ลูกชายท่านกงสุลกิตติมศักดิ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ประจำประเทศไทย


ขอบคุณพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ขอบคุณในหลวงรัชกาลที่ ๑๐

วันนี้จะมาเล่าเรื่องคุณพ่อของข้าพระพุทธเจ้า นายวัชรพล เขียววิมล

ครอบครัวผมเกิดมามีคุณพ่อ แม่ และพี่ชาย

ผมเกิดวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2531(หรือ ค.ศ. 1988)

ผมมีพี่ชายชื่อว่าพี่หนุ่ม เขาเป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ นั้นก็คือ พระลักษมณ น้องชายของพระราม

และผมเป็นลูกชายคนที่ 2 ของคุณพ่อ ซึ่งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ แทนซาเนีย ประจำประเทศไทย

คุณพ่อของผมเป็นผู้นำขบวนการนวพลมาก่อน สมัยยุคเหตุการณ์วันมหาวิปโยค 14-16 ตุลา

ประชาธิปไตย ต่อกรกับ คอมมิวนิส

คุณพ่อผมเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ไล่คอมมิวนิส ออกไปจากประเทศ เมื่อในสมัย จอมพล ป. พิบูลณ์สงคราม

นอกจากนี้คุณพ่อผมยังเป็นหัวหน้าพรรคประชาเสรี อีกด้วย เมื่อกาลครั้งหนึ่ง

ครอบครัวผมมีเชื้อสายมาจากพระยามหามนตรี ผู้ที่รักษากฎมณเทียณบาลของ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน พระบรมราชนี. จนกระทั่งนางสิ้นพระชน

ปู่ของผมคือ ทองไบย์ มหามนตรี ภายหลังเปลี่ยนมาเป็น ทองใบ เขียววิมล

ปัจจุบันคุณปู่ของผมกลับชาติมาเกิดเป็น แพท วรยศ บุญท่องนุ่ม หรือ แพท พาวเวอร์ แพท นักร้องนำ

ซึ่งเพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังจากติดอยู่ในเรือนจำถึง 16 ปี 8 เดือน.

ความเลวร้ายต่างๆ ผ่านพ้นไป เหลือแต่จิตวิญญาณ ที่คอยปกปักดูแลรักษาชีวิตมวลมนุษย์ และหน้าที่ของความเคารพในบรรพบรุษ และองค์สมเด็จพระมหากษัตริย

คุณพ่อผมได้จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จากสหรัฐอเมริกา จบปริญญาเอกสาขาวิชาการปกครอง ด้านความมั่นคงแห่งชาติ

สมัยนั้นคุณพ่อผมได้ถูกรับเลือกให้เป็นผู้มาแก้ไขปัญหาทางด้านความมั่นคงภายในประเทศชาติ ซึ่งขณะนั้นคอมมิวนิส มายึดครองบ้านเมือง ทำให้บ้านเมืองเสียหาย แม้จะเป็นรองๆ สงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่ก็ยังเป็นภัยต่อประเทศชาติ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้แต่งตั้งคุณพ่อผมให้เป็นคนที่มาแก้ปัญหานี้ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์นองเลือด ภายในประเทศ

คุณพ่อผมมีนามว่า ดร.วัฒนา เขียววิมล เป็นหัวหน้ากลุ่มขบวนการนวพล

คุณพ่อผมมีสายสัมพันธกับประธานาธิปดี จอร์ช H.W. บุช เมื่อในสมัยที่เป็นประธานาธิปดี คุณพ่อเคยเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ รัฐนิวเจอซี่. เมื่อสมัยตอน ประธานาธิปดี จอร์ช ดับเบิ้ลยู บุช. กำลังหาเสียง คุณพ่อผมก็ไปอยู่ที่นั่นนาน 1 เดือน เพื่อไปเป็นตัวแทนในการหาเสียงของ ลูก ประธานาธิปดี จอร์ช H.W. บุช  จนได้ตำแหน่งประธานาธิปดีมาถึง 2 สมัย

อย่างไรก็ตามเมื่อก่อน ศตวรรษที่ ๒๐ คุณพ่อได้ถูกแต่งตั้งเป็น กงสุลกิตติมศักดิ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ประจำประเทศไทย เนื่องในความเห็นที่ว่ามีสายสัมพันธ์อันดีกับแอฟฟริกา.

ประธานาธิปดีที่แทนซาเนีย ได้มอบสัมปทานที่ดินพร้อมเหมืองแร่ เป็นเหมืองพลอยชื่อว่า UMBA MINES เป็นเกรียติแก่การเป็นกงสุลกิตติมศักดิแทนซาเนีย ประจำประเทศไทย

คุณพ่อผมจึงจัดตั้ง บริษัท A.A.P.S. UMBA MINES จำกัด ขึ้นมาในการขุดพลอยจากเหมือง โดยมีบริษัท ไทยเจมส์ คัทติ้ง จำกัด เป็นบริษัททำการตลาด ให้กับธรุกิจค้าอัญมณี และเครื่องประดับ.

โดยก่อนหน้านั้นคุณพ่อผมได้เป็น ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร และอาศัยอยู่ในซอยราชครู หรือซอยอารีย์ในปัจจุบัน ซึ่งเขาเรียกว่าซอยผู้ดีเก่า.

หลังจากนั้นเมื่อพ่อได้เจอคุณแม่ ก็ได้ย้ายบ้านจากซอยราชครู มาอยู่ที่ลาดพร้าว ปัจจุบันคือมูลนิธิสุวรรณภูมิ

และมีพี่ชายก่อน และข้าพเจ้ามาเป็นลูกคนที่ ๒

ตอนแรกคุณพ่อเลิกกับคุณแม่เพราะคุณแม่ของข้าพเจ้าเป็นคนบ้านนอกจึงไม่เหมาะกับคนอย่างคุณพ่อ

หลังจากนั้นคุณพ่อได้ไปมีแฟนใหม่ ชื่อว่าอ้วน ชื่อจริง ทิพศราวรรณ และแต่งงานกัน

แต่หลังจากได้ขึ้นเรือนหอ แฟนใหม่ที่ชื่ออ้วน ก็ได้หลอกคุณพ่อ โดยเอารถ BMW ไป 1 คัน กับเงินอีก 2 ล้านบาท พร้อมค่าสินสอด โดยให้เหตุผลว่าจะกลับไปหาแฟนเก่าซึ่งเป็นตำรวจอยู่ขณะนั้น.

เมื่อเกิดเหตุกาณ์อย่างนี้ขึ้นมาคุณพ่อของข้าพเจ้าก็ระลึกได้ว่าไม่เอาผู้หญิงอย่างงี้ดีกว่า

และแล้ววันนึงคุณแม่ก็โทรหาคุณพ่อ แล้วก็กลับมาคืนดีกันเพราะมีลูกชายคนแรกที่ชื่อว่า พี่หนุ่ม

เมื่อย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน คุณพ่อและคุณแม่ก็เริ่มทำธุรกิจร่วมกันโดยธุรกิจหลักคือการเป็นพ่อค้า ค้าอัญมณีและเครื่องประดับ

เอ็ดเวิร์ด เคนเนดี้ วุฒิสมาชิกในรัฐแมซซาซุเสส แห่งสหรัฐ เป็นเพื่อนกับคุณพ่อ เคยมาที่บ้านที่ลาดพร้าว หรือมูลนิธิสุวรรณภูมิ ถึง 2 ครั้ง มากินข้าว และประชุมกัน มากับคู่หูของเขาซึ่งเป็นคนไทย เป็นเพื่อนสนิทกันซึ่งภายหลังเป็นโรคมะเร็งและเสียชีวิตตอนต้นศตวรรษที่ ๒๐

คุณพ่อของข้าพเจ้าได้ส่งข้าพเจ้าไปเรียนโรงเรียนปานะพันธ วิทยา ตั้งแต่ อนุบาล 1-3 และ ประถม 1 และ 2. หลังจากนั้นได้ส่งข้าพเจ้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนเซ็นต์จอห์น

เมื่อสมัยเรียนเซ็นจอห์น ข้าพเจ้าเริ่มเรียนตอน ป.3 ขณะนั้น เพื่อนที่สอบได้ที่ 1 ชื่อ ว่าธยา 

ธยานั้น อดีตชาติคือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสอบได้ที่ 1 มาตลอดจนกระทั่งถึง ชั้นประถมปีที่ 6

ส่วนข้าพเจ้านั้นสอบได้แค่คะแนน 71 เปอเซนต์ ตอน ป. 4 ได้ที่ 21 ของห้อง และ 89 เปอเซ็นต์ ตอน ป. 5 ได้ที่ 9 ของห้อง และพอมาประถมชั้นที่ 6 ได้แค่ 62 เปอเซ็นต์ ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยที่น้อยมากและข้าพเจ้าไม่กล้าพอที่จะนำให้คุณพ่อของข้าพเจ้าดู ข้าพเจ้าจึงได้เอาหมึกปากกามาลบ เกรดที่ได้ เลข 0 ออกไป วิชาหนึ่ง และคุณพ่อของข้าพเจ้าก็บอกว่า “แกล้งพ่อนี่หว่า”

ในช่วงขณะนั้น ดร. ทักษิณ ชินวัตร กำลังเลือกตั้งหาเสียงเพื่อที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้กับพรรคไทยรักไทย

คุณครูของข้าพเจ้าถามว่าจะเลือกพรรคอะไร หัวหน้าห้อง ป. 6/2 ห้องของข้าพเจ้าตอบทันทีว่าเลือกพรรคไทยรักไทย.

เพื่อนของข้าพเจ้าชื่อ เบนซ์ ธนพัฒน์ อดีตชาติไม่แน่ใจว่าเป็น แฟรงคลิ้น ดี. รูสเวลท์ หรือไม่ก็ไม่ทราบอย่างแน่ชัด

ระหว่างขณะนั้นคุณพ่อของข้าพเจ้าก็ได้ถูก นายคำนวณ ชโลปถัม ชักจูงให้มาช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจทางการคมนาคม ที่เรียกว่าโครงการณ์คอดคะกระ ในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเขาให้เกรียติคุณพ่อเป็นถึง รองประธานโครงการณ ลำดับที่ ๕

ในขณะเดียวกันนั้น ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๓ แห่งราชอาณาจักรไทย

และนายคำนวณ ชโลปถัม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง วุฒิสมาชิก ประจำจังหวัด สิงห์บุรี ก็ได้ชักชวนให้คุณพ่อมาเป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมการกระทรวงยุติธรรม และตำแหน่งที่ปรึกษาประธานสมาชิกวุฒิสภา แห่งราชอาณาจักรไทย.

ซึ่งความเป็นจริงคุณพ่อซึ่งดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ประจำประเทศไทยอยู่แล้ว แต่ก็ยังดั้นด้น จะไปเป็น 2 ตำแหน่งที่ นายคำนวณ ชโลปถัม จัดไว้ให้อีก

จนกระทั่งวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ขณะนั้นเองได้มีการประชุมใหญ่ที่รัฐสภา เมื่อเวลา ๑๑ นาฬิกา คุณพ่อของข้าพเจ้าได้เป็นโรคหัวใจกำเริบ อย่างกระทันหัน และไม่มีใครมาช่วย ขณะเดียวกัน ข้าพเจ้าก็เห็นมีแต่คนพูดว่าไม่มีใครมาช่วย มีแต่คนมามุงดู กว่ารถโรงพยาบาลจะมา ก็ปาไปกว่าครึ่งชั่วโมง

ทันใดนั้นก็มีโทรศัพท์โทรหาคุณแม่บอกว่าคุณพ่อเสียชีวิตอย่างกระทันหัน ด้วยการเป็นโรคหัวใจฉับพลัน คุณแม่จึงรีบขับรถไปโรงพยาบาล และเห็นร่างที่ไร้วิญญาณ นอนอยู่บนเตียงของรถพยาบาล ผิวซีดคล้ำ

และขณะเดียวกัน อ้ายอ้น อนัน เก่งสูงเนิน ก็ได้ขับรถจักรยานยนต์มารับข้าพระเจ้าที่ร้านเกมส์หลังซอยเสือใหญ่ และพี่แอน ผู้ซึ่งเป็นแม่บ้าน ให้กับบ้านมูลนิธิสุวรรณภูมินั้น ก็ได้พาข้าพเจ้าไปพบร่างคุณพ่อที่โรงพยาบาลราชวิถี

คุณแม่ร้องไห้ใหญ่มาก และข้าพเจ้าก็ร้องไห้ตามด้วยความเป็นลูก แต่พี่ชายของข้าพเจ้าอยู่ข้างๆ ซึ่งเศร้าสลดใจ แต่ไร้ซึ่งน้ำตาด้วยความเป็นลูกผู้ชาย และเป็นตัวแทนทั้งหมดของครอบครัวในอนาคตที่เหลืออยู่

คุณพ่อของข้าพเจ้าได้รับใบมรณะบัตร เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยได้รับพระราชทานเพลิงศพ จา่กในหลวง รัชกาลที่ ๙ โดยมีรององคมนตรี พล.อ.พิจิตร กุลวานิตย์ เป็นประธานในการพิธีเผาศพ.

แม้ภายใต้เงาแห่งอิสรภาพที่ได้รับมาจากการพลัดพรากในความสูญเสียของบิดา ก็ยังไม่คุุ้มค่าแก่การสูญเสียนั้นไป

 

หมายเลขบันทึก: 703198เขียนเมื่อ 24 มิถุนายน 2022 15:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มิถุนายน 2022 15:37 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี