ยุคสมัยที่ปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีในศตวรรณที่ ๒๑ ได้เรียนรู้และเห็นเทคโนโยลยีเกิดการพัฒนามากขึ้น…ผู้เขียนได้เรียนรู้เทคโนโลยีมาเมื่อสมัยปี พ.ศ.๒๕๓๖ในยุคสมัยที่ระบบ Internet ยังไม่ค่อยจะเสถียรสักเท่าไร…เวลาคีย์ข้อมูลเข้าไปในคอมพิวเตอร์ในสมัยนั้น เมื่อคีย์เข้าไปแล้วระบบชอบ error นั่งคอยข้อมูลนำเข้าระบบเป็นครึ่งค่อนชั่วโมง…ยังแอบนั่งขำตนเองกับเพื่อน ๆ ว่า หากช้าแบบนี้ ตัวผู้เขียนเองใช้พิมพ์ดีดพิมพ์งานเองยังจะเร็วกว่า…แต่ในใจอีกความคิดหนึ่งก็ยังคิดว่า หากมีระบบ Internet ที่เสถียรกว่านี้ จะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์อีกมากมายเลยเชียว
ใช้เวลารอคอยที่เห็นถึงการพัฒนาการทางเทคโนโลยีมาเรื่อย ๆ และก็เห็นถึงความเติบโตทางด้านเทคโนโลยีมาตลอด มา ณ ปัจจุบัน ทำให้เห็นถึงการพัฒนาการทางเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะยุคปัจจุบันจะมีเรื่องของ AI เข้ามามีบทบาทของการให้มนุษย์ได้ศึกษาและเรียนรู้มากยิ่งขึ้น…แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก็ขึ้นอยู่กับการมีจรรยาบรรณวิชาชีพของแต่ละบุคคล แต่ละประเทศด้วย ที่มีการสอน และการลงมือปฏิบัติให้ทราบกันมากน้อยเพียงใด เพราะจรรยาบรรณวิชาชีพนั้นสำคัญมากต่อการนำลงใช้ในการเรียนรู้ของวิชาการทางคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีปัญหาเกิดขึ้นมากมายในระบบของเทคโนโลยีในยุคนี้ เช่น การลักข้อมูล (Data) ของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) นำไปใช้ในเชิงธุรกิจ เพื่อให้ได้เงินออกมา ซึ่งอาการที่เกิดขึ้น คือ น่าเป็นห่วงกับการที่เป็นอาการแบบนี้ เพราะจรรยาบรรณวิชาชีพ ไม่ว่ามนุษย์วิชาชีพใด ๆ ในโลกนี้ ทุกอาชีพ ควรเน้นในเรื่องของจรรยาบรรณให้มากที่สุด…หากไม่เน้นย้ำ จะทำให้เกิดความเสื่อมเกิดขึ้น และแก้ไขปัญหาไม่ได้เช่นกัน
ถึงแม้ยุคนี้จะเป็นยุคของการแสวงหาเงินตราก็ตาม…แต่เด็กยุคใหม่ก็ควรที่จะเรียนรู้ในเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพให้ฝังเข้าไปในจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ได้ด้วย ส่วนอาจารย์ผู้สอนทางด้านนี้ ก็ต้องเน้นย้ำให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจ เพื่อที่จะได้ถ่ายทอดความรู้ได้อย่างถูกต้อง ถูกทุกการกระทำเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม…หากไม่คำนึงในอนาคตภายหน้า สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ นั่นคือ ความเสื่อมในตัวของเทคโนโลยีเองว่า ไม่มีการควบคุม ยับยั้งสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรกระทำ…แต่ถ้าหากนำลงสู่การปฏิบัติจริงได้แล้ว ผู้เขียนมีความเห็นว่า…จะทำให้เป็นประโยชน์ต่อระบบ ต่อประเทศชาติของแต่ละชาติ ที่ควรต้องหันกลับมาทบทวนในสิ่งนี้ เพราะเห็นอยู่ว่า พวกเขาคงหลงประเด็น ยิ่งปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจมีเกิดขึ้นมากมาย เสมือนกับการเกิดปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น เป็นการดึงเงินจากกระเป๋าของคนที่ถูกหลอกไปใส่ในกระเป๋าของผู้ที่ทำการหลอกลวง ด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยีเพื่อเป็นการสื่อสารให้บุคคลหลงเชื่อ
อีกอย่างวัฒนธรรมของคนในยุคก่อน ๆ ยังมีวัฒนธรรมที่มีความเมตตา สงสาร ความรู้ไม่เท่าทันกับความรู้ใหม่ ความเชื่อใจ ความไว้วางใจ ฯลฯ กับมนุษย์ด้วยกัน ได้นำมาใช้ แต่ก็ไม่อาจคาดคิดได้ว่าจะหลงกลกับพวกที่ใช้เทคโนโลยีในทางที่ไม่ถูกต้องได้เช่นกัน…ซึ่งพวกที่หลอกลวง ก็คงคิดว่าตนเองได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นการหาเงิน แต่หานึกไม่ว่า..สิ่งที่ได้กระทำลงไปนั้นไม่ถูก ไม่ควร หากเป็นยุคก่อน ก็คือ การหลอกลวง ต้นตุ๋น มนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งถือว่าเป็นความผิดเช่นกัน
สมควรว่ายุคสมัยนี้ ควรปรับเปลี่ยนหลักสูตรในการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาระบบต่าง ๆ ให้เกิดการพัฒนามากยิ่งขึ้น จะถือได้ว่าเป็นจุดอ่อนของระบบเทคโนโลยี หากขืนปล่อยปัญหาแบบนี้ต่อไป ถ้ายังไม่ให้ความสำคัญ และแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สังคมยุคสมัยนี้ ยังมิใช่กับยุคสมัยเรื่องของเงินตราอย่างเดียว…และหากจะทำในเรื่องของเงินในอากาศ ก็อย่าหวังเลยว่าจะทำได้ เพราะระบบฐานข้อมูลยังรวน ๆ ระบบของการหาเงินในอากาศก็ไม่สามารถที่จะได้แทนเรื่องของเงินสด ก็จะทำได้เพียงแค่ Program ที่ใช้เอื้อประโยชน์ สามารถใช้ในการตรวจสอบได้เช่นปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องทำให้เกิดความเชื่อใจในมนุษย์ มิควรคิดทำลายในระบบ เพราะจะทำให้ความเสื่อมทางระบบเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวขัดขวางความเจริญ การพัฒนาของเทคโนโลยีเอง
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ
บุษยมาศ แสงเงิน
๒ มิถุนายน ๒๕๖๘