"ช้างปล่อย" น่ากลัวกว่า"ช้างป่า "


"ช้างปล่อย" น่ากลัวกว่า "ช้างป่า"

   -“ช้างปล่อย"  ใช่ ผมผมถึงเรียกพวกมันว่าเป็นช้างปล่อยไง “ปล่อย”..ในที่นี้หมายถึง"การปล่อยปละละเลยจนพวกมันย่ามใจ และเราไม่ควรปล่อยให้มันมาอยู่ในที่ของคนจนสร้างปัญหาเรื้อรังหาทางจบไม่ได้” 

   -ถูกของเขา ‘ช้างปล่อย’ คือช้างป่าที่ถูกปล่อยปละละเลย" แต่ทว่าประเด็นนี้ยังคงหนาหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เสียงล่ำลือเสียงเล่าอ้างผ่านกาลเวลาและผ่านยุคสมัยล่วงเลยกลายมาเป็นตำนาน และถูกแปรมาเป็นข้อถกเถียงเรื่องช้างปล่อยไม่ใช่ช้างป่าในปัจจุบัน ทำให้ผมยิ่งทวีความสนใจไปที่เรื่องของประวัติศาสตร์ว่าด้วยช้างในประเทศไทยมากขึ้น

  -“ผมพยายามค้นหาข้อเท็จจริงมานานหลายปี ถ้าตามคำบอกเล่าที่เขาเล่าต่อ ๆ กันมาว่ามีขบวนรถบรรทุกคลุมผ้าใบนับสิบคันเอาช้างมาปล่อยไว้ที่ป่าแห่งนี้ คุณคิดว่ามันจะเอิกเกริกแค่ไหน คงจะต้องมีภาพถ่าย มีการวิพากษ์วิจารณ์กันจนทั่ว และกลายเป็นข่าวโด่งดังไปแล้วใช่ไหม แต่มันกลับเงียบงันเสียจนกลายเป็นแค่คำบอกเล่ากันเองในกลุ่มแคบ ๆ” 

   -เมื่อเกือบปีมาแล้ว ผมได้พูดคุยกับอาสาสมัครที่ทำงานติดตามผลักดันช้างป่าคนหนึ่งถึงประเด็นการปล่อยช้างในพื้นที่ภาคตะวันออกว่าเป็นไปตามสิ่งที่ถกเถียงกันในพื้นที่หรือไม่ ทำให้หลังจากนั้นผมต้องยกหูโทรศัพท์ไปพูดคุยกับกลุ่มคนเลี้ยงช้างที่ผมสัมพันธ์อยู่ด้วยทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อสอบถามถึงข่าวคราวการนำช้างไปปล่อยในธรรมชาติ ซึ่งพวกเขาต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“มีจริง”

  “คุณครับช้างนะครับ ไม่ใช่หมาไม่ใช่แมวที่จะเอามันไปปล่อยได้ตามใจชอบ"      -มันมีขั้นตอนมากทีเดียวในปัจจุบัน ทั้งเรื่องของพื้นที่และการจัดการ ซึ่งในประเทศเราที่ทราบมาก็มีอยู่สอง-สามแห่งในภาคกลาง ภาคเหนือและภาคอีสาน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ภาคตะวันออกอันนี้ยังไม่รู้ครับว่ามีจริงไหม แต่ถ้าย้อนไปสมัยอยุธยานั่นแหละของจริงที่เขาต้องปล่อยช้างให้ไปหากินตามป่าเมื่อยามเสร็จศึก เพราะพื้นที่ป่าภาคตะวันออกอยู่ห่างไกลข้าศึกจึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การปล่อยช้างให้ใช้ชีวิตเองตามธรรมชาติ ถึงเวลาเขาก็ไปต้อนมาเข้าเพนียด”

   -คำพูดของขาว ผู้จัดการวังช้างแลเพนียดอยุธยาทำให้ผมนึกถึงบทความประวัติศาสตร์ช้างป่าที่คุณปิยาณี รุ่งรัตน์ธวัชชัย ที่เขียนถึงการสัมภาษณ์ คุณอนุชา กระจายศรี ผู้อำนวยการส่วนประสานงานโครงการพระราชดำริ (สมัยนั้น) ลงนิตยสารผู้จัดการ 360 องศา ฉบับเดือนมิถุนายน 2554 ว่า

  -“ผืนป่าตะวันออกเป็นผืนป่าที่เป็นชายขอบของมหานครสำคัญของไทยตั้งแต่ กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี มาถึงยุครัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะช่วงกรุงศรีอยุธยายาวนานถึง 417 ปี เป็นธรรมดาที่ ของดี ของสวย ของแพง มักจะหลั่งไหลมาสู่เมืองหลวง เช่นเดียวกับสัตว์ป่าลักษณะดีก็ถูกขนย้ายเข้ามาในเมืองหลวงเช่นกัน 

