เหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 6.4 แมกนิจูด เขย่าภาคกลางของโครเอเชียเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2020 ไม่เพียงสร้างความเสียหาย แต่ยังนำมาซึ่งการค้นพบสุดทึ่ง เมื่อโรงละครโอเดียนโรมัน (Roman odeon) ที่หายสาบสูญไปนาน ปรากฏโฉมขึ้นใต้ศาลาว่าการเมืองซีซาค (Sisak) การค้นพบครั้งนี้พลิกมุมมองที่ชาวเมืองมีต่ออดีตอันรุ่งเรือง และเปรียบเสมือนหน้าต่างบานสำคัญที่เปิดให้เราย้อนกลับไปสัมผัสชีวิตเมื่อกว่าสองพันปีก่อน การค้นพบโดยบังเอิญนี้เกิดขึ้นระหว่างการบูรณะซ่อมแซมอาคารศาลาว่าการเมืองเก่าแก่ ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1914 และได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ทีมนักโบราณคดีและคนงานต้องตะลึงเมื่อพบโครงสร้างหินครึ่งวงกลมที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งระบุได้ในทันทีว่าเป็นโรงละครโอเดียนของโรมัน สถานที่สำหรับจัดการแสดงดนตรีและการประชุมเล็กๆ ในสมัยจักรวรรดิโรมัน (arkeonews.net)
โบราณสถานที่ไม่คาดฝันนี้เผยให้เห็นแนวหินที่เรียงตัวอย่างประณีตขนานกันสามแถว ก่อเกิดเป็นพื้นที่ภายในมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 20 เมตร (ประมาณ 65 ฟุต) รายละเอียดทางสถาปัตยกรรม รวมถึงการออกแบบทรงโค้งครึ่งวงกลม (apsidal) สะท้อนถึงภูมิปัญญาอันล้ำลึกของชาวโรมันทั้งในด้านศาสตร์แห่งเสียงและการจัดสรรพื้นที่เมือง กระทรวงวัฒนธรรมและสื่อของโครเอเชียถึงกับระบุว่า การค้นพบนี้ “ล้ำค่าอย่างยิ่ง” และเป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของการศึกษาเมืองซิสเซีย (Siscia) ซึ่งเป็นชื่อเดิมของเมืองซีซาคในยุคโรมัน และเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางความเจริญของจักรวรรดิ
เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของการค้นพบนี้อย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องย้อนรอยประวัติศาสตร์ของเมืองซิสเซีย เดิมทีเป็นชุมชนของชาวเคลติก (Celtic) และอิลลิเรียน (Illyrian) ก่อนจะถูกพัฒนาเป็นป้อมปราการทางทหารของโรมันในช่วงประมาณ 35 ปีก่อนคริสตกาล ตลอดหลายศตวรรษ ซิสเซียได้เติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม จนได้รับการยกฐานะเป็นหนึ่งในสี่เมืองหลวงของจักรวรรดิ ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของเมืองปรากฏชัดทั้งในการวางผังเมืองและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่หมุนเวียนใช้ทั่วทั้งอาณาจักรโรมันอันกว้างใหญ่ไพศาล (Archaeology Magazine) ความเติบโตนี้ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการค้า ไม่ต่างจากเมืองสำคัญในภูมิภาคของไทยปัจจุบันอย่างนครปฐมหรืออยุธยา ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจและขุมทรัพย์ทางมรดกวัฒนธรรม
สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นในยุคปัจจุบัน คือการผสานการอนุรักษ์เข้ากับการเข้าถึงได้อย่างลงตัว หลังการบูรณะความเสียหายจากแผ่นดินไหว ซากโรงละครโอเดียนได้ถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอาคารศาลาว่าการเมือง โดยมีการติดตั้งพื้นกระจกในชั้นใต้ดิน เปิดให้ผู้มาเยือนสามารถเดินชมโครงสร้างโบราณจากมุมมองด้านบนได้ นับเป็นแนวทางสถาปัตยกรรมที่คล้ายคลึงกับพิพิธภัณฑ์บางแห่งในกรุงเทพฯ และลพบุรี ที่มีการปกป้องโบราณสถานพร้อมๆ กับผสานเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ ศาลาว่าการเมืองที่บูรณะใหม่ยังคงรักษารายละเอียดการตกแต่งดั้งเดิมและรูปลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของทางเข้าหลักไว้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ใช้สอยกับการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม
เจ้าหน้าที่ของโครเอเชียและผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีต่างชื่นชมโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ความงดงามของซากโบราณสถานเท่านั้น แต่ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพในการสร้างความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจครั้งใหม่ในบทบาทของเมืองซีซาคในโลกยุคโรมัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงวัฒนธรรมของโครเอเชียกล่าวในแถลงการณ์ว่า “การค้นพบอันน่าทึ่งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟื้นฟูจากภัยพิบัติ ในฐานะโอกาสที่จะได้ทบทวนและตีความประวัติศาสตร์เมืองของเราใหม่อีกครั้ง” (arkeonews.net) นักวิชาการด้านมรดกวัฒนธรรมก็เห็นพ้องในทิศทางเดียวกัน โดยชี้ว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยที่คาดเดาไม่ได้และมักนำความสูญเสียมาให้ บ่อยครั้งกลับกลายเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การค้นพบมรดกที่ซ่อนเร้น ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวในอิตาลี กรีซ หรือแม้แต่กรณีศึกษาจากการบูรณะโบราณสถานในอยุธยา เช่น วัดราชบูรณะ หลังประสบอุทกภัยหรือปัญหาดินทรุดในอดีต
เรื่องราวของโรงละครโอเดียนแห่งเมืองซิสเซีย เปรียบดั่งสัญลักษณ์ที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงอันแนบแน่นระหว่างภัยธรรมชาติและความทรงจำทางประวัติศาสตร์ ในหลายจังหวัดของไทย เหตุการณ์น้ำท่วม การกัดเซาะ หรือการทรุดตัวของชั้นดิน ก็มักนำไปสู่การค้นพบโบราณวัตถุโดยบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นซากสถูปเจดีย์สมัยทวารวดี หรือปราสาทขอมโบราณ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงชั้นประวัติศาสตร์ที่ทับถมอยู่ใต้ผืนดินที่เรายืนอยู่ ทั้งโครเอเชียและไทยต่างก็มีพลวัตในลักษณะนี้ เช่นเดียวกับเมืองหลวงเก่าแก่อย่างสุโขทัยและซีซาค ที่ล้วนผ่านวัฏจักรแห่งการเสื่อมสลาย การฟื้นฟู และการค้นพบใหม่อยู่เสมอ
เมื่อมองไปข้างหน้า การค้นพบโรงละครโอเดียนโรมันครั้งนี้มาพร้อมกับโอกาสและความท้าทายมากมาย ทั้งต่อชุมชนท้องถิ่นและวงการโบราณคดีระดับนานาชาติ สำหรับเมืองซีซาค การผสานโบราณสถานแห่งนี้เข้ากับชีวิตประจำวันของเมือง ย่อมพร้อมที่จะขับเคลื่อนทั้งด้านการศึกษา การท่องเที่ยว และการวิจัยเพิ่มเติม ทางการท้องถิ่นชี้ว่าสถานที่แห่งนี้อาจกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรม เทียบได้กับโบราณสถานในอยุธยาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักอนุรักษ์ได้ให้ข้อสังเกตว่า สถานที่ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจากการส่งเสริมเชิงพาณิชย์มากเกินไป หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเป็นบทเรียนที่คุ้นเคยกันดีในบริบทของไทย ที่ซึ่งการสร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงและการอนุรักษ์ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่เสมอ (UNESCO World Heritage)
กระทรวงวัฒนธรรมและสื่อของโครเอเชีย พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับท้องถิ่น กำลังวางแผนที่จะพัฒนาให้โรงละครโอเดียนเป็นจุดเด่นบนเส้นทางท่องเที่ยวมรดกวัฒนธรรม จัดโปรแกรมทัวร์เพื่อการศึกษา และกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่จะเน้นย้ำถึงรากฐานความเป็นโรมันของเมืองซีซาค ความพยายามนี้สอดคล้องอย่างยิ่งกับการจัดการมรดกของไทย ที่สถาบันการศึกษา พิพิธภัณฑ์ และชุมชนท้องถิ่น ต่างมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและปกป้องโบราณสถาน โดยให้ความสำคัญกับแนวทางการมีส่วนร่วมในการจัดการมรดก ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่ภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกต่างเห็นตรงกันว่า เรื่องราวของโรงละครโอเดียนแห่งเมืองซีซาคมีความสำคัญและส่งผลกระทบในวงกว้างเกินกว่าแค่ในโครเอเชีย นักวิชาการโบราณคดีระหว่างประเทศระบุว่า การค้นพบเช่นนี้ช่วยให้เราเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าการออกแบบผังเมืองแบบโรมันได้แพร่หลายไปทั่วยุโรป คาบสมุทรบอลข่าน และภูมิภาคอื่นๆ อย่างไร ในบทวิเคราะห์ประจำปี 2024 โดยสมาคมนักโบราณคดีแห่งยุโรป (European Association of Archaeologists) ชี้ว่า “การค้นพบที่เกิดจากการบูรณะหลังภัยพิบัติมักเผยให้เห็นชั้นความซับซ้อนทางวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ในศูนย์กลางเมืองประวัติศาสตร์” (European Association of Archaeologists) เช่นเดียวกับวัดโบราณและเมืองที่สาบสูญซึ่งมีการค้นพบเป็นระยะในแถบลุ่มน้ำของไทย โรงละครโอเดียนที่ซีซาคแสดงให้เห็นว่า แม้แต่การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกก็สามารถเชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบัน และจุดประกายการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับอัตลักษณ์ ชุมชน และความสืบเนื่องทางประวัติศาสตร์
สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย เรื่องราวของโรงละครโอเดียนแห่งเมืองซีซาคให้ข้อคิดที่น่าสนใจและนำไปปรับใช้ได้ ประการแรก คือเน้นย้ำความจำเป็นในการลงทุนด้านการประเมินทางโบราณคดีหลังเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้แน่ใจว่าการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จะดำเนินการควบคู่ไปกับการเคารพมรดกทางประวัติศาสตร์ที่อาจซ่อนเร้นอยู่ ประการที่สอง คือเป็นต้นแบบของการผสานโบราณสถานที่ค้นพบใหม่เข้ากับชีวิตประจำวัน ทำให้ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ประสบการณ์ของโครเอเชียยังตอกย้ำคุณค่าของการจัดการมรดกวัฒนธรรมแบบข้ามพรมแดน เตือนให้ผู้กำหนดนโยบายและพลเมืองไทยตระหนักถึงประโยชน์ของความร่วมมือระหว่างประเทศ การแบ่งปันความเชี่ยวชาญ และการมีส่วนร่วมของชุมชน
โดยสรุป ขณะที่โครเอเชียเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้กระตือรือร้นที่จะมาเยี่ยมชมโรงละครโอเดียนโรมันที่เพิ่งค้นพบใหม่ ผู้อ่านชาวไทยเองก็ควรหันมาพิจารณาถึงขุมทรัพย์ล้ำค่าที่อาจซ่อนอยู่ในแผ่นดินของเรา และตระหนักว่าภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือพายุ แม้จะดูน่ากลัวในระยะสั้น แต่อาจเผยเรื่องราวใหม่ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนดินได้เช่นกัน ชุมชน นักการศึกษา และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นควรร่วมมือกันสนับสนุนความพยายามในการอนุรักษ์อย่างรอบด้าน มีส่วนร่วมในโครงการท่องเที่ยวเชิงมรดก และเป็นผู้พิทักษ์ประวัติศาสตร์ร่วมกันอย่างแข็งขัน ท้ายที่สุด ดังที่โรงละครโอเดียนอันเก่าแก่ของซีซาคได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ใต้เมืองทุกแห่งย่อมมีร่องรอยอารยธรรมที่รอคอยการค้นพบ การตีความใหม่ และการทะนุถนอมเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังสืบไป