ยาเสพติด ตอนที่ 3


หลังจากเข้าสู่ภายในแล้ว เสียงรบกวนก็ดังกังวาล มาตลอดเวลา เป็นคลื่นความคิดทั้ง ความนุึกคิดเราเอง และการรับรู้ที่มีผลกระทบจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลามก หรือการหลงตัวเองก็ตาม

ขณะที่กำลังตั้งใจเรียนที่อยู่มหาวิทยาลัยนั้นเอง ก็เริ่มรู้สึกท้อใจเนื่องจากเราได้ดรอป เทอม 1 ปี 1 เอาไว้ ทำให้ตามเพื่อนๆ ไม่ทันนั่นเอง

ด้วยความที่ว่าไปเรียนเพื่อไปเก๊กหล่อ พอดีหลงตัวเอง ก็มีเสียงในหัวนี่ล่ะที่คอยเป็นเพื่อนขณะใช้เวลาอยู่กับ Methamphentamine อยู่

ขอบคุณพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ขอบคุณในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ 

เสียงทั้งหลายแหล่ก็เริ่มต้นขึ้นจากการมี 4 จตุรทิศ ได้แก่ เป้ ปุ๋ย พลอย(ใหญ่) เทน

เป้ นี่จะออกแนวกวนๆ ทะเล้น กวนแบบเป็นห่วงในฐานะเพื่อนอยู่เนืองๆ

ปุ๋ย นี่เราจะเทรดไปหาเธอซะส่วนใหญ่ว่า มึงนั่นแหล่ะอีตัวดี

พลอย นั้นจะตามความคิดที่ได้ยินมาแบบห่างๆ

ส่วน เทน นั้นจะเป็นห่วงเราและแอบหลงรักเราในฐานะเพื่อนดยุคคนนึ่ง

ก็เริ่มต้นจาก 4 คนนี้ เมื่อสมาธิเข้าฌานจนได้ยินเสียงทิพย์ เป็นเสียงแห่ง วัฎสังสาร จนไปถึงทั่วสากลโลก

นี่เป็นการเริ่มต้นจากการหันเข้าสู่โลกภายในเป็นครั้งแรก และทำให้เรารู้สึกผิดอยู่ดี เพราะเรายังใช้สารเสพติด Methamphentamine อยู่นั่นเอง

และเราก็ไปเรียนทั้งๆ ที่มีเสียงเพื่อน 4 คนนี้อยู่ในสมองตลอดเวลา

ไประยองกับแฟนเก่าพี่ชายที่ชื่อพิ้ง ก็มองเป็นเรื่องตลกไปว่า เขานั้นแอบมองเราเหมือนญาติสนิทคนนึง ซึ่งแท้จริงนั้นเราไม่รู้ว่าอะไรเนรมิต หรือเป็นเหตุให้มาเจอกัน

พี่ชายเราเจอพิ้งคนนี้ที่เล้าท์แห่งนึ่งในย่านเรียบทางด่วน และคบกันนานถึง 1 ปี คุณแม่บอกให้เลิก ไม่อยากให้คบผู้หญิงกลางคืน

และแล้วเมื่อถึงเวลาหนึ่งโครงการณ Jo Tech ก็จำเป็นต้องอำลา เนื่องจากหาเอเจนซี่จำหน่ายให้ไม่ได้ ถึงครารู้สึกว่าชีวิตตนเองเริ่มไม่ปลอดภัย

พี่ชายเราบอกว่า "กลัวการหลับ” หลังจากนั้นมาก็เป็นอันยุติโครงการ Jo Tech

และยุคใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นมาอีกครั้งเราเรียกยุคนี้ว่า ยุค "พี่นัท”

วันนึงขณะที่เรารู้สึกถึงความสิ้นหวัง ในการไม่มีสารเคมี Methamphentamine ไปเรียนมันทำให้เราท้อแท้และสิ้นหวังอย่างแท้จริง ด้วยความที่ว่าห่วงภาพลักษณตนเองมากเกินไป พร้อมกับขาดมันไม่ได้ ขาดมันแล้วเหมือนขาดใจ

เราก็ได้โทรหาพี่นัทนั่นเอง การที่พี่นัทนั้นเปิดรับเราในช่วงนั้นตลอดเวลาถือว่าได้เป็นต้นกำเนิดยุค Cystalmeth ครั้งที่ 2 เลยก็ว่าได้

เค้าบอกว่ารอเราอยู่แล้ว ก็ก็สั่งแกไปสักหน่อย 1 มิลลิกรัม ก็ไปหาแกที่บ้าน

บ้านเป็นบ้านเช่าหลังเก่าๆ โทรมๆ บ้านไม้ ยังรอแร่ ไม่เป็นที่อยู่อาศัย เหมือนถูกจ้างมาให้เช่า เพื่อที่จะได้ขายบ้านต่อ

เราก็ได้ไปเรียนวันแรกด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งที่มีสารเคมีมาใช้ และก็มีความสุขกับฤทธิของมันเหมือนเดิม

เราเริ่มต้นกันด้วยการที่ผมนั้นนำพระที่มีอยู่ในบ้านไปปล่อยเช่าต่อ บุคคลท่านนึงที่ห้างพันทิพย์ งามวงศวาน

ก็ได้มางวดแรก 36,000 บาท

6,000 บาท ให้เพื่อนชื่อมะนาว เป็นน้องชายพี่นัท ไปใช้หนี้ พี่อั๋น แล้วก็เก็บไว้ใช้ส่วนตัว

อีก 30,000 เข้ากระเป๋าเรา

ก็ให้พี่นัทไป 9,000 บาท นำของลอตใหม่มา เป็นงานที่มีมูลค่ามาก งวดนี้เสพเข้าไป 1 ก้อน อยู่ได้ 4 วัน

หลังจากนั้นเราก็ได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกัน

เรานั้นไปอาศัยอยู่กับเขาเกือบตลอดเวลา จนที่บ้านเรียกให้มากินข้าวที่บ้านบ้าง เราก็ไม่มา มัวแต่ไปสุงสิงอยู๋กับมะนาวและพี่นัท ใช้เวลาทำตัวแบบนี้อยู่ 2 ปีเต็ม

เราได้ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 และนั่นเองคือจุดบอด ซึ่งเราได้เกรด F เยอะมากขึ้นกว่าเดิม มี A แค่วิชาเดียวคือ วิชาภาษาอังกฤษ

ช่วงนั้นรู้สึกว่าจะ 50 Years Anniversary John F. Kennedy Assasination

หมายถึง 50 ปี ของการจากไปของประธานาธิปดีคนที่ ๓๕ แห่งสหรัฐ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ 

เราก็รู้สึกถึงความเป็นประธานาธิปดีมากขึ้น เนื่องเพราะในหัวเรานั่นเอง พี่นัท นั่นแหล่ะเป็นวิญญาณที่ถอดจิต มาบอกให้เราฟังว่า ข้าพเจ้าคือ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ 

เขาบอกตอนเด็กๆ เล่นโยโย่ แข่งขันที่ ห้างดังแห่งนึ่งแถวงามวงศวาน ยังจำได้ ปาโยโย่ ไปโดนหัวเด็กคนนึงเข้า เหมือนกับที่เราถูกลอบสังหารในมลรัฐเทคซัส

พี่นัทได้ชวนข้าพเจ้าไปเที่ยวปาตี้วันเกิดญาติครั้งนึงแถวสุขุมวิท ที่นั่นเป็นเหมือนงานเฉลิมฉลองอย่างแท้จริงสำหรับการเดินทางสายแบบนี้ และเมื่อถึงเวลาเลิกลา เราก็ต้องแยกย้ายกันไป เราก็ได้ไปตั้งรากที่บ้านเก่าๆ หลังที่พี่นัทอยู่นั่นเอง

หลังจากนั้นไม่นานพวกเรา และพี่นัทก็ได้ย้ายถิ่นฐาน จากบ้านเก่าๆ หลังนั้น ไปอยู่ที่คอนโดแห่งใหม่ไกล้บ้าน

ด้วยความที่ว่าเราต้องเจอมรสุมภายในซึ่งก็คือ เสียงของพี่นัทในหัวนั่นเอง เหมือนเรากำลังถูกทำให้กลุ้มเรื่องการบริโภคสิ่งต่างๆ เหล่านี้

ยากแท้ที่จะหลุดพ้นจากวังวนแห่งความหลงผิดในขณะที่บริโภคเมท ขาดมันก็ไม่ได้ อยู่กับเสียงก็ต้องทนอยู่กับมัน

ด้วยเสียงที่กระหน่ำเข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้เราก็ไปนั่งสมาธิในรถอยู่เป็นประจำ กำหนดลมหายใจเข้าออก ฮอง ซอ

ทันใดนั้นเองเราก็ได้พาพี่ชายกลับมาสู่วังเวียนแห่งเมทอีกครั้ง ซึ่งเราเป็นคนชักจูงเพราะได้งานดีมา

แม้พี่จะบอกให้เราเลิกเหอะ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องมาขอเราไปส่วนนึง เราก็ได้ให้ไป

จนกระทั่งวันหนึ่งเงินในกระเป๋าเราหมด เราก็ต้องมาปล่อยเช่าพระเครื่องรอบ 2 คราวนี้เราได้ไปกับพี่นัท

สถานที่ห้างพันทิพย์ ร้านเดิม คราวนี้ได้มา 26,000 ให้พี่นัทไป 3,000 บาท แบบฟรีๆ แค่เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง

หลังจากวันนั้นข้าพเจ้าก็ได้ไปเที่ยวร้าน Big Apple พี่ชายบอกว่า “อู ท่าจะแย่” เพราะไปปล่อยเช่าให้กับเขานั่นเอง

แต่เรากลับโกหกพี่ชายว่าเราได้เงินมาแค่ 12,000 จากการปล่อยพระไป.

หลังจากนั้นเราก็ได้ไปอาศัยอยู่กับพี่นัท และเป็นผู้รับใช้เขาอย่างเกือบเต็มตัวช่วงระยะเวลาช่วงนึง ที่คอยไปรับของและส่งของให้กับเขา รวมทั้งยังหาอะไรสนุกๆ ทำ คือเล่นการพนัน เป็นเกมส์ พนันที่ยิงลูกบอลลูกกลมๆ ให้ลงตามธงชาติในแต่ละสี หมดเงินไปกว่า 10,000 บาท ได้แค่ Jack Pot แค่ครั้งเดียว และครั้งเดียวนั้น คือครั้งสุดท้ายที่เหลือเหรียญ 10 จำนวนเหรียญเดียว

และแล้วเราก็ไปมีทริปไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งก็คือประเทศจีน ครั้งนี้เราไปกับครอบครัว และน้าสาว ก็ไปขณะที่สภาพงอมแงมอย่างล้นหลาม ไปถึงที่นั่นก็ได้แต่ห่อเหี่ยวและไม่มีแรง จิตใจบอกอยู่คำเดียวก็ไม่ไหว ไม่มีแรง นั่งรอที่รถทัวร์เหมือนถูกเตะเข้าที่ข้างหลัง แล้วพูดอยู่ในใจคำเดียวคือคำว่า ขอร้อง ขอร้อง

ทรีปที่ไปคือไป ปักกิ่ง ไปดูจตุรัสเทียนอันเมิน และขากลับไปเที่ยวตลาดรัสเซีย ไปแบบปราศจากซึ่งพละกำลัง ทั้งกายและใจ แต่ฝืนทนได้ และกลับมาอย่างปลอดภัย ภายในระยะเวลา 5 วัน แห่งการท่องเที่ยว ซึ่งพูดได้เลยว่า การที่ต้องมาเป็นแบบนี้ และไปเที่ยวต่างประเทศนี่มันไม่คุ้มเลยจริงๆ

ขาไปเครื่องบินนี่ คิดว่าตัวเองหล่อเท่ อย่างกับดาราเกาหลี ระหว่างเดินชอปปิ้งที่ร้านหนังสือที่สนามบิน ได้มีนิตยสาร TIME เป็นรูป ประธานาธิปดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ และระบุคนที่ลอบสังหารอยู่ใน บังเกล้อ และเป็นคนคิวบาร น่าเสียดายมากที่ลืมหลักฐานสำคัญที่สุด เพราะเหตุใดเราถึงไม่ซื้อ เพราะประหยัดเงินจะเก็บเงินไว้ซื้อยานั่นเอง แค่ 300 บาท น่าเสียดายที่สุดในชีวิต เพราะมันเป็นหลักฐานเดียว ที่จะระบุกรรมได้แน่ชัดว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เรากลับละเลยหลักฐานสำคัญนี้เพราะเนื่องเพราะตอนนั้นยังคิดว่าเราไม่ได้เป็นประธานาธิปดี

เมื่อกลับมาเราก็กลับเข้าสู่ลูปเดิมคือห้องพี่นัท เราก็ได้เอาของฝากจากที่ไปทริปที่จีนมาฝากแก คือขนม และครีมทาหน้า แต่แกไม่ได้ใช้หรอก ดูก็รู้

และแล้วก็มาถึงวาระสุดท้ายของยุคของพี่นัท ซึ่งก็คือพี่นัทได้กล่าวไว้ว่า เมื่อไปศัลยแพทย์ กรรมก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย

คือเราไปจี้ไฝที่คิ้วออก ที่สหภาพห้างสรรพสินค้า มีที่คลีนิคนึง คิด 4000 จะผ่าไฝออกให้แต่เราไม่เลือกเพราะเขาจะเอารากออกให้ด้วย แต่เราไปเลือกคลีนิคที่คิด 800 ซึ่งแค่เลเซอร ออกให้เท่านั้น แต่ยังมีรากอยู่ สามารถมายิงออกได้ถึง 3 ครั้ง เราไปแค่ 2 ครั้งแล้วหยุด เหมือนจะดีแต่มันก็ยังเป็นรอยไฝอยู่ดี.

หลังจากนั้นเองกรรมเปลี่ยนไปจริงๆ ด้วย นั่นคือพี่นัทเขาไม่ขาย CystalMeth ให้กับเราอีกต่อไป

จบภาคพี่นัท.

เดี๋ยวมาต่อกันภาคต่อไป..

ป.ล. สาเหตุที่พี่นัทไม่จำหน่ายให้เราต่อก็เพราะเราไปบอกแม่เราเองแหล่ะว่า ใครเป็นเบื้องหลังในการพาเราไปเป็นอย่างงี้ คือจะว่าฝ่ายพี่นัทอย่างเดียวก็ไม่ได้ก็ต้องโทษตัวเราเองด้วย เพราะเราเลือกเอง แม้มะนาวจะบอกแม่เราว่า เรามันโง่เองก็ตาม。

ขอบคุณนะ Shiryu。。。

หมายเลขบันทึก: 703272เขียนเมื่อ 28 มิถุนายน 2022 17:39 น. ()แก้ไขเมื่อ 28 มิถุนายน 2022 17:39 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี