ในตำรับยาโบราณของไทย มีพืชกลิ่นฉุนเฉพาะตัวที่อยู่คู่สังคมไทยมานับร้อยปี นั่นคือ ผักเสี้ยนผี (Cleome viscosa) พืชชนิดนี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในวิถีชาวบ้านจากรุ่นสู่รุ่น มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น “ส้มเสี้ยนผี” “ผักเสี้ยนตัวเมีย” หรือแม้แต่ชื่อที่ฟังดูลึกซึ้งอย่าง “ไปนิพพานไม่รู้กลับ” ทุกวันนี้ จากวัชพืชที่เห็นกันชินตาตามริมรั้วหรือสวนหลังบ้าน ผักเสี้ยนผีกำลังกลายเป็นดาวเด่นในแวดวงวิจัยวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ท่ามกลางกระแสใส่ใจสุขภาพที่คนไทยหันมามองหาทางเลือกการรักษาแบบธรรมชาติซึ่งหยั่งรากจากภูมิปัญญาดั้งเดิม การผสานองค์ความรู้โบราณเข้ากับการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ จึงทำให้ผักเสี้ยนผีกลับมาได้รับความสนใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
สิ่งที่ทำให้ผักเสี้ยนผียังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีไทยก็คือคุณประโยชน์รอบด้าน ทั้งในชีวิตประจำวันและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นทั้งผักเครื่องเคียงในสำรับกับข้าว และเป็นยาสมุนไพรที่พึ่งพาได้ แทบทุกส่วนของพืชชนิดนี้ ไม่ว่าใบ เมล็ด หรือลำต้น ล้วนถูกนำมาใช้เป็นยาบรรเทาสารพัดอาการ ตั้งแต่แก้ไข้ รักษาโรคผิวหนัง บรรเทาอาการปวดท้อง ไปจนถึงสรรพคุณที่รู้จักกันในนาม “บำรุงกำลัง” ในยามที่กระแสโลกภายนอกดึงดูดให้เรามองออกไปไกลตัว ผักเสี้ยนผีกลับชวนให้เราหันกลับมาพิจารณาสิ่งที่ภูมิปัญญาพื้นบ้านมีให้ และมองไปสู่อนาคตที่วิทยาศาสตร์กำลังเริ่มไขความลับคุณค่าของมัน
ในภูมิปัญญาดั้งเดิม ผักเสี้ยนผีเป็นที่รู้จักและใช้ประโยชน์กันกว้างขวางทั่วทั้งเอเชีย ไม่เพียงแค่เรื่องอาหารการกิน แต่ยังเน้นหนักไปที่สรรพคุณทางยา ในครัวเรือนตามชนบทของไทย “ผักเสี้ยนดอง” หรือใบผักเสี้ยนหมัก ถือเป็นเครื่องเคียงยอดนิยมคู่กับอาหารรสเผ็ดร้อน โดยเชื่อกันว่าช่วยย่อยและลดความร้อนในร่างกาย หมอยาพื้นบ้านในหลายภูมิภาคต่างบันทึกถึงสรรพคุณของพืชชนิดนี้ในการแก้ไข้ บรรเทาปวดเมื่อย ขับพยาธิ หรือแม้แต่ใช้ใบที่มีกลิ่นฉุนทำน้ำยาบ้วนปากแก้ปวดฟัน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก HDmall) ในชุมชนทางภาคเหนือ มีการกล่าวถึงการใช้ผักเสี้ยนผีดูแลสุขภาพสตรี ส่วนภาคกลางก็มีการปรุงยาจากพืชนี้เพื่อรักษาแผลสดแผลเปื่อย องค์ความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นมรดกทางปัญญาที่บอกเล่าสืบต่อกันมา
แต่คุณประโยชน์ของผักเสี้ยนผีไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตำรับยาไทยเท่านั้น เรื่องเล่าพื้นบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียต่างก็พูดถึงสรรพคุณอันหลากหลายของผักเสี้ยนผี ไม่ว่าจะเป็นยาถ่ายพยาธิ (ช่วยขับพยาธิในลำไส้) ยาขับลม (ช่วยลดอาการท้องอืดเฟ้อและช่วยย่อย) ยาฆ่าเชื้อ และยาลดไข้ (อ้างอิงจาก CABI Compendium) สำหรับหลายชุมชน การเก็บผักเสี้ยนผีในหน้าฝนยังถือเป็นกิจกรรมร่วมกัน สะท้อนความผูกพันของพืชชนิดนี้ทั้งในแง่ของอาหารและสุขภาพ
ความเชื่อถือที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนี่เอง ที่เป็นแรงผลักดันให้ผักเสี้ยนผีก้าวจากเรื่องเล่าพื้นบ้านสู่โต๊ะวิจัยในห้องปฏิบัติการ การทบทวนงานวิจัยอย่างละเอียดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทางพฤกษศาสตร์พื้นบ้านและเภสัชวิทยาของพืชชนิดนี้ เผยให้เห็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (bioactive compounds) มากมาย เช่น สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoids) อย่างเควอซิทิน (quercetin) สารกลุ่มคูมาริโนลิกแนนด์ (coumarinolignoids) เช่น คลีโอมิสโคซิน (cleomiscosins) และสารกลุ่มโมโนเทอร์พีน (monoterpenes) เช่น ไมร์ซีน (myrcene) (ดูข้อมูลจาก Disthai) องค์ประกอบทางเคมีเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ที่ฟังดูห่างไกล ยกตัวอย่างเช่น สารกลุ่มฟลาโวนอยด์นั้นขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบในร่างกายคนเรา ช่วยต่อกรกับ “อนุมูลอิสระ” ตัวร้ายที่คอยทำลายเซลล์ และอาจช่วยลดการตอบสนองที่มากเกินไปของระบบภูมิคุ้มกัน
งานวิจัยทางเภสัชวิทยาในช่วงหลายปีมานี้ยิ่งตอกย้ำถึงคุณประโยชน์อันหลากหลายของผักเสี้ยนผี ผลการศึกษาทั้งในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลองชี้ว่า สารสกัดจากพืชชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านจุลชีพที่โดดเด่น สามารถยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียอย่าง Staphylococcus aureus และ Escherichia coli ซึ่งเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อที่พบได้บ่อย (อ้างอิงจาก วิกิพีเดีย: Cleome viscosa) ที่น่าทึ่งคือ ในบางงานวิจัย ฤทธิ์ต้านจุลชีพนี้เทียบเคียงได้กับยาปฏิชีวนะแผนปัจจุบันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ถึงภูมิปัญญาโบราณที่ใช้ผักเสี้ยนผีรักษาแผลและควบคุมการติดเชื้อ
แต่สรรพคุณที่พิสูจน์แล้วในห้องแล็บของพืชชนิดนี้ยังไม่หมดแค่นั้น งานวิจัยยังชี้ว่าผักเสี้ยนผีมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและระงับปวดได้อย่างดีเยี่ยม สอดรับกับภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้รักษาไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และปวดข้อ มีการศึกษาพบว่าสารบ่งชี้การอักเสบอย่าง TNF-α (Tumor Necrosis Factor-alpha) และ IL-6 (Interleukin-6) ลดลง โดยสัตว์ทดลองมีอาการบวมและความไวต่อความเจ็บปวดน้อยลงอย่างชัดเจนหลังได้รับสารสกัดจากพืชนี้ (ดูข้อมูลจาก ResearchGate) สำหรับในไทย ข้อมูลนี้ตรงกับการใช้ผักเสี้ยนผีตามแบบโบราณ ทั้งในรูปยาทาภายนอกและยารับประทานเพื่อบรรเทาอาการปวดและไข้ต่างๆ ดังที่บันทึกไว้ในงานศึกษภาคสนามหลายชิ้นที่ทำร่วมกับหมอยาพื้นบ้าน
อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าจะโดนใจสายสุขภาพที่มองหาตัวช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากธรรมชาติก็คือ ผักเสี้ยนผีแสดงผลในการปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน (immunomodulatory effects) ที่วัดผลได้ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย พบว่าสารประกอบในพืชชนิดนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างลิมโฟไซต์ (lymphocyte) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ฟาโกไซต์ (phagocytic cells) ซึ่งเป็นเซลล์ที่คอยดักจับและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เป็นภัยต่อร่างกาย (ดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก Disthai) นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่อธิบายได้ว่าทำไมผักเสี้ยนผีจึงมักเป็นส่วนผสมในยาบำรุงและตำรับยาที่เน้น “บำรุงกำลัง” หรือเพิ่มพละกำลังวังชาตามแบบแผนการแพทย์ไทยโบราณ
นอกเหนือจากสรรพคุณที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเหล่านี้แล้ว การศึกษาในสัตว์ทดลองยังพบว่าพืชชนิดนี้อาจมีฤทธิ์ป้องกันตับ (hepatoprotective) และต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (anti-ulcerogenic effects) นับเป็นความหวังสำหรับการวิจัยต่อยอดเพื่อช่วยรักษาปัญหากระเพาะอาหารเรื้อรังหรือบำรุงสุขภาพตับ (อ้างอิงจาก Pharmacognosy Journal) ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจพบว่า สารสกัดจากพืชช่วยลดความเสียหายของตับที่เกิดจากสารเคมีได้อย่างชัดเจน ซึ่งสนับสนุนความเชื่อของชาวบ้านที่ว่าผักเสี้ยนผีสามารถ “ล้างพิษ” หรือขับของเสียออกจากร่างกายได้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่พบได้บ่อยในตำรับยาโบราณทั่วทุกภาค
ถึงกระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าเส้นทางจากการใช้ประโยชน์ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมไปสู่การประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์สมัยใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและรวดเร็ว สารประกอบที่หลากหลายและซับซ้อนในผักเสี้ยนผีจำเป็นต้องได้รับการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบ รายงานบางชิ้นยังไม่ได้ระบุขนาดการใช้ที่เหมาะสมสำหรับคนอย่างชัดเจน และเช่นเดียวกับสมุนไพรอื่นๆ ก็อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่ต้องการได้ มีรายงานบางกรณีเกี่ยวกับอาการไม่สบายท้องเล็กน้อยเมื่อใช้ในปริมาณมาก และมีรายงานจากแหล่งอื่นที่เตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้ทาภายนอก (ดูข้อมูลจาก Greg App) แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ผ่านการรับรอง เช่น แพทย์แผนไทยหรือแพทย์แผนปัจจุบัน ก่อนที่จะนำมาใช้รักษาตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
การมาบรรจบกันของภูมิปัญญาพื้นบ้านกับวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าขึ้นนี้ เปรียบเสมือนต้นแบบที่ชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยจะสามารถรักษามรดกทางวัฒนธรรมและดูแลสุขภาพของคนในชาติไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร บทบาทที่ยืนยาวของผักเสี้ยนผีในอาหารหมักดองอย่าง “ผักเสี้ยนดอง” เชื่อมโยงความเป็นท้องถิ่นเข้ากับความเป็นสากลได้อย่างกลมกลืน ในครัว ผักเสี้ยนผีคือหนึ่งในสัญลักษณ์ของความเป็นไทย ในร้านยา มันคือขุมทรัพย์ยาจากธรรมชาติ และในห้องทดลอง มันคือแหล่งวัตถุดิบที่น่าจับตามองสำหรับการพัฒนายาใหม่ๆ เส้นทางของผักเสี้ยนผีจากพืชผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านเก็บหากิน สู่การตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ สะท้อนความพยายามของไทยในการสร้างสมดุลระหว่างภูมิปัญญาเก่าแก่กับองค์ความรู้ยุคใหม่
