เช้าวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ผมเข้าร่วมประชุมสภาสถาบันอาศรมศิลป์ มีวาระประชุมเรื่อง การพลิกโฉมสถาบันอาศรมศิลป์ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ “สู่สถาบันร่วมพัฒนาสังคม (Social Engagement) เพื่อผลิตและพัฒนานวัตกรสังคม ผู้ ร่วมสร้างโอกาสและทางออกท่ามกลางวิกฤต ด้วยบุคลากรวิชาชีพและสาขาจำเพาะของสถาบัน ได้แก่ สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม ศึกษาศาสตร์ และผู้ประกอบการสังคมภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการ ห้องปฏิบัติการทางสังคมเพื่อสร้างหุ้นส่วนแห่งการเรียนรู้กับผู้มีส่วนได้-เสียทุกฝ่าย ในการร่วมกันคิด ร่วมกันทำงานกับโจทย์ที่ท้าทายของประเทศ เพื่อค้นหาทางออกที่ต่างได้รับประโยชน์และยั่งยืน”
การพลิกโฉมดังกล่าว มี ๘ เป้าหมาย โดยเป้าหมายที่ ๒ คือ “พัฒนาหลักสูตรผลิตและพัฒนานวัตกรสังคม” ผมจึงคุยกับ ChatGPT ด้วยคำถามดังนี้
วิจารณ์ : “นวัตกรสังคม (social innovator) คืออะไร ทำหน้าที่อะไร ต้องมีสมรรถนะอะไรบ้างจึงจะมีผลงานเด่น โดยเฉพาะในบริบทไทย มีคำแนะนำ Dos and Don’ts อย่างไรบ้างในการทำหน้าที่นวัตกรสังคมของไทย”
ChatGPT : **นวัตกรสังคม (Social Innovator)** คือ บุคคลหรือกลุ่มคนที่สร้างสรรค์แนวคิด นวัตกรรม หรือวิธีการใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมในเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืน โดยเน้นผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนหรือกลุ่มเป้าหมาย โดยมุ่งเป้าหมายไม่ใช่เพียงผลตอบแทนทางธุรกิจ แต่เพื่อสังคมโดยรวม
## **หน้าที่ของนวัตกรสังคม (Social Innovator)**
1. **วิเคราะห์และเข้าใจปัญหาสังคมอย่างลึกซึ้ง**
2. **ค้นหาแนวทางหรือแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหา**
3. **พัฒนาหรือทดลองแนวทาง/โซลูชัน** เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
4. **สร้างเครือข่ายและพันธมิตร** เพื่อสนับสนุนและขยายผลการแก้ปัญหา
5. **ถ่ายทอดและประยุกต์ใช้แนวคิดในชุมชนจริง** พร้อมการสะท้อนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
## **สมรรถนะที่สำคัญของนวัตกรสังคม (Social Innovator)**
1. **ความรู้และความเข้าใจด้านสังคมและชุมชน**
2. **ทักษะการสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหา (Problem-solving skills)**
3. **ความสามารถในการสื่อสารและสร้างเครือข่าย**
4. **ความคิดเชิงนวัตกรรมและความกล้าทดลอง**
5. **ความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการโครงการ**
6. **ความใจเย็นและมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาโดยไม่ยอมแพ้**
7. **ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผล** เพื่อความยั่งยืน
## **แนวทางสร้างผลงานเด่นในบริบทไทย**
- **เข้าใจบริบทของไทยอย่างลึกซึ้ง:** คำนึงถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความเชื่อท้องถิ่น เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่เป็นไปได้จริงและยั่งยืน
- **ทำงานร่วมกับชุมชนโดยตรง:** ฟังเสียงชุมชน เปิดโอกาสให้เขามีส่วนร่วมในการคิดและตัดสินใจ
- **สร้างความเสถียรมุ่งหวังผลระยะยาว:** เน้นแก้ปัญหาในเชิงลึกและเชิงระบบ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- **ใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีในบริบทไทย:** เลือกใช้เครื่องมือและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและกลุ่มเป้าหมาย
## **คำแนะนำ Dos and Don’ts สำหรับนวัตกรสังคมในไทย**
### **Dos (สิ่งที่ควรทำ):**
- **ฟังและเข้าใจชุมชนอย่างจริงใจ** ก่อนคิดสร้างนวัตกรรม
- **ร่วมมือและสร้างความร่วมมือ** กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน
- **ทดลองและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง** คอยสะท้อนผลและปรับแนวทางให้เหมาะสม
- **มุ่งเน้นการแก้ปัญหาในเชิงระบบและยั่งยืน** ไม่ใช่แค่ความรวดเร็ว
- **สร้างนวัตกรรมที่เป็นไปได้และจับต้องได้ในบริบทไทย**
### **Don’ts (สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง):**
- **อย่านำแนวคิดจากต่างประเทศมาใช้โดยไม่ปรับให้เข้ากับบริบทไทย**
- **อย่าส่งเสริมนวัตกรรมที่ไม่ตกผลึกหรือเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว**
- **อย่ามองเด็กหรือชุมชนเป็นเพียงกลุ่มเป้าหมาย แต่ควรเป็นผู้ร่วมสร้างและเจ้าของแนวคิด**
- **อย่าประเมินผลโครงการโดยมองแต่ความสำเร็จเชิงปริมาณเท่านั้น** ควรเน้นผลเชิงคุณภาพและความยั่งยืน
**สรุป**: นวัตกรสังคมคือผู้นำแนวคิดใหม่ที่ไม่ใช่แค่สร้างนวัตกรรม แต่เป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างยั่ง
วิจารณ์ : แนวคิดใหม่ที่นวัตกรสังคมต้องค่อยๆ เปลี่ยนความคิดหรือกระบวนทัศน์ในสังคมไทยคืออะไร เป็นความคิดที่อยู่ลึกในวัฒนธรรมไทยอย่างไร คนไทยกลุ่มไหนที่ท้าทายที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลง
ChatGPT : “แนวคิดใหม่ที่นวัตกรสังคมควรค่อยๆ เปลี่ยนในสังคมไทย คือ **การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์เกี่ยวกับความร่วมมือ ความเสมอภาคและความร่วมแรงร่วมใจในชุมชน** ซึ่งเดิมทีคนไทยมักมีความเชื่อและวัฒนธรรมที่เน้นความเป็นกลุ่ม ความเคารพต่อผู้ใหญ่ และ การยึดถือขนบธรรมเนียมคร่ำครึ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับแนวคิดนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์
### **ความคิดที่อยู่ลึกในวัฒนธรรมไทยที่นวัตกรสังคมควรเปลี่ยน**
- **ความเชื่อเรื่อง "อย่าก้าวก่าย" หรือ "เป็นคนดีต้องเคารพผู้อาวุโส"** ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดความกลัวหรือการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
- **ความคุ้นชินกับระบบอำนาจแบบอาวุโสและความเคารพแบบนิ่งเงียบ** ทำให้ยากที่จะกล้ากระตุ้นหรือเสนอแนวคิดใหม่โดยไม่เกรงกลัว ค่านิยมนี้ยังอาจเป็นอุปสรรคต่อการเปิดโอกาสให้ความคิดเห็นกลุ่มเยาวชน หรือนวัตกรรุ่นใหม่ๆ เป็นที่รับรู้และยอมรับ
- **ความเห็นต่างในประเด็นความหมายของ "ความสมบูรณ์แบบ" และ "ความเหมาะสม"** บางครั้งอาจทำให้ยึดติดกับวิธีการเดิม ๆ คิดว่าถูกต้องเสมอ
### **กลุ่มคนไทยที่ท้าทายที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลง**
- **กลุ่มผู้สูงอายุและผู้นำทางวัฒนธรรม/ศาสนา** เนื่องจากเคยเป็นเจ้าหน้าที่รักษาขนบธรรมเนียมและแนวคิดอนุรักษ์นิยม ที่อาจมองว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังและเสนอได้ยาก
- **กลุ่มชนชั้นสูงหรือผู้นำองค์กร/ชุมชนที่ผูกพันกับอำนาจและบทบาทดั้งเดิม** ซึ่งอาจมองว่าความเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลต่ออำนาจหรือบทบาทของตนเอง
- **กลุ่มคนที่มีความเชื่อในความแน่นอนและความปลอดภัยทางสังคม** เช่น เครือข่ายครอบครัว ระบบศาสนา ที่อาจมองว่านวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงเป็นความเสี่ยงต่อลักษณะชีวิตและจารีตเดิม
### **สรุป**
นวัตกรสังคมในไทยควรค่อยๆ เปลี่ยนความคิดเชิงลึกเกี่ยวกับการรับมือกับความแตกต่าง การเปิดโอกาสให้คนกลุ่มต่างๆ ได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในบริบทที่เคารพวัฒนธรรมและความเชื่อเดิม พร้อมสร้างความเข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน”
ถ้อยคำในการเสวนาเสมือน (virtual dialogue) นี้ มีความลึกในระดับกระบวนทัศน์ (mindset) ที่หากเราเสวนากันเอง มักไปไม่ถึง โดยเรามักย่ำอยู่ที่นวัตกรรมระดับปฏิบัติ หรือระดับเทคนิค ผมจึงชวนคุยต่อ
วิจารณ์ : นวัตกรสังคมของไทย ทำงานอย่างแข็งขันในระดับเป้าหมายรูปธรรมปฏิบัติการหรือระดับเปลี่ยนวิธีการหรือเทคนิค ทำอย่างไรจึงจะยกระดับนวัตกรรมสู่วิถีคิด กระบวนทัศน์ของคนไทย หรือในเป้าหมายนามธรรมด้านจิตใจหรือความคิด
