แห่งหนึ่ง เล่าว่า “คนไข้หลายคนมักเข้าใจผิดว่าพอจะต้องผ่าตัดแล้วควรหยุดออกกำลังกายไปเลย แต่ผลวิจัยเหล่านี้ชี้ไปในทางตรงกันข้าม การเริ่มขยับร่างกายอย่างปลอดภัย แม้แค่เดินเบาๆ หรือออกกำลังกายง่ายๆ ที่บ้าน ก็สร้างประโยชน์มหาศาลก่อนผ่าตัดได้” ตอนนี้ โรงพยาบาลใหญ่ๆ ในไทยหลายแห่งกำลังพยายามพัฒนาแนวทางพรีแฮบที่เข้ากับวัฒนธรรมไทย ทั้งเรื่องอาหาร ความเชื่อ และวิถีชีวิตของคนไข้
แต่ไหนแต่ไรมา คนไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันและสร้างสมดุลสุขภาพ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ปรากฏทั้งในหลักพุทธศาสนาและการแพทย์แผนไทย ที่เน้นการดูแลตัวเองเชิงรุกเป็นสำคัญ กลยุทธ์พรีแฮบในปัจจุบันจึงสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทไทยได้ไม่ยาก เช่น การฝึกกำหนดลมหายใจ (ซึ่งคล้ายกับการทำสมาธิ) การใช้สมุนไพรไทยเสริมโภชนาการ หรือการดึงการสนับสนุนจากชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผู้สูงวัย โดยเฉพาะที่อยู่ต่างจังหวัดและอาจเข้าถึงโรงพยาบาลใหญ่ๆ ได้ยาก มีความเสี่ยงที่การฟื้นตัวหลังผ่าตัดจะไม่ราบรื่นนัก การเตรียมตัวฟิตก่อนผ่าตัดจึงอาจเป็นทางออกหนึ่ง
งานวิจัยนานาชาติยังชี้ให้เห็นผลดีทางเศรษฐกิจด้วยว่า การลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดช่วยให้ระบบสาธารณสุขประหยัดงบไปได้เยอะ สำหรับประเทศไทย ที่กำลังเผชิญปัญหางบการแพทย์ที่สูงขึ้นและสังคมผู้สูงวัย การนำพรีแฮบมาใช้อาจช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรสุขภาพระดับภูมิภาคต่างก็หนุนให้มีการนำโปรแกรมเหล่านี้ไปใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยชี้ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษต่อภาวะแทรกซ้อนทางปอดและการติดเชื้อหลังผ่าตัด
บทความล่าสุดในวารสาร Frontiers in Surgery สรุปว่า การผสมผสานการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (resistance exercise) การฝึกกล้ามเนื้อหายใจเข้า (inspiratory muscle training) และการดูแลโภชนาการอย่างถูกจุด จะช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดในช่วงแรกหลังผ่าตัดได้ดีที่สุด ในสังคมไทยที่ครอบครัวและชุมชนมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วย การให้ญาติพี่น้องเข้ามามีส่วนร่วมในโปรแกรมพรีแฮบ นอกจากจะช่วยให้ผู้ป่วยทำตามคำแนะนำได้สม่ำเสมอแล้ว ยังเป็นผลดีต่อใจอีกด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุจากโรงพยาบาลรัฐในจังหวัดเชียงใหม่ให้ความเห็นว่า “แม้แต่ญาติเอง การช่วยเตรียมอาหารโปรตีนสูง คอยเตือนให้ผู้สูงวัยยืดเส้นยืดสาย หรือออกไปเดินเป็นเพื่อน ก็ล้วนสร้างความรู้สึกว่ามีเป้าหมายร่วมกันและเป็นกำลังใจที่ดี”
มองไปข้างหน้า ผู้กำหนดนโยบายสาธารณสุขของไทยควรพิจารณานำผลวิจัยเหล่านี้มาปรับใช้เป็นแนวปฏิบัติระดับชาติด้านพรีแฮบ การจัดทำชุดกิจกรรมเตรียมตัวก่อนผ่าตัดแบบง่ายๆ สำหรับหัตถการที่ทำกันบ่อย เช่น ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ผ่าตัดช่องท้อง หรือผ่าตัดมะเร็ง สามารถขยายผลให้ครอบคลุมผ่านศูนย์สุขภาพชุมชน หรือแม้แต่โครงการเยี่ยมบ้าน ปัจจุบัน ทีมวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มทดลองนำร่องใช้แอปพลิเคชันและเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ เพื่อให้ความรู้ผู้ป่วยเกี่ยวกับการออกกำลังกายด้วยตัวเองที่บ้าน โดยมีรูปแบบที่ปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและความฟิตของแต่ละคน
ในยุคที่ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มตัว และความต้องการผ่าตัดก็เพิ่มสูงขึ้น พรีแฮบนับเป็นโอกาสทองที่จะเปลี่ยนช่วงเวลารอผ่าตัดที่มักเต็มไปด้วยความกังวล ให้กลายเป็นช่วงเวลาของการสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง เพื่อผลการรักษาที่ดีขึ้น แม้ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาแนวทางที่เหมาะกับคนแต่ละกลุ่ม และชี้ชัดว่าใครจะได้ประโยชน์สูงสุด แต่หัวใจสำคัญที่ชัดเจนในวันนี้คือ การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนผ่าตัดช่วยลดภาวะแทรกซ้อนลงได้ถึงครึ่ง ฟื้นตัวเร็วขึ้น และที่สำคัญคือช่วยชีวิตได้
สำหรับท่านผู้อ่านและครอบครัวที่กำลังมีแผนจะต้องผ่าตัด คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญนั้นเรียบง่ายแต่สำคัญยิ่ง คือ ปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนผ่าตัด แม้จะเริ่มจากอะไรง่ายๆ อย่างการเดินเบาๆ ทุกวัน หรือปรับอาหารให้มีประโยชน์ เน้นโปรตีนสูง เช่น ปลา ไข่ เต้าหู้ ชวนคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงมาช่วยเป็นกำลังใจ และที่สำคัญ อย่ามองข้ามพลังของการเตรียมใจ การทำสมาธิหรือยืดเส้นยืดสายเบาๆ ช่วยลดความกังวลและเตรียมร่างกายให้พร้อมรับมือกับการฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้ดีทีเดียว
เอกสารอ้างอิง:
- ผลวิจัยชี้ ออกกำลังกาย กินดี ก่อนผ่าตัด ลดเสี่ยงแทรกซ้อน – MSN
- ‘พรีแฮบ’ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้ – NPR
- พรีแฮบ: แนวโน้มดี พัฒนาสุขภาพ ลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด – Medical Xpress
- การฟื้นฟูสมรรถภาพก่อนผ่าตัด (Prehabilitation) – Wikipedia
- ออกกำลังกาย-ปรับอาหารก่อนผ่าตัด สัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนน้อยลง – BMJGroup
- กินถูกหลัก-ออกกำลังกายก่อนผ่าตัด ช่วยผลลัพธ์ดีขึ้น – US News