เมื่อมองไปในวันข้างหน้า อนาคตของผักเสี้ยนผีในแง่สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยนั้นดูสดใสไม่น้อย ภายใต้รูปลักษณ์ของกิ่งก้านใบที่อาจดูรกพัน ไม่เพียงแต่ซ่อนสารประกอบนานาชนิดที่รอการค้นคว้าเพิ่มเติม แต่ยังแฝงบทเรียนล้ำค่าเกี่ยวกับการแพทย์แบบบูรณาการ (integrative medicine) และการผสานองค์ความรู้เก่าเข้ากับใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษเภสัชศาสตร์พื้นบ้าน (Ethnopharmacologists) ต่างเสนอแนะให้ภาครัฐและสถาบันวิจัยลงทุนในการศึกษาทางคลินิกที่ลงลึกยิ่งขึ้น รวมถึงการทดลองในคน เพื่อให้เข้าใจถึงความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และศักยภาพในการรักษาของพืชพื้นบ้านชนิดนี้ (อ้างอิงจาก Tandfonline) ความพยายามเหล่านี้จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพจากธรรมชาติ สามารถตอบสนองความต้องการทั้งในประเทศ และคว้าโอกาสจากกระแสความสนใจการรักษาด้วยพืชที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
แต่เช่นเดียวกับการดูแลสุขภาพทุกแขนง ความรอบคอบยังคงเป็นหัวใจสำคัญ สำหรับผู้อ่านทั่วไปและผู้ที่สนใจการใช้ยาสมุนไพรพื้นบ้าน มีข้อคิดสำคัญ 3 ประการที่ควรตระหนัก หนึ่ง ผักเสี้ยนผีเปรียบดั่งสะพานมีชีวิตที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน เป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ควรค่าแก่การให้เกียรติและศึกษาค้นคว้า สอง นอกเหนือจากตำนานพื้นบ้านที่น่าสนใจ วิทยาศาสตร์ยุคใหม่ยังชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่จับต้องได้และวัดผลได้ โดยเฉพาะคุณสมบัติในการต้านจุลชีพ ต้านการอักเสบ และปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน และสาม ไม่ควรมองว่าสมุนไพรใดๆ จะมาแทนที่คำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ผักเสี้ยนผีและผลิตภัณฑ์จากพืชชนิดนี้จะให้คุณประโยชน์สูงสุดเมื่อใช้อย่างถูกวิธีเพื่อเป็นส่วนเสริมในการดูแลสุขภาพ ไม่ใช่ใช้ทดแทนการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์
ในยุคที่คนไทยสายสุขภาพจำนวนไม่น้อยหันกลับมาพึ่งพาธรรมชาติเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเยียวยา การตระหนักและให้เกียรติคุณค่าของพืชพรรณนานาชนิดจากสวนครัวและป่ารอบบ้านจึงยิ่งมีความสำคัญ ไม่ว่าความสนใจของคุณจะอยู่ที่การลิ้มลองรสชาติอาหารแปลกใหม่ หรือการค้นคว้าทางเภสัชวิทยาจากธรรมชาติ เรื่องราวของผักเสี้ยนผีก็เชื้อเชิญให้เราทุกคนมาร่วมกันสำรวจอย่างใคร่ครวญ ลองลิ้มชิมรสผักดองพื้นบ้าน ปรึกษาหารือเรื่องตำรับยาสมุนไพรโบราณกับผู้ประกอบวิชาชีพที่ไว้ใจได้ และเปิดใจรับงานวิจัยในอนาคตที่อาจทำให้พืชบ้านๆ ชนิดนี้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างกว่าเดิม
หากท่านกำลังพิจารณาใช้ผักเสี้ยนผี ไม่ว่าจะตามภูมิปัญญาดั้งเดิมหรือแนวทางสมัยใหม่ โปรดทราบว่าบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ควรปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทุกครั้งก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพรหรือการบำบัดใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากท่านกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีโรคประจำตัว หรือกำลังใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง
อ้างอิง: