พื้นที่หนึ่งไร่ หรือ 400 ตารางวา หรือ 1,600 ตารางเมตร มีคนถามว่าน้อยไปไหม หรือมากเกินไปไหม สำหรับการทำอาชีพเกษตรกรรม ก่อนที่จะบอกว่ามากหรือน้อยไหมนั้น ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าเราจะปลูกอะไร เพื่ออะไร เราคงต้องมาดูรายละเอียดกันก่อนนะครับ นอกนั้นยังไม่พอนอกจากบอกว่าเราอยากปลูกโน่น ปลูกนี่แล้วเรามีความรู้เพียงพอในการี่จะจัดการในเรื่องที่เราอยากจะทำหรือไม่ อย่างไร ขอยกตัวอย่างที่จังหวัดอุบลราชธานี ครั้นเมื่อหลายปีก่อน ที่เราเรียกว่าศูนย์ลาว (ศูนย์อพยพ) เป็นพื้นที่ที่หน่วยงานราชการแบ่งที่ให้กลุ่มคนเหล่านั้นครอบครัวละ 1งาน (100 ตารางวา) สำหรับประกอบอาชีพโดยการปลูกผักขายหมุนเวียนตลอดทั้งปี  และเขาก็สามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบายๆ แถมยังมีเงินสะสมอีกต่างหาก ดังนั้น ในพื้นที่เท่าไหร่คงไม่สำคัญเพียงแต่ว่าเราจะจัดการอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปลูกอะไรดีในระบบเกษตรกรรมแบบประณีต "ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก" เป็นแนวคิดของการทำเกษตรกรรมแบบประณีต ที่เกษตรกรได้เน้นกิจกรรมที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอาหาร ยารักษาโรค และต้นไม้ใหญ่ๆ สำหรับการใช้ประโยชน์ในการสร้างที่อยู่อาศัย และการออมเพื่อลูกหลาน และในส่วนที่เหลือก็จะนำไปขายเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยอื่นๆ จากแนวคิดดังกล่าวเราสามารถแยกกิจกรรมการผลิตได้ดังนี้

1. กลุ่มของพืชผักสวนครัวและไม้ดอก เพื่อใช้ในการบริโภคหลัก และใช้ประโชน์ในครอบครัว เช่น ผักเครื่องเทศ (หอม สระแหน่ แมงลัก โหรพา ขิง ข่า ตระไคร้ ฯลฯ) ไม้ดอก (ดาวเรือง ดาวทานตะวัน ชโอม ผักหวาน บวบ มะระ ฯลฯ

2. กลุ่มสมุนไพร เพื่อใช้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การป้องกัน และรักษาโรคต่างๆ เช่น เสลดพังพอน ว่านชักมดลูก เทวดาเผย และอื่นๆ อีกมากมาย

3. กลุ่มไม้ผล ได้แก่พวกมะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ มะม่วง มะขาม และที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นอาหารหลักอย่างมะละกอ และกล้วย เป็นต้น

4. การผลิตเห็ด นับเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มีศักยภาพทั้งการผลิต การบริโภค ทั้งเป็นเห็ดที่อยู่ในโรงเรือนและเพาะเลียนแบบธรรมชาติ ได้แก่ เห็ดบด เห็ดขอนขาว นางฟ้า นางรม หูหนู เห็ดเผาะ เห็ดผึ้ง เห็ดระโงก และเห็ดปลวก (เห็ดโคน) เป็นต้น

5. การเลี้ยงสัตว์ เพื่อเสริมกิจกรรมและเป็นอาหาร เช่น เป็ด ไก่ สุกร โค กระบือ และปลา เป็นต้น นอกจากนั้นจากกิจกรรมการเลี้ยงสัตว์ยังเอื้อเอื้อประโยชน์กับการปลูกพืช กล่าวคือ มูลสัตว์ต่างๆ ได้นำมาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดิน และเป็นอาหารพืชโดยตรง

เน้นการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จากกิจกรรมการผลิตที่หลากหลายดังกล่าว จะเน้นกิจกรรมที่เกื้อกูลต่อกัน อีกทั้งเพื่อลดต้นทุนการผลิต เช่นการปลูกกล้วยควบคู่กับการปลูกมะละกอ การปลูกผักระหว่างต้นไม้ผลเพื่ออาศัยร่มเงา เป็นต้น ซึ่งสามารถให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างคุ้มค่า

เน้นการออม ในระบบการผลิตนี้จะเน้นในเรื่องของการออม ไม่ว่าจะเป็นการออมเงิน การออมทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อยังประโยชน์ต่อรุ่นลูกรุ่นหลาน ดังตัวอย่างของพ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ชี้ให้เห็นว่าในการผลิตในระบบนี้ได้มีการปลูกไม้ยืนต้น เช่น ยางนา ตะเคียนทอง กว่า 50 ต้น สำหรับเป็นการออมในระยะยาวเพื่อลูกหลานจะได้มีไม้ใว้ใช้ประโยชน์ ในการสร้างบ้าน และรายได้ในอนาคต อันเป็นการปูพื้นฐานที่มั่นคงที่ดี

จากแนวทางการทำเกษตรกรรมแบบประณีตดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าการดำเนินกิจกรรมการผลิตในพื้นที่ 1 ไร่ นั้น เกษตรกรต้องมีการจัดการความรู้ได้เป็นอย่างดี มีชุดความรู้ที่หลากหลาย (Knowledge Assets) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการดิน ชนิดของพืชที่ปลูก การวางผังฟาร์มเพื่อลดการแก่งแย่งกันในเรื่องของแสง ตลอดทั้งการจัดการเรื่องอาหารของสัตว์ ซึ่งชุดความรู้ต่างๆ เหล่านี้มีความสำคัญอย่ายิ่งอันจะส่งผลถึงความสำเร็จ ดังนั้นท่านจะปลูกอะไร เลี้ยงอะไร ตัดสินใจได้หรือยัง หากนึกไม่ออกโปรดติดตามตอนต่อไปครับ

ขอบคุณมากครับ

อุทัย อันพิมพ์

4 ธันวาคม 2549