ย่างเข้าต้นฤดูฝนแบบนี้  ป่าใหญ่โคกจิกก็จะต้องมีชื่อเสียงโด่งดังขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศอีกปีหนึ่งเป็นแน่แท้   เพราะป่าใหญ่โคกจิกแห่งนี้เป็นศูนย์อาหารโปรตีนชั้นเยี่ยม  และที่สำคัญป่าใหญ่โคกจิกยังเป็นแหล่งเศรษฐกิจให้ผู้คนมากมาย  สร้างอาชีพ  สร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้แวะเวียนได้ตลอดเวลา  นอกจากอาหารป่าแล้วผู้แวะเวียนยังจะได้ชื่นชมกับความงดงามของธรรมชาติ  ได้สัมผัสกับความอบอุ่นอ่อนโยน  ที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างผ่านกลิ่นดิน  กลิ่นฝนที่โปรยปรายลงมาดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ

 

         ป่าใหญ่โคกจิก  เป็นป่าชุมชนแห่งหนึ่งที่อยู่ในตำบลเม็กดำ  มีพื้นที่กว่า   200  ไร่  เป็นป่าที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่มาก  ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังมีต้นมหากาฬหลงเหลืออยู่  (ดร.อุษา   หอมกลิ่น  ได้บอกว่า  ต้นมหากาฬ  เป็นต้นไม้ที่แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของป่า)    ป่าใหญ่โคกจิก  ป็นป่าที่เป็นศูนย์อาหารชั้นยอด  มีพืชพันธุ์ออกตามฤดูกาล  ไม่ว่าจะเป็น  ผักติ้ว  ผักสาบ  ผักหวาน  อีรอก  อีราย  ผักเม็กยอดไส้ตัน  หรือแม้แต่แมลง  เช่น  จิ้งหรีด  แมงทับ  แมงแครง  (กลิ่นเหมือนแมงดา)  กี่โป่ม  อีนูน  (อีนูนช้าง  ,  อีนูนแดง  , อีนูนหม่น )  มงเหลี่ยม  ฯลฯ  และที่สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่ทำให้รู้ว่าฤดูฝนได้ย่างกรายมาแล้วนั่นก็คือ  เห็ดป่า

           สิ่งมหัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้พบจากเห็ด ในป่าใหญ่โคกจิกือ ห็ดตาโล่  ะเป็นเห็ดที่มีลักษณะรูปร่างคล้ายไข่  ายในดอกเห็ดเป็นก้อนเนื้อเยื่อสีขาวนวลห่อหุ้มด้วยเมือกเหนียวคล้ายวุ้นสีเหลืองขุ่น  เมื่อแก่ดอกเห็ดที่อยู่ภายในจะดันเมือกเหนียวให้แตกและขยายตัวออกมา  ีลักษณะเป็นก้านยาว ใช้แกงรับประทานทาน  แต่ที่ชุมชนเม็กดำจะนิยม  ลาบเห็ดตาโล่  (ใช้เห็ดดิบลงไปผสมกับน้ำพริกปลา)  จะมีรสชาติจืดๆ มันๆ เย็นๆ  เวลาเคี้ยวโดนเห็ดจะมีเสียงดังเปาะๆ เหมือนเห็ดเปาะ เด็กๆ จะสนุกสนานในการทานมาก