สัจจการสรรสร้าง ระเบียงทรรศน์เพิงผา กับระเบียงประพันธศิลป์ ภาพจิตรกรรมไทยและวรรณคดีรามเกียรติ วัดพระแก้ว แนวคิดหนึ่งก็สันนิษฐานว่าได้แนวคิดจากระเบียงภาพแกะสลักนูนต่ำของนครวัด ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นระเบียงประติมากรรมนูนต่ำแกะสลักหินเป็นภาพเล่าเรื่องยาวที่สุดในโลก รวมพื้นที่ภาพกว่า 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจากแง่มุมนี้ ผู้เขียนจะนำเสนอในอีกแนวคิดที่ต่างออกไป และจะทำให้เห็นนัยสำคัญของการพัฒนาวิธีวิทยาพหุลักษณ์ข้อมูล ที่ต้องอาศัยการเสริมกำลังกันของพหุปัญญา พหุวิทยาการ บูรณาการผสมผสานกันด้วยระบบปฏิสัมพันธ์เสริมพลังศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ ในท่ามกลางความก้าวหน้าถึงพร้อมอีกระดับหนึ่งของวิทยาการ เทคโนโลยี สื่อ วิทยาศาสตร์ การศึกษา มณฑลการผสานยึดโยงหลายขั้ว สังคมและชุมชนพลเมืองแห่งการเรียนรู้
การศึกษาภาพเขียนสี การสร้างสิ่งแสดงภาวะความงอกงามและการดำรงอยู่แห่งตนของมนุษย์โฮโมซาเปียน ขนบการสร้างแบบอุปลักษณ์ การสร้างจังหวะ การวางช่องไฟ การจัดตำแหน่ง ระดับ การจัดความสัมพันธ์กับองค์ประกอบธรรมชาติ โขดเขิน ระนาบ พื้นผิว ทิศทาง แสงแดดและความมืด การสะท้อนยึดโยงกับภูมิจักรวาลชีวิตและถิ่นฐาน และอีกหลายองค์ประกอบที่สามารถเห็นได้ เป็นองค์ประกอบฐานราก ขนบ ไวยากรณ์ ระบบแบบแผน กรอบแนวคิดทฤษฎีและแนวปฏิบัติ เหนือความแตกต่างหลากหลาย ชนิด รูปการณ์ ต่างบริบทแวดล้อม ต่างสาขาวิทยาการการปฏิบัติ ซึ่งสามารถเห็น ตรวจสอบ ทบทวน เทียบเคียง ลักษณะร่วมกัน ลักษณะความแตกต่าง ภาวะก่อเกิด และการก้าวกระโดดยกระดับธรรมชาติการวิวัฒน์ตนเอง ได้ในทุกยุคสมัย
หลักเกณฑ์ แบบแผน องค์ประกอบหลักการเชิงนามธรรม ฐานรากเหนือความแตกต่างหลากหลาย ดังหยิบยกมาพอเป็นแนวคิดเหล่านี้ ในที่สุดแล้ว ก็ทำให้สามารถสังเกตเห็นได้ว่า แม้ในยุคก่อนวิทยาการลายลักษณ์และก่อนที่จะมีระบบการติดต่อแลกเปลี่ยนสื่อสารกันได้อย่างเพียงพอนั้น ภาพเขียนสีและงานศิลปะสุนทรียปัญญาที่ยังมีหลักฐานให้พอศึกษาชื่นชมได้ในทุกอารยธรรมของโลก กลับมีแบบแผนและองค์ประกอบหลายประการที่อธิบายได้ยากด้วยแนวทางโดยทั่วไปของยุคใหม่ว่าเหตุใดจึงมีลักษณะแบบเดียวกันราวกับเป็นกลุ่มชนที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกัน ร่วมแลกเปลี่ยนถ่ายทอด เรียนรู้จากกัน หรือร่วมสร้างด้วยกัน ทั้งองค์ประกอบสีแบบเดียวกัน ในกลุ่ม สีแดง สีดำ สีเหลือง สีขาว วิธีการสร้างระนาบเอกรงค์ ความสะอาดบริสุทธิ์ อัจฉริยภาพ การให้พลังความสว่างไสวทางปัญญาและความอัศจรรย์ใจต่อกระบวนการสรรสร้าง อารมณ์ความเรียบง่ายมีพลังของเส้น สี จุด การเป่าพ่น การสร้างแบบอุปลักษณ์ สิ่งคัดสรร ลำดับ ทิศทาง ระยะ แสดงการดำเนินเหตุการณ์ประพันธศิลป์ ฐานชีวิต ระบบวิธีคิดในภูมิชีวิต และอื่นๆอีกหลายองค์ประกอบ
แง่มุมดังกล่าวนี้ ในทางศิลปะ กระบวนการสุนทรียปัญญา ภาวะแห่งการเจริญสติภาวนา ภาวะการอยู่กับปัญญาปฏิบัติสมาธิ การศึกษาระดับสัจจการพื้นฐาน รวมทั้งภาวะการเข้าถึงสัจจการแห่งการฝึกหัดเข้าถึงภาวะธรรมชาติทางตรง (Direct Observation Wisdom Practice เพื่อเทียบเคียงความเข้าใจจากแนวทางวิธีวิทยาเชิงทฤษฎี Theretical Direct Observation ของแนวการวิจัยเชิงสังคมโดยทั่วไป : ผู้เขียน ) ด้วยพลวัตปัจจัยเช่นนั้นเอง (Dynamic Suchness) จะสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ถึงการก่อเกิดสิ่งประจักษ์ได้แบบเดียวกัน เห็นภาวะธรรมชาติความแท้จริงแบบเดียวกันแม้ต่างเงื่อนไขแวดล้อม
กระบวนการทางสุนทรียปัญญาและมีองค์ประกอบภูมิชีวิตโดยธรรมชาติจากวิวัฒนาการร่วมกันของมนุษย์ดังกล่าวนี้ สะท้อนให้เป็นที่ประจักษ์กันได้ว่าพหุปัญญาในระดับเห็นแจ้งไปด้วยกัน ถักทอความละเอียดอ่อนโยนของมนุษย์ถึงกัน และรู้สึกต่อคุณค่าความหมายต่างๆได้อย่างซาบซึ้งด้วยภาวะแห่งตน สะท้อนยึดโยงธรรมชาติแตกต่างหลากหลายในตนเองได้ทุกคนนั้น เป็นกระแสธารธรรมชาติพื้นฐานที่สั่งสมดำรงความงอกงามอยู่ในสายธารธรรมชาติความสามารถเรียนรู้และก่อเกิดวิวัฒนาการเชิงระบบภูมิชีวิตของมวลมนุษยชาตินั่นเอง เช่น ความลงตัวของการตบทีแปรงของไฮไลท์เพียงจุดเล็กนิดเดียว แต่รวมเอาความสดใส ความสว่างแห่งกำลังปัญญา ทั้งหมดในภาพและทั่วจักรวาลมาให้หยั่งสะท้อนเกิดประสบการณ์เชิงประจักษ์ได้เอง
มุมปากปู่ม่านย่าม่านของหนานบัวผัน วัฒนธรรมนครน่านโบราณ อุปลักษณ์บัวบานกลางมหามณฑลของขรัวอินโข่ง เส้นลำแขนและท่วงท่าพลิ้วไหว ในจิตรกรรมประเพณีพื้นถิ่น ของศาสตราจารย์พิเศษเฉลิม นาคีรักษ์ประกายแววตาโมนาลิซ่า ของเลียวโอนาโด ดาวิซี การตบตัวโน๊ต การสร้างเสียง การสร้างรูปทรงพื้นผิว การเน้นและปล่อย ‘การเก็บงาน’ และอีกเป็นจำนวนมาก ที่นักศิลปะ สุนทรียปัญญากร นักสุนทรียปัญญาทุกแขนงจะรู้จักดีต่อภาวะการรู้ความลงตัวและความพอดี ที่สะท้อนการรู้สึกถ่องแท้ได้ต่อทั้งหมด ให้ความงดงามแผ่ทั่วถึงได้ทั้งหมด ที่เกินจะรู้จักและเข้าถึงได้ด้วยการอธิบายโดยปราศจากการสะท้อนสร้างให้ปรากฏปัญญาปฏิบัติ (Arts-Science Cummulative Wisdom Manifestation) ในอีกมิติหนึ่งได้นี้
สิ่งเหล่านี้ ล้วนให้รูปอุปลักษณ์แสดงภาวะเดียวกันให้บังเกิดการหยั่งประมาณกับภูมิชีวิตภายในมนุษย์ ข้ามยุคสมัยและข้ามพรมแดนความแตกต่างหลายหลากทั้งมวล ได้เหมือนกัน เป็นด้านที่แสดงให้เห็นได้ถึงการมีระบบและปัจจัยแวดล้อมที่เกื้อหนุนการเข้าถึงระบบภูมิปัญญาความลึกซึ้งในธรรมชาติและอยู่ในสายธารวิวัฒนาการร่วมกันของมนุษยชาติ
องค์ประกอบในมิติสุนทรียปัญญาและมีการผสานกับสารัตถพหุลักษณ์ข้อมูล สะท้อนเชื่อมโยงกันได้ของวิทยาการลายลักษณ์ กับวัฒนธรรมความหมายเชิงลึกในวัฒนธรรมมุขปาฐะ ระบบความหมายในภาพ ประติมากรรม วัตถุสรรสร้าง สถาปัตยศิลป์ กิจกรรมชีวิตบนถิ่นฐาน เหล่านี้เป็นอาทิ โดยเฉพาะเมื่อพัฒนาการของสังคมเคลื่อนเข้าสู่ยุคใหม่หลังยุคการศึกษาก้าวหน้า ตลอดจนความถึงพร้อมและเอื้อต่อการผสานกันพหุมิติในยุคศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ จะเอื้อต่อการทำให้วงจรพลวัตการพัฒนาด้วยกระบวนการทางการศึกษา กระบวนการทางปัญญา งานสุนทรียปัญญา
ตลอดจนกิจกรรมมนุษย์ซึ่งมีธรรมชาติเป็นมณฑลพหุลักษณ์ส่วนรวมอยู่ในตนเอง เช่น มิติสุขภาพ สื่อ การสื่อสารปฏิสัมพันธ์เชิงความหมาย การจัดความสัมพันธ์กับสังคมเพื่อคุณภาพแห่งชีวิตและความงอกงามในตน ในชีวิตของมนุษย์ เหล่านี้ มีกำลังการวิวัฒน์สังคมด้วยปัญญาปฏิบัติ ส่งผลสืบเนื่องต่อมิติอื่นๆ และมีส่วนพัฒนาการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการของสังคม ทีสะท้อนยึดโยงกับความงอกงามในระดับฐานชีวิต เป็นเป้าหมายและปัจจัยสร้างส่วนรวมด้วยกัน สร้างโอกาสการยกระดับพัฒนาการต่างๆ ที่มีนัยสำคัญต่อชุดคุณค่าและชุดความหมายต่างๆ ทัดเทียมต่อเงื่อนไขแวดล้อมต่างๆ ได้ดียิ่งๆขึ้น
แง่มุมดังกล่าวนี้ ก่อเกิดและมีพัฒนาการอย่างสืบเนื่องอยู่ตลอดมาในสังคม เหตุนั้น เพื่อร่วมทำหน้าที่ศึกษา รวบรวม ค้นพบสิ่งแสดงเชิงประจักษ์ที่พอเห็นร่วมกันได้ มาแสดงองค์ประกอบเชิงผสานยึดโยงพหุมิติที่มีอยู่เสมอนี้ของสังคมให้เป็นที่ปรากฏ ในทรรศนะผู้เขียน นอกเหนือการที่ก็ยังคงเห็นสายธารการถ่ายทอดส่งต่อกันระหว่างสังคมวัฒนธรรม ในแนวคิด Transfer of Technological Realm Model แล้ว จึงเห็นสายธารโดยธรรมชาติแห่งการถึงพร้อมของการสะท้อนยึดโยงกันเชิงระบบในอีกแบบแผนหนึ่ง อันเกิดจากธรรมชาติวิวัฒนาการในภูมิชีวิตของมนุษยชาติ กับวงจรเชิงกระบวนการสุนทรียปัญญา ในการสังเกต ปฏิสัมพันธ์กับถิ่นฐาน เฟ้นคุณค่าและความหมาย สรรสร้างสุขภาวะนิเวศ ดำเนินชีวิตอยู่ในมรรควิถีแห่งปัญญาปฏิบัติ แล้วถึงพร้อมซึ่งพลวัตปัจจัยในตน ให้ก่อเกิดสิ่งแสดงต้นธารศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ ให้เห็นได้แบบเดียวกัน เส้นภาพเอกรงค์ภาพวัวควายในถ้ำเขาปลาร้า อุทัยธานี ภาพเขียนสีผาแต้ม อีกต่างภูมิภาคห่างไกล ที่อุบลราชธานี ภาพเขียนสีถ้ำผีหัวโต จากยุคหิน เมืองกระบี่ ริมมหาสมุทรของโลก ณ แดนใต้ ไปจนถึงภาพเขียนสีในถ้ำ ซึ่งแสดงร่องรอยสามารถระบุการปรากฏขึ้นของมนุษย์โฮโมซาเปียนได้เก่าแก่ที่สุดของโลก ณ สุลาเวสี ของประเทศอินโดนีเซีย ไปจนถึงภาพเขียนสีในถ้ำลาสโก ประเทศฝรั่งเศสยุคโบราณ
