แซงกามอนเคาน์ตี พื้นที่ตอนกลางของรัฐอิลลินอยส์ กำลังเผชิญหน้ากับภาวะประชากรลดลงเป็นครั้งแรกในรอบสองศตวรรษ ส่งผลให้บรรดาผู้นำชุมชนต้องลุกขึ้นมาส่งเสียงเตือนและระดมสมองหาวิธีพลิกสถานการณ์ จากการเปิดเผยล่าสุดของประธานสภาเคาน์ตีในงานเลี้ยงอาหารกลางวันของหอการค้า ระบุว่าภูมิภาคแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองสปริงฟิลด์ เมืองหลวงของรัฐ มีจำนวนประชากรลดลงไปราว 1,000 คนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนหนุ่มสาวและวัยทำงาน (newschannel20.com)

เรื่องนี้อาจฟังดูคล้ายกับปัญหาที่หลายจังหวัดในบ้านเรากำลังเผชิญ เมื่อคนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยเลือกเดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ ทิ้งให้ชนบทหลายแห่งเหลือเพียงผู้สูงวัยและขาดแคลนกำลังคน สำหรับแซงกามอนเคาน์ตี จำนวนประชากรที่ลดลงเห็นได้ชัดเจนที่สุดในกลุ่มอายุ 5-19 ปี และ 35-49 ปี ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างจากภาพรวมของสหรัฐอเมริกา ที่ปกติแล้วประชากรกลุ่มวัยนี้มักจะทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่างมองว่าต้นตอปัญหานี้มีความซับซ้อน ประธานสภาเคาน์ตี ชี้ว่าปัญหานี้มีหลายแง่มุมและจำเป็นต้องขุดลึกลงไปถึงรากเหง้า รวมถึงต้องรับฟังเสียงของคนกลุ่มวัยดังกล่าวว่าพวกเขาอยากเห็นอะไรในชุมชนที่จะทำให้ตัดสินใจปักหลักอยู่ที่นี่ต่อไป ซึ่งสอดรับกับงานวิจัยด้านการพัฒนาชุมชนและประชากรศาสตร์ ที่มักชี้ว่าโอกาสทางอาชีพ การศึกษาที่ดี ที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึง และสภาพแวดล้อมทางสังคมที่คึกคัก ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่คนหนุ่มสาวใช้ตัดสินใจว่าจะอยู่หรือไป (ศูนย์วิจัยพิว, ธนาคารโลก)

เจ้าหน้าที่เมืองสปริงฟิลด์และผู้นำระดับเคาน์ตีจึงได้ร่วมกันผลักดันหลายโครงการเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ให้ข้อมูลว่า โครงการอย่าง Leadership Springfield, SPD Citizens Academy (โครงการพลเมืองสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐ) และโครงการสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการกลุ่มน้อยหน้าใหม่ ไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพ แต่ยังเปิดโอกาสให้สร้างเครือข่ายและปลูกฝังความรู้สึกผูกพันกับชุมชน ผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ยังเสริมอีกว่า แนวทางที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่มีความเชื่อมั่นและสร้างคอนเน็กชันในชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเส้นทางอาชีพและการฝึกอบรมที่หลากหลายจะเอื้อให้เกิดการสร้างเครือข่าย และทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกเป็นกันเองและผูกพันกับชุมชนมากขึ้น

การสร้างงานและการขยายตัวทางธุรกิจยังคงเป็นหัวใจหลักของความพยายามเหล่านี้ การไฟเขียวโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ ทั้งศูนย์คมนาคมสปริงฟิลด์-แซงกามอนเคาน์ตี และแผนแม่บทพัฒนาเขตการแพทย์และย่านใจกลางเมือง ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะดึงดูดตำแหน่งงานใหม่ๆ และนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ กลยุทธ์ทำนองนี้คล้ายกับแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองใหญ่ของไทยอย่างขอนแก่นและอุดรธานี ที่เน้นส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่และพัฒนาเมืองเพื่อรั้งคนหนุ่มสาวไม่ให้ไหลออก (บางกอกโพสต์) เรื่องนี้สะท้อนว่าปัญหาของแซงกามอนเคาน์ตีไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่ และอาจเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับผู้กำหนดนโยบายในบ้านเรา

ที่ผ่านมา แซงกามอนเคาน์ตีเคยมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 15,000 คนนับตั้งแต่ปี 2533 (1990) ทว่า ปัจจุบันกลับเผชิญชะตากรรมคล้ายภาคอีสานของไทยและอีกหลายพื้นที่ที่เจอปัญหา “สมองไหล” เมื่อจำนวนคนย้ายเข้าใหม่ไม่สามารถทดแทนการสูญเสียครอบครัวคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนทำงานได้ สถานการณ์นี้ตอกย้ำความกังวลว่าใครกันที่อยากย้ายเข้ามา และใครกันที่กำลังตีจากเมืองศูนย์กลางขนาดเล็กเหล่านี้ ทั้งในสหรัฐฯ และไทย

ผลกระทบทั้งทางสังคมและวัฒนธรรมจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเช่นนี้นับว่าหยั่งรากลึก เมื่อคนหนุ่มสาวและครอบครัวรุ่นใหม่ย้ายออกไป พวกเขาก็พกพาเอาศักยภาพด้านนวัตกรรม ความเป็นผู้นำ และพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วย ทิ้งไว้เบื้องหลังคือชุมชนที่อาจเหลือเพียงผู้สูงวัย ฐานภาษีที่หดหาย และความท้าทายในการดูแลโรงเรียนรวมถึงสวัสดิการต่างๆ ซึ่งเป็นภาพที่เราคุ้นตาในหลายจังหวัดของไทย ที่วัดและโรงเรียนท้องถิ่นกำลังต่อสู้เพื่อรักษาจำนวนนักเรียนและความมีชีวิตชีวาของชุมชน (กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย, ไทยพีบีเอส)

สำหรับก้าวต่อไป ผู้นำแซงกามอนเคาน์ตีรู้ดีว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ในพริบตา ประธานสภาเคาน์ตี ย้ำว่าภารกิจนี้ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงสิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการ และต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และชุมชน สำหรับประเทศไทย ที่ความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคและการย้ายถิ่นยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของการพัฒนาท้องถิ่น แนวทางของแซงกามอนเคาน์ตีที่ผสมผสานการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการเพื่อสังคม และการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น อาจเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการรับมือกับปัญหา ‘สมองไหล’ ที่คล้ายคลึงกัน

สำหรับคนไทยที่กำลังเผชิญปัญหาคล้ายๆ กันในชุมชน เรื่องราวจากแซงกามอนเคาน์ตีได้ฉายภาพกลยุทธ์ที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตำแหน่งงานและธุรกิจสตาร์ทอัพที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ การส่งเสริมการฝึกอบรมความเป็นผู้นำ การเปิดโอกาสให้ชุมชนร่วมแสดงความเห็นในการพัฒนาท้องถิ่น และการชูจุดเด่นด้านสิ่งอำนวยความสะดวกทางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ที่ทำให้เมืองเล็กๆ น่าอยู่สำหรับคนเจนใหม่

หากต้องการแก้ปัญหาประชากรลดลงอย่างยั่งยืน หน่วยงานท้องถิ่นทั้งในอิลลินอยส์และไทยจำเป็นต้องรับฟังความต้องการของครอบครัวคนรุ่นใหม่อย่างสม่ำเสมอ และผนึกกำลังกันสร้างสรรค์พื้นที่ที่ทุกช่วงวัยสามารถเติบโตและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการย้ายถิ่นในระดับภูมิภาค การมีส่วนร่วมของเยาวชน หรือการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก หน้าเว็บ Urban Development ของธนาคารโลก งานวิจัยด้านประชากรของศูนย์วิจัยพิว และ งานวิจัยด้านประชากรศาสตร์ของกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย