GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จากเวทีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาสุขภาวะในสถานศึกษาระดับประถมศึกษา ๒

ใครควรเป็นเจ้าภาพหลักของงาน “โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ”

  นี่เป็นเรื่องเล่าตอนที่ ๒  จากเวที  (วันที่   ๑๘ ธ.ค.   ๔๙   สสส.จัดเวทีเล็กๆ ให้ผู้มีประสบการณ์ในการทำงานสุขภาพโรงเรียนไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้   จุดประสงค์จริงๆ คือทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ)  

ท่าน น.พ.บวร งามศิริอุดม กระทรวงสาธารณสุข มาเป็นประธานภาคเช้า  ท่านรองเลขาฯ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ อ.มัณฑนา ศังขะกฤษณ์   มาเป็นประธานภาคบ่าย

เจ้าของงานออกแบบกิจกรรมให้พวกเราแบ่งกลุ่มคุย    ๔ ประเด็น คือ

๑.      สภาวการณ์ (ปัญหาสุขภาพ และ การดำเนินงาน) ของสุขภาวะเยาวชนไทยในโรงเรียนระดับประถมศึกษา

๒.      ใครทำอะไรอยู่บ้าง...... (ข้อนี้ดี ทำให้รู้เขา รู้เรา  ได้พันธมิตรหน้าใหม่มากมาย - อันนี้เขียนเอง)

๓.      ช่องว่างงานพัฒนาให้เกิดสุขภาวะของเด็ก และเยาวชนในโรงเรียน   (ภาษาเพราะดี  ช่องว่าง   ฟังเหมือนเป็น ปัญหา แต่ไม่ใช่ - อันนี้เขียนเอง)

๔.     ผลลัพธ์ที่คาดหวัง    (คือ อยากเห็นอะไรดีๆ เกิดขึ้น - อันนี้เขียนเอง)

เขียนกันมากมาย คุยกันมากมาย  ต่อว่าต่อขานกันมากมาย  สุดท้ายมีการพูดคุยประเด็นของ  เจ้าภาพหลัก  

คุณหมอยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์  กรมสุขภาพจิต เล่าว่าท่านไปดูงานโรงเรียนที่ไต้หวัน  ที่นั่น  งานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ  เจ้าภาพหลัก คือ กระทรวงศึกษาธิการ  กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้สนับสนุนทางเทคนิค วิชาการ  

มีการเล่าสู่กันฟังว่า  ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ รวมทั้งประทศเพื่อบ้านเรา อย่างสิงคโปร์ ญี่ปุ่น งานนี้ก็อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ  เช่นเดียวกัน เกิดประเด็นพูดคุย และ เสนอต่อท่านรองเลขา สพฐ. ว่า

กระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่สำคัญยิ่งยวด ๓ ประการคือ  ทำให้เกิดผลลัพธ์ปลายที่เด็ก  ดี  เก่ง  สุข      สุข นั้นก็คือ สุขภาพ   หรือ  สุขภาวะ   ซึ่งสภาพปัจจุบันคือต่างคนต่างทำ  ยังไม่มีการบูรณาการ   เพื่อให้เกิดภาพชัดเป็นภาพเดียว  ไปในทิศทางเดียว  ทุกคนที่ร่วมทำก็จะไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน  และ รู้ว่าใครอยู่ตรงไหน  เป็นไปได้หรือไม่ที่กระทรวงศึกษาธิการจะกรุณารับเป็น เจ้าภาพหลัก   และทำพิมพ์เขียวออกมาว่า  เส้นทางสู่สุข   นั้นควรเป็นฉันใด  

ท่านรองฯ มัณฑนา น่ารักมาก  ท่านตอบรับอย่างยิ้มแย้มแสดงถึงความจริงใจและตั้งใจ

มีบางคนในห้องประชุมหันมามองทางผู้เข้าประชุมจากกรมอนามัย ทำนองว่า  กรมอนามัยมีความเห็นว่าอย่างไร

มิกล้าตอบในห้องประชุม  แต่มาคิคใคร่ครวญว่า  อะไรจะเกิดขึ้นในทางดีบ้างหากกระทรวงศึกษาธิการรับเรื่อง โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ไปอยู่ในเนื้องานของทางโน้น 

คำตอบของดิฉันมีอยู่แล้ว  ท่านผู้อ่านละคะ  คิดอย่างไร

เขียนเมื่อ ๒๐ ธ.ค. ๒๕๔๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 68812
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

^

^

^

^

^

^

^

^

^

^

^

^

^

^

คนที่เราส่งเวปให้อะ เข้ามาเร่น ดูกระทู้ บนเลยเน่ออ *

เห็นด้วยอย่างยิ่ง และอยากให้ระดับกระทรวงเป็นผู้พลักดัน เรื่องโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ยกตัวอย่างเช่น เด็กไทยไม่กินหวาน ไม่มีขนมกรุบกรอบในโรงเรียน ถ้าระดับกระทรวงศึกษาธิการสั่ง ทุกโรงเรียนต้องปฏิบัติอยู่แล้ว ในระดับจังหวัด/อำเภอพลักดันแล้ว แต่ประสิทธิภาพเกิดน้อยค่ะ

สวัสดีค่ะ

ดีมากๆเลยค่ะ

มีคนมาดูแลสุขภาพนักเรียน

ทุกวันนี้อาหารขยะ

อาหารหวานมัน

มีเด็กอ้วน...

  • สวสัดีค่ะคุณแดง
  • เรื่องอาหารหวาน กับเด็กอ้วน กรมอนามัยยังให้ความสำคัญอยู่ค่ะ
  • จริงๆ แล้วเราอยากเห็นโรงเรียนปลอดน้ำอัดลม ขนมถุง ที่สุด เรื่องนี้พูดกันทุกเวที แต่ยังทำให้เป็นจริงยากสักนิด
  • อีก 20-30 ปีข้างหน้าเราจะมีคนไข้กลุ่ม Metabolic syndrome เพิ่มขึ้นจนโรงพยาบาลรับไม่ไหวล่ะค่ะ
  • ตอนนั้นคุณแดงกับดิฉันไม่ต้องเหนื่อยด้วยแล้ว

สวัสดีค่ะ

เห็นด้วยค่ะ น้ำอัลลม ขนมขบเคี้ยว

 เด็กอ้วนมีแล้วค่ะเกิด sleep apnia

ทำให้มีผลต่อ IQ

 ปลูกยากค่ะ แต่สวย...มองดูสดชื่นมากๆ

เป็นกำลังใจให้นะคะ

เอาการบ้านมาส่งค่ะ

http://gotoknow.org/blog/krutoiting/260120?page=1#top

และจะยินดีมากหากเจ้ากระทรวงเห็นความสำคัญของการบริโภคอาหารจั๊งฟู้ดในโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม ขนมถุง ขนมที่มีไขมันทราน ต้องปราบให้สิ้น เพราะเป็นแหล่งทำให้วัฒนธรรมการบริโภคเสียหายต่อสุขภาพของเด็กไทย และน่าจะให้ส่งเสริมสุขภาพทุกโรงเรียน แต่ระวัง คนรักษาผลประโยชน์ในแต่ละโรงเรียนจะค้อนเอาๆนะคะ

พี่โดนมาแล้ว เพราะเขาไม่เข้าใจ ไม่ฟังเสียงทั้งนั้น เพราะผลประโยชน์มันอยู่เหนืออื่นใด น่าสงสารเด็กไทยเน้อ

หากผู้ใหญ่สั่ง และมีวิธีการติดตาม ตรวจสอบให้แยบยล เชื่อว่าสุขภาพเด็กไทยบดีขึ้นแน่นอน ส่งผลให้มีพัฒนาการด้านสมอง ดีด้วย สาธุ ขอให้สำเร็จค่ะ