แง่มุมดังกล่าวนี้ จะสะท้อนอีกแง่มุมที่ต่างออกไปในเชิงยกระดับผสานยึดโยง (Plurality Multi-Systems Connective Spheral) ที่สามารถเข้าสู่การพิจารณาเชิงลึกได้ในอีกหลายมิติยิ่งขึ้น ให้เห็นกระบวนการเชิงระบบและวงจรวิวัฒนาการพหุปัจจัยยึดโยงกับธรรมชาติความเป็นจริงของแต่ละถิ่นฐานมนุษย์ ที่สามารถเข้าใจ ให้การอธิบาย และเห็นปัจจัยเชิงปฏิบัติการ ลำดับความเชื่อมั่น ลำดับการเลือกสรรสิ่งสำคัญ ได้ดียิ่งขึ้น ต่อการเห็นฐานรากและภูมิชีวิต ตลอดจนพหุปัจจัยในตนของพหุลักษณ์สังคมบนถิ่นฐานและหน่วยพัฒนาการหนึ่งๆ
สามารถสังเคราะห์เชิงสะท้อน นำปัญญาปฏิบัติและความสามารถริเริ่มสรรสร้าง ก่อเกิดวงจรความงอกงามรุ่งเรืองต่างๆ ขึ้นมาด้วยตนเองได้ อีกทั้งสามารถก่อเกิดวงจรสะท้อนถ่ายเทไปยังสิ่งสรรต่างๆได้ เห็นภาพที่มีความสมเหตุสมผล สอดคล้องกับภาวะแห่งปัญญาในภูมิชีวิต เสริมความสมบูรณ์ได้ดีขึ้นให้กับแนวทางสร้างปัญญาความเข้าใจที่มีแต่เดิมของสังคม สามารถใช้ปฏิบัติการถอดบทเรียน นำเสนอภาพการพัฒนาในแบบแผนเฉพาะของสิ่งสำคัญจำนวนมากที่สามารถพบได้ในสังคมไทยและสังคมต่างๆของโลก ที่วัฒนธรรมวิทยาการลายลักษณ์มาทีหลังระบบภูมิปัญญาอวจนพหุลักษณ์ (ผู้เขียน) ไม่สามารถเข้าถึงต้นทุนดังกล่าวนี้ของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะสามารถใช้เป็นแนวปัญญาปฏิบัติ ถอดบทเรียนเสริมพลังสร้างพลวัตทางปัญญาการมีส่วนร่วม ในหลายสิ่งจากฐานรากของสังคมทั่วโลกที่มองออกไปด้วยฐานปัญญาปฏิบัติเชิงประจักษ์ในสังคมไทย เสริมพลังและเพิ่มพูนโอกาสความงอกงามต่างๆในแนวทางที่สามารถครอบคลุมความแตกต่างหลากหลายทางการปฏิบัติ อันต่างออกไปได้ดียิ่งๆขึ้น
นอกจากนี้ ก็สามารถลดช่องว่างสิ่งสำคัญที่ขาดหายในระบบปัญญาปฏิบัติสมัยใหม่ ตลอดจนสามารถเห็นวิถีปฏิบัติที่ก้าวหน้า ยกระดับมณฑลสุขภาวะพหุลักษณ์ครอบคลุมทั่วถึง ข้ามพ้นอุปสรรคและขีดจำกัดความแยกส่วนของยุคสมัย นำพลวัตการบรรลุผลการปฏิบัติด้วยความร่วมกันของมนุษย์ ในวิกฤติและความจำเป็นมากมายที่เผชิญและเข้าแก้ไขแต่โดยลำพังอย่างไม่สะท้อนยึดโดยงกัน ไม่ได้ อีกทั้งระบบสุนทรียปัญญาในมิตินี้ จะเสริมพลังความอุดมสมบูรณ์ทางปัญญาเชิงสังคมร่วมกันของมนุษย์ ในการวิวัฒน์เข้าสู่พัฒนาการสังคมศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ที่ดี
