วันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ช่วงบ่าย มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบ ววน. ของ สกสว. ที่มี ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ เป็นประธาน  ผมเป็นที่ปรึกษา จึงมีโอกาสได้เรียนรู้พัฒนาการของระบบ ววน. ของประเทศ   ที่มีการออก พรบ. ๔ พรบ. เป็นเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อปฏิรูประบบ อววน. ของประเทศ   ให้ทำหน้าที่เข็นประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลาง   

๔ พรบ. ดังกล่าว ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติ สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2562  (2) พระราชบัญญัติ การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562   (3) พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562  และ (4) พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับในปี 2562

ในระบบที่ซับซ้อนอย่างการเมือง  ราชการ อำนาจ  และผลประโยชน์    การมีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่มีความตั้งใจดี เพื่อผลดีต่อชาติบ้านเมือง   อาจส่งผลร้าย หรือทำให้บ้านเมืองถอยหลังก็ได้   

สอวช. ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนากฎหมายปฏิรูป อววน. และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) 

ดร.เสารัจ รัตนคำฟู ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน TDRI   หัวหน้าโครงการ ได้นำเสนอผลการดำเนินโครงการของตน ภายใต้กรอบแนวคิด   ระบบ ววน. ต้องมีความเชื่อมโยงกับผู้ใช้   มีการทำงานประสานข้ามกระทรวงและ หน่วยงาน   โดยระบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม (วทน.) ที่ควรจะเป็น ต้องเป็นระบบที่สามารถสร้าง ประโยชน์ และผลกระทบต่อประเทศไทยได้    ยกตัวอย่างเช่น ในเชิงเศรษฐกิจ อาทิ การพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรมูลค่าสูง การสร้างอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต จำเป็นต้องประสานการทำงานในหลายด้าน ทั้งในเรื่อง การสร้างนวัตกรรม   การสร้างนักวิจัยที่มีศักยภาพทางการการตลาด   การลดกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เพื่อ ดึงดูดการลงทุนและสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคธุรกิจ    ในเชิงสังคม อาทิ การรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ  การลด ความเหลื่อมล้ำ  การสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง  หรือในเชิงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม อาทิ การลด pm 2.5 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate change)   การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนการบังคับใช้ กฎหมายอย่างจริงจัง 

ปัจจุบันระบบ ววน. ยังสร้างผลกระทบได้ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับงบประมาณกว่า 100,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา    แม้บางโครงการจะมีผลกระทบสูงแต่ยังมีจำนวนน้อย   เนื่องจากขาด ความเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนงานวิจัยตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงขั้นปลาย   โดยมีช่องว่างของระบบ ววน. ในระดับต่าง ๆ  ทั้งช่องว่างระดับนโยบาย  ช่องว่างระดับแผนปฏิบัติการและจัดสรรงบประมาณ    และช่องว่างระดับบริหารและจัดการทุน

เรื่องช่องว่างระดับบริหารและจัดการทุน ผมมีความเห็นต่างจากทีมประเมินเล็กน้อย   ว่าควรแยกแยะหากรณีที่เป็น Good หรือ Best Practice   ว่ามี PMU ใดบ้างที่มีวิธีทำงานที่ได้ผลดี   หากทั้ง PMU ไม่มีตัวอย่างการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมที่ดี    มีโครงการใดบ้างที่มีผลงานดีเยี่ยม    เข้าไปศึกษาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร   มีปัจจัยใดทางการบริหารที่นำสู่ผลงานดีเยี่ยมนั้น สำหรับเป็นกรณีตัวอย่างมาทำเป็นข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงวิธีทำงานของ PMU   

ที่จริงคณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงในทุกระดับ    แต่เนื่องจากรายงานนี้ยังเป็นฉบับร่าง    เขาของดการนำไปเผยแพร่ต่อ    จึงยังไม่เอามาเล่า 

ผมรอดูว่าผลงานวิจัยประเมินกฎหมายนี้ จะได้รับการนำไปปรับปรุงการทำงาน   เพื่อให้ระบบ ววน. ส่งผลกระทบต่อการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยอย่างแท้จริง

วิจารณ์ พานิช

๑๔ เม.ย. ๖๘