ขอให้ลูกจดจำไว้ ในยุคที่ใคร ๆก็มีอะไรต้องผ่อน การได้ใช้ชีวิตแบบ “ไม่มีหนี้”ถือเป็นความหรูหราทางใจที่เงียบที่สุด แต่สุขที่สุด

อยู่แบบไม่มีหนี้

        การเขียนเรื่องทำนองนี้บ่อยครั้ง ถ้าคนอ่านไม่เข้าใจ ก็จะหาว่าอวดร่ำอวดรวย แต่แท้ที่จริงแล้ว เรื่องราวที่บันทึกไว้นี้ จะเป็นข้อคิดสะกิดใจลูกหลานได้นำไปปรับใช้ อาจเกิดผลดีแก่ชีวิตก็เป็นได้   

        สืบเนื่องจากเมื่อวันก่อน เห็นเขตฯจัดการอบรม "วัยเกษียณ อยู่ดีมีสุข สถานีแก้หนี้ สพป.กาญจนบุรี เขต 4 ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรี จำกัด"

        โดยมีข้าราชการบำนาญในสังกัด สพป.กาญจนบุรี เขต 4 เข้าร่วมการอบรมฯ 

        งานนี้ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และสพฐ. ในการร่วมกันแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการครูในสังกัด โดยทางสหกรณ์ออมทรัพย์ได้เข้ามาให้ความรู้และคำแนะนำแก่ข้าราชการบำนาญ 

        เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความสุขในการดำเนินชีวิต มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ตามเจตนารมณ์ของ รมว.ศธ. ที่ต้องการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาให้กลับมามีรอยยิ้ม แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว

       ในการนี้จะดูแลช่วยเหลือโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามแนวทาง "จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน"

          ผมกับภรรยาซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ รวมทั้งลูกชายอีก ๒ คนที่เป็นข้าราชการครู ไม่เคยคิดที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับสถาบันสหกรณ์ ทั้งที่เป็นสถาบันทางการเงินที่เป็นระบบและเชื่อถือได้

          จึงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมไม่ต้องไปนั่งฟังคำบรรยาย เพราะ่ไม่อยากเป็นหนี้มาแต่เดิม

          การใช้ชีวิต...แบบมนุษย์เงินเดือนของผมและภรรยา จึงล้มลุกคลุกคลาน ผ่านวิกฤตทุกอย่างมาได้เพราะความพอเพียง ต้องอดทน อดกลั้น อดออม ยอมขมแล้วขมอีก เพราะไม่รู้จะไปกู้ยืมใคร

          ผมกับครอบครัว อาจจะหนักกว่าคนอื่น ที่เริ่มจากต้นทุนที่ต่ำมาก ไม่เคยมีที่ดินและทรัพย์สิน ไม่มีมรดกจากพ่อกับแม่ นอกจากการศึกษาอันเป็นที่มาของอาชีพที่ทรงเกียรติเท่านั้น

          ตลอดการรับราชการครูของเราสองคน ผมทำหน้าที่จดบันทึกบัญชีครัวเรือน ภรรยาทำหน้าที่บริหารจัดการและเก็บออม ปฏิบัติเช่นนี้จนเป็นนิสัย นับตั้งแต่เราแต่งงานกัน

          พอมีลูก ๒ คน เราจึงไม่ขัดสนมากนัก สามารถส่งลูกเรียนจนจบป.ตรี ป.โท มารู้สึกลำบากและต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น ประหยัดใช้จ่ายและท่องเที่ยวให้น้อยลง ก็ตอนที่ลูก ๒ คนเข้ารับราชการครู

          เพราะลูกชายต้องมีรถยนต์และต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง ผมจัดการให้ทั้งหมดด้วยเงินที่เก็บหอมรอมริบเอาไว้ ลูกชายทั้งสองจะไปสมัครสหกรณ์ เพื่อนำเงินมาแบ่งเบาภาระให้พ่อกับแม่

          ผมถามลูกว่า มั่นใจหรือว่าสมัครสหกรณ์แล้ว ลูกจะมีเงินพอใช้ และลูกมีวินัยทางการเงินที่ดีพอหรือยัง? ลูกอย่าได้กังวลกับเงินที่พ่อให้ใช้จ่ายและช่วยลูกส่งงวดรถ ลูกไม่ต้องนำมาใช้คืนพ่อกับแม่ก็ได้

          พ่อกับแม่ขอเพียง..ให้ลูกตั้งใจทำหน้าที่ครู ทำงานให้มีความสุข ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และอย่าเป็นหนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะหนี้สหกรณ์หรือหนี้นอกระบบก็ตาม

          จงพยายามพึ่งตนเองให้มากที่สุด อย่าคิดแต่จะพึ่งสหกรณ์ พ่ออยู่ในวงการมานาน และรู้จักสหกรณ์ดี ในรอบ ๑๐ ปีที่สหกรณ์ฯดูดี มีมาตรฐานที่สุดทั้งบุคลากรและระบบบริหารการจัดการฯ

          แต่อนาคตไม่มีอะไรแน่นอน เราต้องตั้งหลักปักฐาน สร้างหลักการชีวิตที่มั่นคงด้วยตัวเราเอง

          พ่อมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือลูกทุกเดือน ไม่มีเงินเก็บ แต่ก็มีเงินพอใช้ถึงสิ้นเดือน พ่อกับแม่จะไม่ซื้อหาอะไรอีก บ้านและสวน ตลอดจนที่ดินต่างๆ รวมทั้งโคกหนองนาของเราก็พร้อมทุกอย่างแล้ว

       ขอให้ลูกจดจำไว้ ในยุคที่ใคร ๆก็มีอะไรต้องผ่อน การได้ใช้ชีวิตแบบ “ไม่มีหนี้”ถือเป็นความหรูหราทางใจที่เงียบที่สุด แต่สุขที่สุด 

       ข้อดีของชีวิตที่ไม่มีหนี้ แม้จะไม่ได้รวยล้นฟ้า…แต่ “ใจสบาย” เกินใคร ก็คือ..…                                                                                                   

        1. ใจไม่เครียด นอนหลับสบายไม่มีใครโทรทวง ไม่มีใบแจ้งเตือนค้างชำระ ไม่ต้องกังวลว่าวันไหนเงินไม่พอจะเอาที่ไหนจ่ายแค่นี้ก็มีพื้นที่ให้ใจได้พักมากกว่าหลายคนแล้ว

        2. ใช้ชีวิตตามจังหวะของตัวเองได้ ไม่ต้องเร่งหาเงินเพื่อจ่ายดอก ไม่ต้องฝืนรับงานที่ไม่อยากทำ มีอิสระในการเลือกชีวิต ไม่ต้องเอาตัวเองไปผูกไว้กับภาระที่สร้างจาก “ความอยากเกินจำเป็น”

        3. เก็บเงินได้จริง วางแผนอนาคตได้ง่ายไม่มีหนี้ = ไม่มีเงินรั่ว เงินที่หาได้กลายเป็นของเราจริง ๆ เก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นหรือเพื่อลงทุนต่อยอดในอนาคต

         จำไว้…ไม่ต้องรวยล้นฟ้า แค่ไม่มีหนี้ ก็เหมือนได้เป็น “เจ้าของชีวิตตัวเอง” อย่างแท้จริงแล้ว

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒  มิถุนายน  ๒๕๖๘