อารยธรรมชนชาติในเมโสโปเตเมีย


อารยธรรมชนชาติในเมโสโปเตเมีย

    เมโสโปเตเมีย เป็นชื่อเรียกดินแดนที่อยู่ระหว่างแม่น้ำ 2 สายในตะวันออกกลางคือแม่น้ำไทกริส (Tigris) และแม่น้ำยูเฟรทีส (Euphrates) ปัจจุบันคือดินแดนในประเทศอิรัก บริเวณนี้มีชื่อเรียกว่า "ดินแดนพระจันทร์เสี้ยว" (Fertile Crescent)         

    อารยธรรมเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช หรือ ประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว กลุ่มชนที่ได้มีส่วนสร้างสรรค์     อารยธรรมเมโสโปเตเมีย ได้แก่ สุเมเรียน  บาบิโลเนีย อมรไรท์  แอสซีเรีย แคลดิเนียน ฮิตไทต์  ฟินิเซีย  เปอร์เซีย และฮิบรู(ชาวยิว) ซึ่งชนเผ่าเหล่านี้ได้ผลัดเปลี่ยนเข้ามาปกครองดินแดนนี้ 

    พวกเขารับถ่ายทอดความเจริญสืบทอดกันมา และพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าขึ้น พร้อมพัฒนาสร้างสรรค์คิดค้นความเจริญใหม่ๆ ขึ้นมา ทำให้อารยธรรมเมโสโปเตเมียเป็นแบบอย่างที่ดินแดนอื่นๆนำไปใช้สืบต่อกันมา

อารยธรรมของชนชาติต่างๆในเมโสโปเตเมีย

    ชาวสุเมเรียน เป็นชื่อกลุมชนที่อพยพเข้ามาอยู่ในซูเมอร์(Summer) หรือบริเวณตอนใต้สุดของแม่น้ำไทกริสและยูเฟรทีส เมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว 

     ชาวสุเมเรียนสามารถสรรค์อารยธรรมได้เท่าเทียมกับอารยธรรมอียิตป์ เช่น การรู้จักประดิษฐ์อักษร การคำนวณ การพัฒนามาตราชั่ง ตวง วัด การทำปฏิทิน การใช้แร่โลหะ การคิดค้นระบบชลประทาน เพื่อส่งเสริมการกสิกรรม และการ่อกสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิให้เป็นที่ประทับของเทพเจ้า ฯลฯ

อารยธรรมที่สำคัญ

      การประดิษฐ์ตัวอักษร เรียกว่าอักษรคูนิฟอร์มหรืออักษรรูปลิ่ม มีรูปร่างคล้ายตัววีในภาษาอังกฤษเขียนลงบนแผ่นดินเหนียวแล้วนำไปเผาไฟ

    

อมอไรต์ Amorites

             เป็นเผ่าเซมิติกมีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง  เข้ามาสร้างจักรวรรดิบาบิโลน ในช่วงประมาณปี 1,800-1,600 ก่อนคริสต์ศักราช กษัตริย์ที่สำคัญคือพระเจ้าฮัมมูราบี เป็นกษัตริย์องค์แรกได้สร้างความเข้มแข็งให้จักรวรรดิ 

อารยธรรมที่สำคัญ

        ประมวลกฎหมายพระเจ้าฮัมมูราบี

       การแบ่งกลุ่มชนชั้นทางสังคมแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

1.ชนชั้นผู้ดี มีตำแหน่งหน้าที่สูงทางศาสนาและการเมือง

2.ชนชั้นกลางหรือพวกพ่อค้า

3.ชนชั้นกรรมกรและทาส

 

ฮิตไทต์ (Hittites)

    เป็นชาวอินโด-ยูโรเปียน อพยพมาจากทางเหนือของทะเลดำ เมื่อประมาณปี 2,300 ก่อนคริสต์ศักราช

     มีความสามารถในการรบมาก เป็นชนเผ่าแรกที่รู้จักใช้เหล็กทำเป็นอาวุธ รู้จักใช้รถเทียมม้าทำศึก

 

                                                               นครฮัตตุชาของชาวฮิตไทต์

แอสซีเรีย (Assyrians)

เป็นชาตินักรบ มีกองทัพที่เข็มแข็ง มีระเบียบวินัยสูง  รู้จักนำเหล็กมาทำเป็นอาวุธ สามารถขยายอาณาเขตอออกไปถึง ฟินิเซีย ปาเลสไตน์ อียิปต์และเปอร์เซีย พระเจ้าแอสซูบาร์นิปาลเป็นกษัตริย์ที่มีเสียงมากที่สุดของแอสซีเรีย

                                                                 มหากาพย์กิลกาเมช

แคลเดียน

               เข้ามาแทนชาวแอสซีเรียนเมื่อประมาณปี 612 ก่อนคริสต์ศักราชสถาปณาจักรวรรดิแคลเดียน(บาบิโลเนียใหม่)สร้างสวนลอยแห่งบาบิโลน ในสมัยพระเจ้าเนบูชัดเนสซาร์ เมื่อประมาณปี 600 ก่อนคริสต์ศักราช เพื่อเป็นอุทยานให้พระมเหสี ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของยุคโบราณ ทำแผนที่ดวงดาวคำนวณการเกิดสุริยุปราคา จันทรุปราคาแบ่งสัปดาห์

                                                                     สวนลอยแห่งบาบิโลน

เปอร์เซีย (Persia)

     เป็นชาวอินโด-ยูโรเปียน อพยพมาจากเทือกเขาคอเคซัสสถาปนาอาณาจักรขึ้นเมื่อประมาณ550 ปีก่อนคริสต์ศักราชเจริญรุ่งเรืองในสมัยพระเจ้าดาริอุสหรือเดอไรอัสมหาราช (Darius The Greeat)

อารยธรรมเปอร์เซียส่วนใหญ่จึงรับมาจากชาติอื่น เช่นตัวอักษรมาจากอักษรคูนิฟอร์ม เหรียญกษาปณ์จากลิเดีย ใช้ปฏิทินสุริยคติและสถาปัตยกรรมจากอียิตป์

 อารยธรรมของเปอร์เซีย คือ ศาสนาโซโรแอสเตอร์(Zoroaster)

    ศาสนาโซโรแอสเตอร์  (Zoroaster) เป็นศาสนาที่สอนให้นับถือบูชา  เทพเจ้าสูงสุด ชื่อว่า “อหุระ มาสดา” (Ahura Mazda) เป็นเทพแห่งปัญญา รวมถึงเป็นเทพเจ้าผู้สร้าง

ฟินิเซีย

               ชาวฟินิเชียนได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ชำนาญการในเดินเรือมากที่สุดพวกหนึ่งในยุคโบราณ  พวกเขากุมเส้นทางการค้าตามชายฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

               อักษรฟินิเซีย โดยนำเอาอักษรของอียิปต์ รวม 22 ตัวมาเป็นอักษรของตนเอง

ฮิบรู (Hebrews)

               เป็นบรรพบุรุษของชาวยิว เป็นชนเผ่าเซเมติก อาศัยในซูเมอร์

               ต่อมาอพยพยมาอาศัยในดินแดน คานาอัน(Canaan)หรือปาเลสไตน์ (Palestine)ในปัจจุบัน 

               ชาวฮิบรูเป็นชนชาติที่ฉลาดและได้บันทึกเรืองราวไว้ในคัมภีร์เก่า(Old Testament)

กษัตริย์เดวิด เป็นปฐมกษัตริย์ที่สถาปนาเยรูซาเล็ม เป็นเมืองหลวง

               กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ กษัตริย์โซโลมอน ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์โซโลมอน อาณาจักรถูกแบ่งเป็น2 ส่วน และไม่สามารถเจริญขึ้นเลยและตกเป็นเมืองขึ้นของชาติต่างๆเรื่อยมา

               ลัทธิยูดาย  กฎหมายโมเลส

                                                                                โมเลส

                                                                   กษัตริย์โซโลมอน

หมายเลขบันทึก: 696693เขียนเมื่อ 25 มกราคม 2022 15:13 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 มกราคม 2022 15:13 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี