งานวิจัยใหม่แกะกล่องด้านประสาทวิทยาศาสตร์ ที่ตีพิมพ์บนแพลตฟอร์มสุขภาวะระดับโลก เผยว่า กิจกรรมง่ายๆ ที่ทำได้ทุกวัน อย่างการเปิดเพลงฟังคลอเบาๆ พร้อมยืดเส้นยืดสายแค่ 4 นาที ช่วยลดความวิตกกังวลลงได้มากถึง 65% เลยทีเดียว วิธีนี้เป็นการผสมผสานดนตรีฟังสบายๆ เข้ากับการขยับร่างกายเบาๆ กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก เพราะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่อาจช่วยให้ทั้งคนไทยและผู้คนอีกนับล้านทั่วโลกรับมือกับความกังวลได้ในเวลาไม่กี่นาทีต่อวัน แถมไม่ต้องพึ่งยาหรือการบำบัดราคาแพงด้วย
ต้องยอมรับว่าภาวะวิตกกังวลกำลังเป็นปัญหาที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในบ้านเรา ยิ่งถูกซ้ำเติมด้วยความเครียดจากช่วงหลังโควิด-19 ระบาดใหญ่ ไหนจะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และแรงกดดันจากชีวิตประจำวันที่แสนจะวุ่นวาย รายงานสุขภาพจิตฉบับล่าสุดของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ก็ชี้ว่า ผู้ใหญ่ไทยอย่างน้อย 1 ใน 5 คน กำลังเผชิญกับอาการวิตกกังวลหรือโรคเครียด ถึงแม้การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญจะยังสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึงนักบำบัดหรือโปรแกรมจัดการความเครียดได้ง่ายๆ ทำให้การดูแลตัวเองกลายเป็นเรื่องจำเป็นมากในสังคมไทย โดยเฉพาะคนในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ที่ชีวิตมีแต่ความเร่งรีบ จึงต้องการวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลจริง ราคาไม่แรง และทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันที่ยุ่งเหยิง
งานวิจัยชิ้นนี้ที่เผยแพร่โดย Journee Mondiale เน้นไปที่การนำเพลงความยาว 4 นาที ซึ่งแต่งขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย มาผสมผสานกับการยืดเส้นยืดสายตามจังหวะเพลง นักประสาทวิทยาศาสตร์ที่ถูกอ้างถึงในบทความอธิบายว่า การฟังเพลงทำนองสบายๆ จะไปกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (ระบบที่ช่วยให้ร่างกายสงบลง) และลดการตอบสนองต่อความเครียดแบบ “สู้หรือหนี” (fight-or-flight response) ของร่างกาย ขณะเดียวกัน การยืดเส้นเบาๆ ก็ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด และยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (สารแห่งความสุข) มากขึ้น ทำให้รู้สึกดีและอารมณ์มั่นคง ผลวิจัยพบว่าคนที่ใช้วิธีนี้ร่วมกัน มีระดับความวิตกกังวลลดลงถึง 65% ซึ่งลดได้มากกว่าการฟังเพลงอย่างเดียว หรือยืดเส้นยืดสายอย่างเดียวเสียอีก
นักจิตวิทยาชั้นนำจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ให้ข้อสังเกตถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของกิจกรรมที่ส่งผลดีทั้งต่อร่างกายและจิตใจเช่นนี้ ในกลยุทธ์ส่งเสริมสุขภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานออฟฟิศและนักศึกษาที่มักรายงานว่ามีภาวะหมดไฟ (burnout) และความวิตกกังวลในระดับสูง นักวิจัยด้านสุขภาพจิตจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครกล่าวว่า “การปฏิบัติง่ายๆ เช่น การฟังเพลงและการยืดเหยียด สามารถเป็นจุดเริ่มต้นสู่การฝึกสติและการผ่อนคลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีแรงกดดันสูง” แนวคิดนี้ก็สอดคล้องกับเทรนด์ในแวดวงประสาทวิทยาศาสตร์ ที่พบว่าเทคนิคการดูแลตัวเองแบบผสมผสานหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน มักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว PubMed: Mind-body interventions for anxiety
ผู้ที่ทำงานด้านส่งเสริมสุขภาวะในไทยยังชี้ว่า ดนตรีและการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่ผูกพันกับวัฒนธรรมประเพณีบ้านเรามานาน ตั้งแต่เสียงสวดมนต์ในวัดไปจนถึงท่วงท่าร่ายรำอันอ่อนช้อยของนาฏศิลป์ไทย งานวิจัยชิ้นนี้จึงเหมือนเป็นการตอกย้ำภูมิปัญญาดั้งเดิมเกี่ยวกับพลังของจังหวะและการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันที่มีส่วนช่วยเยียวยาจิตใจ เดี๋ยวนี้ โรงเรียนและศูนย์ชุมชนบางแห่งในไทยก็เริ่มมี “ช่วงพักเบรกสั้นๆ” ให้ยืดเส้นยืดสายพร้อมฟังเพลง เพื่อช่วยเพิ่มสมาธิและสร้างกำลังใจ ซึ่งก็เข้ากันกับแนวทางนี้พอดี
ถึงอย่างนั้น ผู้เชี่ยวชาญก็ยังย้ำว่า แม้กิจกรรมแค่ 4 นาทีนี้จะช่วยลดความกังวลได้มากก็จริง แต่ก็ไม่สามารถใช้แทนการดูแลสุขภาพจิตจากผู้รู้จริงได้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีภาวะวิตกกังวลเรื้อรังหรือรุนแรง แต่มองว่าวิธีนี้เป็นตัวช่วยป้องกันและเสริมการดูแลตัวเองที่ได้ผลดี โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลของไทยที่ยังขาดแคลนบุคลากรและทรัพยากรด้านสุขภาพจิต อย่างที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขท่านหนึ่งบอกไว้ว่า “ถึงจะเป็นการดูแลตัวเองสั้นๆ แต่ถ้าทำสม่ำเสมอ ก็เปลี่ยนสุขภาพใจโดยรวมของคนในชุมชนให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะถ้าชุมชนช่วยกันสนับสนุนและให้ความรู้”
ในวันข้างหน้า กลุ่มผู้ที่ทำงานขับเคลื่อนด้านสุขภาพจิตก็อยากจะผลักดันให้นำกิจกรรมง่ายๆ แบบนี้ไปผนวกรวมเข้ากับการรณรงค์ด้านสาธารณสุข หลักสูตรในโรงเรียน และโครงการส่งเสริมสุขภาวะในที่ทำงานด้วย ตอนนี้เริ่มเห็นแนวโน้มที่บุคลากรทางการแพทย์ในไทยจะแนะนำวิธีดูแลตัวเองที่อิงจากงานวิจัยที่เชื่อถือได้ ควบคู่ไปกับการรักษาแบบเดิมๆ และในขณะที่นักประสาทวิทยาศาสตร์ยังคงค้นคว้าไม่หยุดถึงพลังของดนตรีและการเคลื่อนไหวที่มีต่อการควบคุมอารมณ์ ก็คาดว่าเราจะได้เห็นงานวิจัยเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางการบำบัดที่ปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมของไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น
สำหรับชาวไทยที่อยากลดความเครียดในแต่ละวัน คำแนะนำง่ายๆ ก็คือ ลองหาเพลงฟังสบายๆ เน้นจังหวะช้าๆ ทำนองนุ่มๆ แล้วแบ่งเวลาสัก 4 นาที มาเปิดเพลงฟังพร้อมกับยืดเส้นยืดสายแบบตั้งใจ ทำแบบนี้เป็นประจำ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความกังวล แต่ยังช่วยให้ชีวิตสมดุลและสุขภาพดีขึ้นด้วย
ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมหรืออยากลองทำดูบ้าง ก็ลองหาข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับเพลงช่วยผ่อนคลายและโปรแกรมยืดเส้นยืดสายดูได้ หรือจะชวนคนในครอบครัวและเพื่อนที่ทำงานมาทำด้วยกันก็ดี ส่วนใครที่มีอาการวิตกกังวลไม่หายสักที ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323
แหล่งข้อมูล: Journee Mondiale, กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, PubMed: Mind-body interventions for anxiety