ระเบียงภาพจิตรกรรมไทยและวรรณคดีรามเกียรติ วัดพระแก้ว ซึ่งก็เป็นสิ่งแสดงชุดมโนทัศน์ในอีกแนวทางหนึ่งดังกล่าวมาข้างต้นนี้ในแนวทางการศึกษา ทดลองนำมาถ่ายทอด นำเสนอ รายงานไว้ในเชิงประเด็นวิชาการโดยผู้เขียนนี้ ออกแบบและจัดองค์ประกอบอย่างประพันธศิลป์ สร้างขึ้นนับแต่ยุคก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1
เมื่อภาพเขียนลบเลือน ก็จะลบเขียนใหม่ทั้งหมดหลายครั้ง ในรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 จากนั้นเป็นต้นมา ก็จะใช้วิธีแก้ไขเป็นบางแห่ง ไม่ลบออกและเขียนใหม่ทั้งหมดดังในอดีต การอนุรักษ์ฟื้นฟู ซ่อมแซม แก้ไข และบำรุงรักษา อย่างรอบด้านที่สุดอีกครั้ง ดำเนินการในรัชสมัย รัชกาลที่ 9 เสร็จสิ้นเมื่อปี 2525 ในวาระสมโภชน์ 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์และราชวงศ์จักรี
ต้นแบบหลักของภาพ ระเบียงประพันธศิลป์ ภาพจิตรกรรมไทยและวรรณคดีรามเกียรตินี้ เขียนจดจารลงบนสมุดไทดำ ยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดีโดยหอสมุดแห่งชาติ.

May I add [from] my notes? :
* สมุดไทย : รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย …สมุดไทยหรือสมุดข่อย เป็นสมุดที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว ไม่ได้มีการเย็บเล่มเหมือนหนังสือหรือสมุดในปัจจุบัน คือ เป็นหนังสือที่ใช้กระดาษยาวต่อกันเป็นแผ่นเดียวตลอดเล่ม… สมุดไทยโดยทั่วไปมี 2 สี คือ สีดำ เกิดจากการย้อมกระดาษเป็นสีดำ เรียกว่า หนังสือสมุดไทยดำ และสีขาว เป็นกระดาษธรรมชาติที่ไม่ได้ย้อมสีอะไร เรียกว่า หนังสือสมุดไทยขาว วัสดุที่ใช้เขียนมีหลายอย่าง ได้แก่ ดินสอขาวทำจากหินดินสอ ปากกาหรือปากไก่ทำจากไม้ หรือขนไก่เหลาแหลม บากให้มีร่องสำหรับให้น้ำหมึกไหล น้ำหมึกทำจากวัสดุธรรมชาติที่มีสีต่าง ๆ เช่น น้ำหมึกสีขาวได้จากเปลือกหอยมุก น้ำหมึกสีดำได้จากเขม่าไฟ น้ำหมึกสีเหลืองได้จากการผสมรง (ยางไม้ชนิดหนึ่งมีสีเหลือง) กับหรดาล (เป็นแร่มี 2 ชนิด คือ หรดาลแดงและหรดาลกลีบทอง โดยแร่ที่นำมาใช้เป็นน้ำหมึกสีเหลือง คือ หรดาลกลีบทอง) และน้ำหมึกสีทองได้จากทองคำเปลว เป็นต้น – https://www.parliamentmuseum.go.th/2565quarter1/ar2565-thai-book.html
“สมุดไทย” สมัยก่อน ผลิตจาก “ต้นข่อย” มีกรรมวิธีอย่างไร… https://www.silpa-mag.com/culture/article_16185
หอสมุดแห่งชาติ https://www.finearts.go.th/suphanburilibrary/view/26209-องค์ความรู้-เอกสารโบราณหนังสือสมุดไทย-มรดกทางภูมิปัญญาของคนไทย https://www.facebook.com/thaitonecolor/posts/ตำราสัตว์หิมพานต์-จากสมุดไทยดำสมัยรัตนโกสินทร์-พศ-2413-รัชกาลที่-5cr-ภาพจากกรมศิ/1700690373407536/?locale=th_TH ผู้ดูแล: Pairoj Pittayamatee
สุดยอดเลยครับ ให้ปัญญาความรอบด้านมากมายแก่ผู้สนใจครับ