ChatGPT : การยกระดับนวัตกรสังคมของไทยจากการทำงานในระดับเป้าหมายเชิงรูปธรรมและเทคนิค ไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงวิถีคิดและกระบวนทัศน์ในระดับนามธรรมด้านจิตใจและความคิดนั้น ต้องอาศัยแนวทางและกลยุทธ์หลายด้าน รวมทั้งการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมโยงระหว่างวิธีการปฏิบัติและแนวคิดเชิงลึก ดังนี้
### **1. สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในความสำคัญของแนวคิดเชิงเปลี่ยนแปลง (Mindset Change)**
- จัดกิจกรรมที่เน้นการสะท้อนความเชื่อและค่านิยมเดิมในสังคม เช่น เวิร์กช็อป การบรรยาย หรือการเล่าเรื่องในชุมชน เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักว่าแนวคิดและจิตใจเป็นพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
- ใช้เรื่องราวและตัวอย่างที่แสดงให้เห็นความสำคัญของเปลี่ยนวิธีคิดในระดับที่ลึกซึ้ง เช่น ผ่านสื่อศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือเรื่องราวของคนต้นแบบ
### **2. ส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาความคิดในเชิงวัฒนธรรม**
- สนับสนุนการเปิดโอกาสให้กลุ่มคนในชุมชนและสังคมได้ชื่นชมและเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเชื่อของกันและกัน เพื่อสร้างความเข้าใจในความแตกต่างและความเชื่อมั่นในแนวทางใหม่
- ส่งเสริมการเรียนรู้ในเชิงจิตวิญญาณและจิตใจ เช่น การฝึกสมาธิ การปฏิบัติธรรม การพัฒนาจิตใต้สำนึก เพื่อปลูกฝังความสงบและมุมมองใหม่ต่อความสุขและเป้าหมายชีวิต
### **3. การสร้างผู้นำแนวคิดและตัวอย่างที่เป็นแบบอย่าง (Role Models)**
- นำเสนอนวัตกรคนไทยที่แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงคือกระบวนการของจิตใจและวิธีคิด เช่น นักคิด นักปราชญ์ นักสตรีผู้เปลี่ยนแปลง เข้ามาเป็นแบบอย่าง
- สร้างเครือข่ายของผู้นำความคิดและกลุ่มคนที่มุ่งส่งเสริมความเชื่อในแนวทางเปลี่ยนแปลงในระดับนามธรรม เช่น การอบรมแนวคิดด้าน mindset และ emotional intelligence
### **4. สร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงทางความคิด**
- ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรและชุมชนที่เปิดรับความคิดใหม่และไม่ยึดติดกับจารีตเดิม
- จัดกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้และสร้างสรรค์ในเชิงจิตใจ เช่น การคิดเชิงบวก การมองหาโอกาสในทุกวิกฤติ การอยู่ร่วมกันอย่างเคารพและเข้าใจ
### **5. การใช้เทคโนโลยีและสื่อสารในระดับนามธรรม**
- เน้นการสร้างสรรค์เนื้อหาที่เน้นแรงบันดาลใจและความหวัง เช่น วิดีโอ เรื่องราวเสียงสะท้อนจากคนธรรมดาในชุมชน
- กระจายแนวคิดและเรื่องราวด้านเปลี่ยนวิธีคิดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เครือข่ายโซเชียล เพื่อสร้างกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง
### **สรุป:**
การยกระดับนวัตกรรมสู่เป้าหมายเชิงนามธรรมในด้านจิตใจและความคิดของคนไทย ส่วนใหญ่ต้องอาศัยการสร้างแรงบันดาลใจ การเปลี่ยนแปลงในความเชื่อและค่านิยม การเป็นแบบอย่าง และสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนความเปลี่ยนแปลงด้านความคิดในเชิงลึก ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและละเอียดอ่อน โดยเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับส่วนบุคคลและสังคมให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ผมไม่คิดว่า คำตอบของ ChatGPT ช่วยทีมของสถาบันอาศรมศิลป์ในทางปฏิบัติ เขายังไม่เข้าใจวิธีการเกื้อหนุน (empower) คนในชุมชนให้เกิดความตระหนักรู้เอง จากการปฏิบัติของตนเอง ที่เรียกว่า การเรียนรู้ ‘ขั้นสูง’ จากประสบการณ์ ผมจึงชวนคุยต่อ
วิจารณ์ : “นวัตกรสังคม เปลี่ยนแปลงสังคมจากการหนุนการปฏิบัติร่วมกันของผู้คนในสังคมหรือชุมชน ตามด้วยการร่วมกันคิดแบบสะท้อนคิด (reflection) เพื่อร่วมกันสะท้อนคิดข้อมูลจากการสังเกตผลการกระทำ สู่การตกผลึกหลักการเชิงนามธรรม (abstract conceptualization) ตามแนวทางของ Kolb’s Experiential Learning Cycle เพื่อหมุนวงจรเรียนรู้จากการปฏิบัติหรือจากประสบการร์อย่างต่อเนื่อง หากดำเนินการตามแนวทางนี้ นวัตกรรมสังคม จะไม่เพียงเปลี่ยนวิธีการหรือเทคนิค แต่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับกระบวนทัศน์ ที่จะนำสู่การพลิกโฉมสังคม ในระยะยาว” ท่านเห็นด้วยกับข้อความนี้หรือไม่ หากเห็นด้วย มีคำแนะนำต่อนวัตกรสังคมไทยอย่างไร หากไม่เห็นด้วย มีคำแนะนำต่อนวัตกรสังคมไทยอย่างไร
ChatGPT : ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อความนี้ครับ เพราะแนวทางที่เสนอช่วยให้การเปลี่ยนแปลงทางสังคมไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนวิธีการหรือเทคนิคในระดับสิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับกระบวนทัศน์ (paradigm) ซึ่งเป็นรากฐานของความคิดและความเชื่อในสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การพลิกโฉมสังคมในระยะยาวอย่างยั่งยืน
### คำแนะนำสำหรับนวัตกรสังคมไทย ตามแนวทางนี้คือ:
**1. ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่และโอกาสสำหรับการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง**
ไม่ใช่แค่การลงมือทำตามสูตรสำเร็จ แต่เน้นการร่วมกันคิด วิเคราะห์ และสะท้อนคิดแบบเป็นกระบวนการที่ให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นและเปิดใจเรียนรู้ร่วมกัน
**2. สนับสนุนให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบวนรอบ (Cycle of Reflection and Conceptualization)**
ใช้เครื่องมือและกลไกต่าง ๆ เช่น การประชุมกลุ่ม การบันทึกความคิด การเล่าเรื่องในชุมชน เป็นวิธีบูรณาการการเรียนรู้จากประสบการณ์ เห็นผลและนำนวัตกรรมไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
**3. เน้นการพัฒนากระบวนทัศน์ (เปลี่ยนความเชื่อ ค่านิยม ความเข้าใจเบื้องลึก)**
ไม่ใช่แค่เปลี่ยนพฤติกรรม แต่ต้องพยายามส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้และเข้าใจปรัชญา แนวคิด และค่านิยมใหม่ในระดับความเชื่อและมุมมอง ซึ่งเป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงเชิงลึก
**4. สร้างผู้นำและผู้เปลี่ยนแปลงในระดับจิตใจและวัฒนธรรม**
เป็นแบบอย่างในการแสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินชีวิตตามแนวคิดใหม่ ด้วยความมั่นใจและความเป็นตัวเอง ให้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้และเป็นประโยชน์ในระยะยาว
**5. ใช้ความรู้และวัฒนธรรมไทยเป็นฐานในการสร้างแนวคิดใหม่**
เชื่อมโยงวัฒนธรรม ค่านิยม และประเพณีในบริบทไทยเพื่อให้แนวคิดและนวัตกรรมเข้าไปอยู่ในใจและวิถีชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ
### สรุปแนวทาง:
แนวทางนี้จะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงทางสังคมเกิดขึ้นในระดับลึกและยั่งยืน เพราะไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนเทคนิค แต่เป็นการพลิกวิธีคิด กระบวนทัศน์และค่านิยมในสังคมโดยรวม ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดวัฒนธรรมใหม่ที่ยึดถือความร่วมมือและสร้างสรรค์ในระยะยาวครับ
ข้อความในการเสวนาเสมือนนี้ สอนผมว่า Generative AI เป็นคู่เสวนาที่มีประโยชน์มาก หากเราใช้เป็น คือเราตั้งคำถามเป็น โดยเราต้องมีหลักคิดพื้นฐานสำหรับตั้งคำถามลึกๆ เชิงแย้งคำตอบของ Generative AI ในลักษณะเตือนสติ AI
ผมมองว่า Generative AI มีประโยชน์มากในการตรวจสอบความคิดประหลาดๆ ล้ำยุคหรือล่อแหลม แต่อาจยังไม่ดีนักในการขอความเห็นหรือแนวทางที่เป็นนวัตกรรม
การเสวนานี้น่าจะให้ข้อคิดแก่สถาบันอุดมศึกษาที่ต้องการทำหน้าที่สร้างนวัตกรสังคมให้แก่ชุมชนและบ้านเมือง
วิจารณ์ พานิช
๖ พ.ค. ๖๘