GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สงครามที่ไม่รู้จบของชาวยางคำ

เนื่องจากพวกเขาถูกทำให้ชีวิตของตนเองหายไปเกือบสิบปี และมีบางคนมากกว่านั้น ทำให้ฐานอยู่กินของเขาค่อนข้างอัตคัต เป็นกลุ่มแรกของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านของดิฉันที่บอกว่า พวกผมปลูกข้าวไม่พอกัน

ชาวภูไทกลุ่มที่สองที่เราทำงานร่วมกัน อยู่ที่บ้านยางคำ ธาตุพนม เป็นดินแดนที่อดีตเป็นพื้นที่ที่มีการต่อสู้ที่รุนแรงสุด ๆ ทั้งด้านอาวุธและทางความคิดในช่วงเหตุการณ์ความต่างของอุดมการณ์ทางการเมือง สมาชิกทั้ง ๑๒ คน ที่ทำงานร่วมกับพวกเรา ต่างได้รับและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ในฐานะ นักรบโดยตรงก็เป็นฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายวัฒนธรรม ฝ่ายพยาบาล ฝ่ายสนับสนุนในหมู่บ้าน บาดแผลความเจ็บปวดอันลึกซึ้งแห่งการถูกกระทำยังคงประทับลึกในความทรงจำของพวกเขา  และคงลึกซึ้งพอ ๆ  กันกับสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นในป่าร่วมชะตาชีวิตต่อสู้เพื่อชีวิตที่คิดว่าจะดีกว่าเดิม....หลายครั้งที่บุญเที่ยง..... สมาชิกคนหนุ่ม กล้ามเป็นมัด เดินไม่เป็น วิ่งเอาเลยโดยเฉพาะถ้าเห็นงูสิงห์ ไม่สนฟ้าสนดินแล้ว กระโจนพรวดตระครุบไม่ฟังอีร้าค้าอีรม เล่นเอาคนที่ไปด้วยต๊กกะใจ... พยายามจะทบทวนความหลังให้คนอื่นฟังแต่ไม่เคยสำเร็จ น้ำตา (ของลูกผู้ชายกล้ามโตเป็นมัด ๆ ) แห่งความรู้สึกท่วมทันทำหน้าที่อันซื่อสัตย์ก่อนทุกคราไป

ชาวภูไทกลุ่มนี้เป็นกล่มที่พูด แขน เป็น แหน/ขาว เป็น หาว   และถ้าหากมีใครไปซื้อไก่หรือซื้อหมูหรืออื่น ๆ ถาม มีไก่ใหม แล้วชาวยางคำตอบ มี้  แล้วนั่งคอย คอย คอย อยู่ทั้งวันก็จะไม่มีทางได้ไก่ หรือ อื่น ๆ เพราะ มี้ ของชาวยางคำ แปลว่า ไม่มี

กลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่เอาจริงเอาจัง สนใจการเมือง ถ้าพูดเรื่องการเมืองแล้วก็จะเป็นวรรคเป็นเวรเป็นชั่วโมง แต่พอถูกถาม  แล้วเรื่องพวกเราล่ะ งงไปเลย แต่ก็นับว่าเป็นกลุ่มที่มีสำนึก สนใจในเรื่องการเมืองมากที่สุดในเครือข่ายทั้งหมด อย่างไรก็ตามความผิดฝาผิดตัวก็ตามมาจัดการผู้คน จนอยู่หมัด ในขณะของการมีความคิดก้าวหน้าในทางการเมืองนั้น ก็มี ผู้ที่ยอมไปอยู่ใต้อาณัติของฝ่ายการเมืองโดยศิโรราบ เกลียดทุนนิยมแต่ก็ผลิตเมล็ดพันธุ์ให้บริษัทจนสุขภาพตนเองย่ำแย่  ก้าวหน้าในเชิงสำนึกการเมืองแต่หาทางออกให้ชีวิตปัจเจกของตนเองไม่เจอ

กลุ่มนี้ชอบการประชุม เป็นกลุ่มแรกที่มีการประชุมภายในกลุ่มย่อยของตนเองก่อนที่จะมาร่วมประชุมเครือข่าย แต่เป็นพวกหัวเทียนเย็น กว่าจะอุ่นเครื่องได้ แต่ถ้าติดเครื่องแล้วไม่อยากหยุด หกทุ่มก็แล้ว ตีหนึ่งก็แล้ว เคยประชุมกันเองถึงตีสอง ดิฉันเลยบอกว่า ประชุมหรือหลับกันแน่   อะไรจะขนาดนั้น ส่วนดิฉันเคยโดนมาจะเป็นประมาณ ๕ ทุ่ม ๖ ทุ่ม พวเขาบอกว่าเป็นวิสัยของคนทั้งหมู่บ้านเลย เวลาตอนเช้าไปทำงานในไร่นา เลี้ยงสัตว์ ๘ โมงเช้าถึงไปกัน ตอนกลับมาบ้าน โน่น ซัดเอา ทุ่ม ๒ ทุ่ม ตอนหลังก็พยายามปรับไม่ให้การประชุมนานเกินสองชั่วโมง เป็นกลุ่มที่คิดละเอียด แลกเปลี่ยนทางความคิดอยู่นั่นแล้ว  การคุยกันเชิงความคิดที่ปราศจากการปฏิบัติประกอบนี่ก็ทำให้เสียเวลากับการคาดเดา คิดหาแต่อุปสรรค รวมทั้งหาข้ออ้างเหมือนกัน แต่ความรับผิดชอบของกลุ่มนี้.... เจ๋ง....เอาจริงเอา เคยมีอาจารย์บางคนที่มาเจอแล้วบอก ซีเครียดนะ

เนื่องจากพวกเขาถูกทำให้ชีวิตของตนเองหายไปเกือบสิบปี และมีบางคนมากกว่านั้น ทำให้ฐานอยู่กินของเขาค่อนข้างอัตคัด เป็นกลุ่มแรกของประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านของดิฉันที่บอกว่า พวกผมปลูกข้าวไม่พอกิน ดังนั้นได้ยินอาจารย์พูด ทำนาได้ผลผลิตไร่ละ ๑ ตัน ตาลุกวาว...ที่ตั้งของพวกเขาอยู่ตีนเขาภูพานมีที่นาจำกัด เป็นที่ลอนคลื่น แถมคุณภาพดินถูกทำลายจากอ้อย มันสำปะหลัง เป็นกลุ่มที่มีฐานะทางเศรษฐกกิจต่ำสุดในกลุ่มเครือข่าย แต่ร่ำรวยด้วยทุนทางวัฒนธรรม เป็นกลุ่มฐานหลักที่ฟื้นเอาประเพณีการลงข่วงเข็ญฝ้ายมาโลดเล่นให้เพื่อน ๆ ได้ร่วมฟื้นความหลังครั้งยังหนุ่มเป็นที่ม่วนชื่น

สงครามคราวนี้ของชาวยางคำยิ่งสลับซับซ้อนกับการพยายามที่จะเห็นตนเองรู้จักตนเอง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ในขณะที่ตนเองกำลังเปลือยล่อนจ้อนและอยู่ในที่โล่งเป็นเป้าให้กับทุกฝ่ายที่กำลังรุกรานขีดวงแคบเข้ามาทุกที..... จะทันใหมนี่ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ข้าวไม่พอกิน
หมายเลขบันทึก: 68971
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ไม่มีอะไรสายที่จะเริ่มครับ และวันสุดท้ายของการเริ่มต้นที่ดีคือ วันนี้ครับ