พอถึงหน้าเทศกาลทีไร การเดินทางในบ้านเราก็คึกคักเป็นพิเศษ ก็มีงานวิจัยและคำแนะนำดีๆ จากผู้เชี่ยวชาญมาช่วยชี้ช่องทางรับมือกับความเครียดจากการเดินทางในช่วงที่คนเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะกลับบ้านหรือไปเที่ยว ความโกลาหลตั้งแต่สนามบินในเมืองกรุงยันสถานีขนส่งต่างจังหวัด ถือเป็นเรื่องที่มาคู่กันกับเทศกาลเลยก็ว่าได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีรับมือ เพราะมีกลยุทธ์ที่พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ว่าช่วยให้การเดินทางที่ดูน่าเหนื่อยหน่าย กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นได้เยอะ จากรายงานล่าสุดของผู้สันทัดกรณีด้านการเดินทางและสุขภาพจิต (AP News)
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่แล้ว วันหยุดเทศกาลคือโอกาสทองที่จะได้กลับไปเจอหน้าครอบครัว หรือไปร่วมงานบุญงานประเพณี แต่เรื่องที่ต้องปวดหัวกับการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นตั๋วรถไฟที่เต็มเอี๊ยด คิวที่ยาวเป็นหางว่าว หรือไฟลท์บินที่ดีเลย์ ก็เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้หลายคนเครียดกันถ้วนหน้า พอมีคำแนะนำดีๆ ที่ใช้ได้จริงจากผู้สันทัดกรณีออกมา นักเดินทางก็สามารถเตรียมตัวรับมือได้แต่เนิ่นๆ เพื่อดูแลทั้งใจและกายของตัวเองให้พร้อม
เคล็ดลับสำคัญข้อแรกเลยคือการวางแผนและเตรียมตัวให้พร้อม ผู้เชี่ยวชาญแนะว่า ก่อนเดินทางสักหนึ่งสัปดาห์ ให้ลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำออกมาให้หมด ไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้าหน้าผมหรือเอกสารสำคัญเท่านั้น แต่รวมไปถึงงานบ้านจิปาถะอย่างเคลียร์ตู้เย็น รดน้ำต้นไม้ด้วย บรรณาธิการจากนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำท่านหนึ่งเสริมว่า การแปะลิสต์นี้ไว้ในที่ที่เห็นง่ายๆ แล้วค่อยๆ ติ๊กออกทีละข้อ จะช่วยลดอาการลนลานในนาทีสุดท้าย ทำให้รู้สึกอุ่นใจและพร้อมออกเดินทางมากขึ้น
เรื่องความสบายระหว่างทางก็มองข้ามไม่ได้เลย โดยเฉพาะถ้าต้องไปนั่งรอนานๆ ที่สนามบินอย่างสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง ไอเท็มอย่างหูฟังตัดเสียงรบกวน เพลย์ลิสต์เพลงโดนใจ ชุดสบายๆ สำรองสักชุด หรือขนมขบเคี้ยวที่พกมาจากบ้าน สามารถเปลี่ยนช่วงเวลารอคอยสุดเครียด ให้เป็นอะไรที่พอรับมือได้ หรืออาจจะชิลล์ไปเลยด้วยซ้ำ ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่า ให้เตรียมของเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้หน่อยก็ดี เช่น ยาสามัญประจำบ้าน หนังสืออ่านเล่น หรืออะไรที่ให้ความบันเทิงได้หลายๆ อย่าง หรือแม้กระทั่งข้าวกล่องเผื่อกรณีดีเลย์ยาวๆ ของพวกนี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เยอะ
การดื่มน้ำให้พอเป็นอีกเรื่องสำคัญที่หลายคนชอบลืม เวลาเดินทางไม่ว่าจะรถทัวร์หรือเครื่องบินที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ผิวกับผมเราจะแห้งได้ง่ายๆ ผู้เชี่ยวชาญเลยแนะให้พกขวดน้ำเปล่าไปเติมน้ำดื่มหลังผ่านจุดตรวจค้น แล้วก็อย่าลืมครีมบำรุงผิวกับลิปบาล์มติดกระเป๋าไว้ด้วย บรรณาธิการด้านความงามจากสื่อดิจิทัลเจ้าหนึ่งยังเสริมว่า ให้ดื่มน้ำเยอะๆ และบำรุงผมให้ชุ่มชื้นเข้าไว้ ทริคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสวยๆ งามๆ แต่ยังช่วยไม่ให้ผิวแห้งจนรู้สึกไม่สบายตัวด้วย
สมัยนี้ แอปเดินทางต่างๆ ก็เป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้ทริปของเราสะดวกสบายไร้กังวลขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน รถไฟ หรือบริษัทรถทัวร์ในบ้านเรา แต่ละเจ้าก็อาจจะมีกฎเกณฑ์หรือขั้นตอนไม่เหมือนกัน การโหลดแอปทางการของแต่ละเจ้าติดเครื่องไว้ จะช่วยให้เราได้รับแจ้งเตือนทันทีถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลง เช่น ไฟลท์ดีเลย์ เปลี่ยนเกต หรือมีอัปเดตนโยบายใหม่ๆ ทำให้ปรับตัวได้ไว ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
อีกทริคที่ใช้ได้กับทุกคนเลยก็คือ “การเผื่อเวลา” เอาไว้เยอะๆ ใครเคยไปสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ช่วงเทศกาลคงรู้ดีว่า คิวตรวจความปลอดภัยกับระยะทางเดินไปชานชาลามันกะเกณฑ์อะไรไม่ค่อยได้ การไปถึงสนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมงสำหรับไฟลท์ในประเทศ หรือมากกว่านั้นถ้าเป็นไฟลท์ต่างประเทศ จะช่วยให้มีเวลาตั้งรับกับปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ถ้ามีเวลาเหลือ ก็เดินเล่นดูของในสนามบิน หรือนั่งอ่านหนังสือชิลล์ๆ ก็ยังได้ แม้แต่คนที่เดินทางด้วยรถทัวร์หรือรถไฟ การไปถึงก่อนเวลาก็ช่วยเลี่ยงปัญหารถติดและคนแน่นๆ ได้เหมือนกัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตย้ำว่า สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าอะไรคือตัวกระตุ้นความเครียดของเราแต่ละคน อาจจะเป็นอาการกลัวเครื่องบิน ความรู้สึกอึดอัดเวลาเจอคนเยอะๆ หรือความปวดหัวกับการจัดการนู่นนี่นั่น การเข้าใจถึงต้นตอของความกังวลจะช่วยให้เราหาวิธีรับมือได้ถูกจุด บางทีวิธีแก้ก็ง่ายนิดเดียว เช่น แบ่งงานให้คนในครอบครัวช่วยกัน หรือลองใช้วิธีบำบัดแบบปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy) ซึ่งทางสมาคมจิตวิทยาอเมริกันบอกว่าได้ผลดีมากกับอาการกลัวที่เกี่ยวกับการเดินทางโดยเฉพาะ
อีกเรื่องที่ห้ามมองข้ามคือการเตรียมตัวสำหรับขากลับ การทำความสะอาดบ้านทิ้งไว้ล่วงหน้า หรือเตรียมอาหารง่ายๆ แช่ตู้เย็นไว้ จะช่วยให้พอกลับถึงบ้านแล้วรู้สึกน่าอยู่ขึ้นเยอะ ไม่ต้องมาหัวหมุนอีกรอบ บรรณาธิการสายท่องเที่ยวท่านหนึ่งบอกว่า การได้กลับมาเจอห้องหับที่สะอาดสะอ้านหลังจากการเดินทางเหนื่อยๆ มันช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจริงๆ
สำหรับนักเดินทางชาวไทยเรา เคล็ดลับพวกนี้ก็เข้ากับวิถีบ้านเราได้ดีเลย หลายบ้านก็คงคุ้นเคยกับการช่วยกันเตรียมของ จัดกระเป๋ากันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ด้วยเมืองที่ขยายตัว การเดินทางที่ถี่ขึ้น แถมยังมีเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การเตรียมตัวเดินทางยุคนี้มันซับซ้อนกว่าแต่ก่อน การนำเอาวิธีดีๆ ที่คนทั่วโลกเขาใช้กัน มาปรับเข้ากับความเชื่อดั้งเดิมของเรา อย่างการไหว้เจ้าที่เจ้าทางก่อนออกเดินทาง หรือการทำความสะอาดบ้านล่วงหน้า ก็เป็นการผสมผสานเรื่องใหม่ๆ เข้ากับธรรมเนียมเก่าแก่ที่ลงตัว
ในวันข้างหน้า เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขึ้น บวกกับความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตที่มากขึ้น น่าจะช่วยให้การเดินทางช่วงวันหยุดของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติสะดวกสบายและปวดหัวน้อยลงไปอีกเยอะ เทรนด์ที่น่าจับตามองก็คือแอปที่ใช้งานง่ายขึ้น เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น ระบบแปลภาษาแบบทันใจ และตัวเลือกบริการที่หลากหลายตามจุดพักรถหรือสนามบิน ขณะเดียวกัน การฝึกสติหรือฝึกผ่อนคลาย ที่ฮิตกันทั้งจากคำแนะนำของพระอาจารย์และกระแสรักสุขภาพทั่วโลก ก็น่าจะมีบทบาทสำคัญในการเตรียมตัวเดินทางมากขึ้นเรื่อยๆ
ใครที่กำลังเตรียมตัวออกทริปครั้งหน้า ไม่ว่าจะเป็นช่วงเข้าพรรษา ลาพักร้อนประจำปี หรือแค่วันหยุดยาวเสาร์อาทิตย์ ลองเอาขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้ไปใช้ดู:
- เริ่มให้ไว: ลิสต์สิ่งที่ต้องทำแปะไว้ให้เห็นชัดๆ อย่างน้อยหนึ่งอาทิตย์ก่อนเดินทาง
- เน้นสบายไว้ก่อน: แพ็กของใช้ส่วนตัวชิ้นโปรดติดไปด้วย พร้อมกับของจำเป็นอื่นๆ
- ดื่มน้ำ ดูแลตัวเอง: อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ ดูแลผิว (หรือผม) ให้ดี
- ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์: โหลดแอปของผู้ให้บริการเดินทางต่างๆ และเช็กกฎระเบียบให้เรียบร้อยก่อนไป
- เผื่อเวลาเยอะๆ: ไปถึงก่อนเวลาที่คิดว่าพอ เพื่อรับมือเรื่องไม่คาดฝัน
- จัดการความเครียด: หาให้เจอว่าอะไรทำให้เครียด แล้วหาทางรับมือหรือขอความช่วยเหลือถ้าจำเป็น
- เตรียมบ้านรอรับ: จัดบ้านให้สะอาดน่าอยู่ รอวันกลับมาพักผ่อน
ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือเคล็ดลับเดินทางใหม่ๆ ลองเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางระหว่างประเทศอย่าง AP News แค่เตรียมตัวให้ดี ใช้ตัวช่วยดิจิทัลเป็น และดูแลตัวเองให้พร้อม การเดินทางช่วงวันหยุดที่เคยน่าเบื่อ ก็จะกลายเป็นประสบการณ์ดีๆ ที่น่าประทับใจสำหรับคนไทยทุกคน