เบเคอร์สฟิลด์ เมืองเกษตรกรรมแหล่งสำคัญของแคลิฟอร์เนีย กำลังเจอเรื่องน่าคิดจากข้อมูลประชากรชุดใหม่ สื่อท้องถิ่นอย่าง KGET.com ตีข่าวว่าเมืองนี้ติดโผเมืองในอเมริกาที่คนย้ายออกเยอะเป็นอันดับต้นๆ แต่ที่น่าแปลกคือจำนวนประชากรโดยรวมกลับยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เทรนด์ที่ดูย้อนแย้งกันนี้ สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงอันซับซ้อนที่กำลังเขย่าเมืองต่างๆ ในอเมริกา ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการอพยพโยกย้ายหลังโควิด-19 ระบาดหนัก เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป และการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่ต่างไปจากเดิม ปรากฏการณ์นี้ยังฉายภาพคล้ายๆ กับสถานการณ์ในบ้านเรา ที่นักวางผังเมืองกำลังจับตาดูแบบแผนการย้ายถิ่นในประเทศและการขยายตัวของเมืองอย่างใกล้ชิด
การจัดอันดับนี้ อ้างอิงข้อมูลสำรวจล่าสุดและข้อมูลจากบริษัทขนย้าย ชี้ว่าเบเคอร์สฟิลด์เป็นหนึ่งในเมืองที่คนย้ายออกเพียบ แต่ถึงอย่างนั้น ตัวเลขประชากรโดยรวมของเมืองกลับโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักคือมีคนหน้าใหม่ไหลเข้ามา ทั้งจากที่อื่นในแคลิฟอร์เนียเอง หรือแม้แต่จากรัฐอื่น นักข่าวจาก KGET.com ก็ย้ำเรื่องสองแง่มุมนี้ โดยอ้างข้อมูลคาดการณ์สำมะโนประชากรล่าสุดและข้อมูลระดับรัฐ ที่ชี้ว่าแม้จะมีคนไม่น้อยเลือกโบกมือลาเบเคอร์สฟิลด์ แต่จำนวนคนที่ย้ายเข้ามาใหม่ก็มากพอจะมาแทนที่ส่วนที่หายไปได้สบายๆ
รูปแบบการย้ายถิ่นแบบนี้ไม่ได้มีแค่ที่เบเคอร์สฟิลด์หรือในอเมริกาเท่านั้น ในบ้านเราเอง เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ก็กำลังพยายามหาจุดสมดุลจากแรงกดดันเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและที่อยู่อาศัยที่เกิดจากการย้ายถิ่นเหมือนกัน นักวิชาการด้านเมืองศึกษาจากหลายสถาบันในไทยชี้ว่า เมืองต่างๆ อาจกำลังเจอกับภาวะ “ประชากรหมุนเวียนสูง” แบบเดียวกับเบเคอร์สฟิลด์ คือมีทั้งคนแห่เข้าและแห่ออก ซึ่งก็สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ในการจัดการเมือง (Bangkok Post) เบื้องหลังก็มีหลายสาเหตุ ทั้งเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป กำลังซื้อบ้านที่เปลี่ยนไป และมุมมองเรื่องคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
ข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ และกระทรวงการคลังแคลิฟอร์เนียที่อ้างในรายงานเกี่ยวกับเบเคอร์สฟิลด์ชี้ว่า ขณะที่บางครอบครัวเจ้าถิ่นอาจมองหาลู่ทางย้ายไปชุมชนอื่นที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจดีกว่า แต่ปัจจัยอย่างค่าครองชีพที่ไม่สูงนัก โอกาสงานด้านพลังงานและเกษตรกรรม รวมถึงภาพลักษณ์เมืองน่าอยู่สำหรับครอบครัวของเบเคอร์สฟิลด์ ก็ยังดึงดูดให้คนย้ายเข้ามาเรื่อยๆ โฆษกจากหน่วยงานพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นแห่งหนึ่งให้ข้อมูลว่า “เบเคอร์สฟิลด์ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดคนหน้าใหม่ๆ ที่มองว่าเมืองนี้เหมาะจะสร้างครอบครัว เริ่มธุรกิจ หรือใช้ชีวิตสบายๆ ไม่กดดันเท่าเมืองใหญ่อื่นๆ”
ข้อมูลจากบริษัทขนย้าย ซึ่งมักใช้เป็นตัวชี้วัดเทรนด์การย้ายถิ่นในประเทศแบบเรียลไทม์ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าความยืดหยุ่นในการทำงานช่วงโควิด-19 ระบาด เช่น การทำงานทางไกล (remote work) ทำให้คนอเมริกันจำนวนมากเลือกย้ายไปอยู่ที่ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ค่านิยมและความต้องการส่วนตัวได้ง่ายขึ้น (Forbes) สถานการณ์นี้ก็คล้ายกับเทรนด์ที่กำลังเกิดในเมืองต่างๆ ของไทย ที่ตอนนี้บรรดาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักวางผังเมืองต้องรับมือกับความต้องการของกลุ่มคนที่หลากหลายและมักจะย้ายที่อยู่กันบ่อยๆ
สำหรับประเทศไทย เรื่องของเบเคอร์สฟิลด์ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจและเข้ากับยุคสมัย การโตพรวดๆ ของเมืองหลักในจังหวัดต่างๆ ของไทย มักจะหมายความว่าตัวเลขการเติบโตสุทธิของประชากรอาจบังตาไม่ให้เห็นความเคลื่อนไหวที่ซ่อนอยู่ว่าใครย้ายเข้า ใครย้ายออก อาจารย์จากหลักสูตรการวางผังและพัฒนาเมือง มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในไทย ให้ความเห็นว่า “ถึงแม้เมืองต่างๆ อาจจะดูเหมือนกำลังโต แต่นักวางผังเมืองต้องใส่ใจดูเรื่อง ‘การหมุนเวียน’ ที่อยู่ลึกลงไป ไม่งั้นอาจจะพลาดการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทั้งเรื่ององค์ประกอบ ความต้องการ และสิ่งที่ประชากรในเมืองให้ความสำคัญ”
ในอดีต ทั้งเมืองในอเมริกาและในไทยต่างก็เคยเจอวัฏจักรคนย้ายเข้า-ย้ายออกเป็นช่วงๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรม โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ และภาพรวมเศรษฐกิจ สถานการณ์ของเบเคอร์สฟิลด์ตอนนี้จึงคล้ายกับช่วงหนึ่งในการพัฒนาเมืองของไทยเหมือนกัน เช่น การเติบโตพรวดพราดของจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกช่วงปี 1990 ที่ได้แรงหนุนจากการลงทุนในอุตสาหกรรม แต่สุดท้ายคนก็เริ่มย้ายออกเมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น
มองไปข้างหน้า นักประชากรศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญนโยบายเมืองคาดว่า ผลกระทบซับซ้อนจากปัญหาโลกร้อน การทำงานทางไกล และราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ขึ้นๆ ลงๆ น่าจะทำให้การย้ายถิ่นในเมืองอย่างเบเคอร์สฟิลด์ยังคงคึกคักต่อไป ขณะเดียวกันก็อาจกระตุ้นให้ประชากรโดยรวมโตต่อเนื่องหรืออาจจะเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ โจทย์ใหญ่สำหรับคนบริหารเมือง ทั้งในอเมริกาและไทย คือจะทำยังไงให้เมืองแข็งแกร่งและปรับตัวได้ เพื่อให้แน่ใจว่าประชากรที่เพิ่มขึ้นจะนำไปสู่โอกาสที่ทั่วถึงสำหรับทุกคน และโครงสร้างพื้นฐานจะพัฒนาทันความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สำหรับเจ้าหน้าที่และชุมชนท้องถิ่นในไทยที่กำลังเจอกับการเปลี่ยนแปลงของประชากรคล้ายๆ กัน เรื่องของเบเคอร์สฟิลด์เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจให้มองลึกกว่าแค่ตัวเลขในข่าว การใช้ข้อมูลการย้ายถิ่นแบบเรียลไทม์ การลงทุนในบริการสาธารณะที่ยืดหยุ่นปรับตัวได้ และการวางแผนที่คิดถึงทั้งคนที่ย้ายเข้าและย้ายออก ล้วนสำคัญมากในการสร้างเมืองที่น่าอยู่และพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง
คนไทยที่สนใจเรื่องการย้ายถิ่นและการเติบโตของเมือง ลองดูตัวอย่างของเบเคอร์สฟิลด์เป็นบทเรียนได้ นั่นคือ อย่ามองแค่ตัวเลขสถิติ แต่ให้ดูเรื่องราวเบื้องหลังการย้ายเหล่านั้นด้วย เช่น ทำไมคนถึงเลือกย้ายออก อะไรดึงดูดให้คนใหม่ๆ ย้ายเข้ามา และเมืองต่างๆ จะปรับตัวยังไงให้ไม่ใช่แค่ใหญ่ขึ้น แต่ต้องดีขึ้นสำหรับทุกคนที่อยู่ในเมืองด้วย