  -โดยเฉพาะสัตว์สำคัญอย่างช้าง เมื่อเสร็จศึกจะเลี้ยงช้างไว้ในเมืองก็เป็นภาระกับผู้เลี้ยงดู จึงต้องหาพื้นที่ปล่อยให้ช้างหากินเองตามธรรมชาติ ถึงเวลาใช้งานจึงค่อยกวาดต้อนกลับเข้าเพนียด พื้นที่ไหนจะเหมาะเท่าผืนป่าตะวันออกก็ไม่มี เนื่องจากผืนป่าตะวันตกก็ใกล้เขตแดนข้าศึกอย่างพม่ามากไป อีกทั้งผืนป่าตะวันตกไล่ตั้งแต่ภาคเหนือลงมาถึงภาค ตะวันตกอย่างกาญจนบุรี เพชรบุรี ก็เป็นพื้นที่สู้รบระหว่างไทยกับพม่าบ่อยครั้ง สัตว์ป่าน้อยใหญ่ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้งจากเสียงโห่ร้องรบราฆ่าฟัน ลูกหลงและการถูกล่าเป็นเสบียงทัพ ขณะที่ด้านตะวันออกของไทยนาน ๆ จะถูกรุกรานจากเขมรสักครั้ง อีกทั้งยังมีป่าที่ราบและเทือกเขาสำคัญอย่างเทือกเขาสันกำแพงและเทือกเขาจันทบูรณ์ เมื่อช้างเสร็จศึกป่าทางทิศตะวันออกจึงเหมาะสมที่สุดและถูกเลือกเป็นแหล่งปล่อยช้างให้เข้าไปอยู่อาศัยและหากินเองตามธรรมชาติ”

  -นั่นคือประวัติศาสตร์ช้างปล่อยเมื่อก่อนปี พ.ศ. 2310 ก่อนที่ป่าจะแตกจากการค้าไม้ในสมัยรัชกาลที่ 5 และก่อนที่จะมีผู้คนมาตั้งบ้านแปลงเมืองอยู่อาศัยในป่าสมบูรณ์แถบนี้ 

  -หากจะว่ากันตามจริงเรื่องการปล่อยช้างเลี้ยงคืนสู่ธรรมชาติในปัจจุบันก็เกิดขึ้นจริงตามที่ผู้จัดการเพนียดหลวงอยุธยาผู้นั้นกล่าวถึง ซึ่งมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติเป็นเจ้าของและดำเนินโครงการใน 2 พื้นที่ คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จังหวัดลำปาง 

 -และช่วงระหว่างปี 2549-2551 ได้มีการทดลองปล่อยช้างคืนสู่ธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติภูพาน จังหวัดสกลนครอีกหนึ่งแห่ง จำนวน 4 เชื่อกเท่านั้น

“ช้างปล่อย” น่ากลัวกว่า"ช้างป่า"

ช้างปล่อย ไม่ใช่ ช้างป่า หนุ่มโพสต์ระบาย แม่ถูกบุกทำร้ายดับในพื้นที่บ้าน ไร้คนรับผิดชอบ

   “ช้าง” ที่บุกทำร้ายแม่เสียชีวิตในพื้นที่บ้านตัวเอง ไม่ใช่"ช้างป่า"แต่เป็น “ช้างปล่อย” ซึ่งคนในพื้นที่รู้กันดี เผยไร้คนรับผิดชอบซ้ำผู้ใหญ่บางคนมาแค่ถ่ายรูปกับพวงหรีดแม่"

   -กรณีที่มีช้างบุกเข้าไปทำร้าย “นางวัลภา จุนวังโส” อายุ 60 ปี ที่อยู่ในพื้นที่บ้านของตน ใน อ.เมือง จ.ระยอง เป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 8 มี.ค.64 

   -ล่าสุดทางด้านลูกชายได้ออกมาโพสต์ระบายความรู้สึกผ่านทางเฟซบุ๊ก Pradubpan Joonwangso เผยว่า  “ตั้งแต่คุณแม่เสียชีวิตไป ก็ไม่เคยได้รับการเยียวยาใด ๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ช้างป่า แต่เป็นช้างปล่อย ซึ่งคนในพื้นที่ต่างรู้ดี”

  โดยระบุใจความว่า “ช้างตัวนี้คือช้างที่ทำร้ายคุณแม่ผมจนเสียชีวิตครับ ในพื้นที่ที่เป็นที่ของแม่ผมเอง เป็นโฉนดที่ดินถูกต้องตามกฏหมาย คนในพื้นที่รู้ดีครับว่าช้างที่ออกมาเพ่นพ่านคือ..”ช้างที่ถูกปล่อย" ไม่ใช่ “ช้างป่า”แบบที่พยามออกข่าวกัน

    162690866_4235572616461936_59

    -"โดยปกติ"ช้างป่า" จะไม่ออกมาเพ่นพ่าน ให้คนเห็นง่ายๆ.  และก่อนหน้านี้ 2 - 3 ปี ไม่เคยมีช้างออกมาให้เห็นเลยนะครับ แต่นี่ช้างมาทำร้ายแม่ผมถึงที่ของตนเอง"

คำสำคัญ (Tags): #"ช้างปล่อย"
หมายเลขบันทึก: 710132เขียนเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2022 18:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2022 06:21 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี