พันปีทิพย์เป็นอายุของข้าพเจ้า มีการขับกล่อมด้วยวาจา ให้เป็นไปด้วยใจ ผู้ทำบุญไว้จักดำรงอยู่ได้ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ มีความพรั่งพร้อมด้วยกามอันเป็นทิพย์ เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น ฯลฯ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

ทวารปาลวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๕. ทวารปาลวิมาน

ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่คนเฝ้าประตูผู้ชักชวนคนทำบุญ

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรองค์หนึ่งว่า)

             [๙๑๘] วิมานมีเสาทำด้วยแก้วมณีนี้สูงมาก วัดโดยรอบได้ ๑๒ โยชน์ เป็นปราสาท ๗๐๐ ยอด ดูโอฬาร มีเสาประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์ มีพื้นปูลาดด้วยแผ่นทองคำสวยงาม

             [๙๑๙] ท่านสถิต ดื่ม กิน อยู่ในวิมานนั้น มีทวยเทพพากันบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ ในวิมานของท่านนี้มีเบญจกามคุณอันเป็นทิพรส และเหล่าเทพนารีประดับด้วยอาภรณ์ทองคำฟ้อนรำอยู่

             [๙๒๐] เพราะบุญอะไรท่านจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน

             [๙๒๑] เทวดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๙๒๒] เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

             [๙๒๓] ข้าพเจ้ามีอายุ ๑,๐๐๐ ปีทิพย์ บุคคลผู้ทำบุญด้วยเหตุเพียงกล่าวเชื้อเชิญและทำใจให้เลื่อมใส จักดำรงอยู่พรั่งพร้อมด้วยกามคุณทั้งหลายอันเป็นทิพย์

             [๙๒๔] เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้าในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า

             [๙๒๕] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ทวารปาลวิมานที่ ๕ จบ

------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ มหารถวรรคที่ ๕

๕. ทวารปาลกวิมาน

               อรรถกถาทวารปาลกวิมาน               

               ทวารปาลกวิมานเกิดขึ้นอย่างไร ?
               พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กรุงราชคฤห์.
               สมัยนั้น อุบาสกคนหนึ่งในกรุงราชคฤห์ถวายนิจภัต ๔ ที่แด่พระสงฆ์ เรือนของเขาอยู่ท้ายหมู่บ้าน โดยมากต้องปิดประตู เพราะกลัวพวกโจร ภิกษุทั้งหลายไปแล้ว บางคราวไม่ได้ภัตก็พากันกลับ เพราะประตูปิด.
               อุบาสกกล่าวกะภริยาว่า ที่รัก เธอถวายภิกษาแด่พระคุณเจ้าทั้งหลายโดยเคารพหรือ. ภริยากล่าวว่า พระคุณเจ้าทั้งหลายไม่ได้มาหลายวันแล้ว. เพราะเหตุไร เห็นจะเป็นเพราะประตูปิด.
               อุบาสกได้ฟังดังนั้น สลดใจจึงแต่งตั้งบุรุษคนหนึ่งให้เป็นคนเฝ้าประตู สั่งว่า ตั้งแต่วันนี้ไป ท่านจงนั่งเฝ้าประตู พระคุณเจ้าทั้งหลายมาเวลาใด จงนิมนต์ท่านให้เข้าเรือนเวลานั้น แล้วจงรู้กิจที่ต้องจัดต้องทำทั้งปวงมีรับบาตรและปูลาดอาสนะเป็นต้นแก่พระคุณเจ้าผู้เข้าเรือนแล้ว.
               บุรุษนั้นรับคำว่า สาธุ เมื่อกระทำตามสั่ง ได้ฟังธรรมในสำนักของภิกษุทั้งหลาย เกิดศรัทธาเชื่อกรรมและผลแห่งกรรม ตั้งอยู่ในสรณะและศีลทั้งหลาย ได้บำรุงภิกษุทั้งหลายโดยเคารพ.
               เวลาต่อมา อุบาสกผู้ถวายนิจภัตตายไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นยามะ
               ฝ่ายคนเฝ้าประตูบำรุงภิกษุทั้งหลายโดยเคารพ เกิดขึ้นในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะทำความขวนขวายในการบริจาคของผู้อื่น และเพราะอนุโมทนา สมบัติทุกอย่างมีวิมานทอง ๑๒ โยชน์เป็นต้นของเขา พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในกักกฏวิมานนั่นแล.
               คาถาที่แสดงคำถามและคำตอบมีมาอย่างนี้
               วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์โดยรอบ มีห้องรโหฐาน ๗๐๐ ห้องโอฬาร มีเสาแก้วไพฑูรย์ ลาดด้วยเครื่องลาดที่ชอบใจ สวยงาม ท่านอยู่ดื่มกินในวิมานนั้น มีพิณทิพย์บรรเลงไพเราะ มีเบญจกามคุณ มีรสเป็นทิพย์ และเทพนารีแต่งองค์ด้วยเครื่องประดับทองฟ้อนรำอยู่ เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
               ดูก่อนเทวะผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทวบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
               พันปีทิพย์เป็นอายุของข้าพเจ้า มีการขับกล่อมด้วยวาจา ให้เป็นไปด้วยใจ ผู้ทำบุญไว้จักดำรงอยู่ได้ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ มีความพรั่งพร้อมด้วยกามอันเป็นทิพย์ เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนั้น ฯลฯ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.


               จบอรรถกถาทวารปาลกวิมาน               
               -----------------------------------------------------