ติดต่อ

  ติดต่อ

Mind & Spiritual (31) : ทำไมคนที่ผ่านเข้ามา...จึงหลุดออกไป

วันนี้ได้มีโอกาสสนทนาธรรม..กับพี่เขียวและพี่หน่อยน้อย..
ถึงเรื่องแห่งคนที่เข้ามาในชีวิตเรา..และอยู่เป็นคู่กัน หรือ..แยกเลิกร้างกันไป...
เพราะอะไรเหตุอันใด...จึงเป็นเฉกเช่นนี้...

ดิฉันเสนอคำตอบไปแนว..ทางด้านศีลธรรมและความเชื่อทางด้านคำสอนทางพุทธศาสนา..
ไปในทำนองที่ว่า...เหตุ...ที่นำมาให้คนสองคนได้มาเจอกันนั้น..อาจเป็นเรื่องที่ผูกกันมา..หรือโชคชะตาบางสิ่งบางอย่าง..หรืออาจแม้แต่เป็นเรื่องกรรม..ก็อาจนำมากล่าวไว้ได้...
ที่เราต้องมาชดใช้กัน..ในเวลานี้ที่เหมาะสม...และเมื่อได้มาเจอกันแล้ว..ไม่พยายามสั่งสมความดี...ร่วมกัน
ความสัมพันธ์นั้น...ก็จะหลุดออกจากกันไป...ได้อย่างง่ายดาย...
ยิ่งโดยเฉพาะ...คนที่ผิดศีลธรรมจะหลุดออกไปได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ทำผิดศีล...
หากคนสองคนมีศีลไม่เสมอกัน...คนที่มีศีลน้อยกว่าก็จะเป็นฝ่ายหลุดออกไป และไปอยู่กับคนที่มีศีลเสมอตัว

ตัวอย่างเช่น...
ชายหญิงคู่หนึ่ง...ฝ่ายชายเจ้าชู้มาก...ทำผิดศีลอยู่ประจำด้วยการนอกใจภรรยาตนเอง...เสมอ
และมีผู้หญิงมากหน้าหลายตา..เข้ามาในชีวิต โดยใช้กลวิธีหลอกล่อ หลากหลายรูปแบบ
ซึ่งอาจทำไปแบบรู้ตัว หรือไม่รู้ตัว...ก็ไม่อาจทราบได้...
แต่..ฝ่ายชายนี้..ไม่เพียงแต่ทำผิดข้อกาเมฯ อย่างเดียวเท่านั้น..สิ่งที่ทำผิดตามมา ด้วย คือ การโกหก-มุสาวาทา...
และทำเป็นประจำเสมอๆ...โดยไม่คิด ไม่เชื่อ ไม่พิจารณาว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูกหรือผิด...

เมื่อมาเจอผู้หญิงคนหนึ่ง..ที่ตั้งมั่นในศีล..แต่ก็ตกหลุมพลางที่ชายคนนี้ขุดไว้...
แต่ก็สัมพันธ์กันได้ไม่นานก็ต้องหลุดออกไป...เพราะฝ่ายชาย..มีระดับศีลที่ต่ำกว่า...
ก็ไปคลุกอยู่..กับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน...ซึ่งน่าจะมีศีลในระดับที่ไม่แตกต่างกัน..เพราะหญิงนี้ก็ทิ้งสามีตนเองมา...

...
จากกรณีตัวอย่างนี้...ที่ดิฉัน พี่เขียว และพี่หน่อยน้อย..คุยกันในประเด็นนี้
หากเราพิจารณากันดีดี..จะพบว่าเรื่องทำนองนี้เริ่มมีมากขึ้นในสังคมไทยเรา...
การแอบมีกิ๊ก..การมีชู้ การนอกใจ..การ..อะไรอีกมากมาย
ที่คน..ทำแล้วไม่รู้สึกว่าตนเองทำผิด...หากหาเหตุมาสนับสนุนการกระทำของตนเองว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูก...

จึงน่าจะเป็นเรื่องที่โง่เขลา..ที่เรามักตามไม่ทัน..เหตุที่เกิด...
ดังนั้นบางคนอาจได้รับบางสิ่งบางอย่าง..เช่นหน้าที่การงานตกต่ำ..ชีวิตตกต่ำ
ทำอะไรก็ไม่เจริญ...นั่นอาจเป็นผลพวงแห่งส่วนที่ทำไม่ดี..นั้นก็ได้...

...............................................................................................................................
ทุกวันนี้
ดิฉันก็ยังคงเชื่อ..และเชื่อ และตั้งมั่นในความดี...และการทำความดี
ทุกวันนี้..คิด พิจารณา..มีสติตั้งมั่นมากขึ้น...
พยายามพิจารณา..ว่าสิ่งที่เราทำนั้นอาจพลาดทำผิดไป...
และเมื่อทำพลาดผิดไป..หากรู้ตัว..หรือรู้แล้ว..ก็ต้องรีบแก้ไข...
เพื่อที่จะไม่ต่อกรรมไม่ดีนั้นต่อไป...เหมือนเป็นการตัดวงจรความชั่วนั้นออกไป...
ให้เร็วที่สุด...โดยการพิจารณาให้เห็นถึง "ความจริงแท้"...

เราทุกวันนี้...มักพูดเสมอว่า..ตนอยู่บนพื้นแห่งความจริง..
หากแต่อยากให้เพิ่มพิจารณาอีกหน่อยว่า..จริงที่ว่านั้น คือ ความจริงแท้หรือความจริงเทียม...
หากเราทำได้...ปัญหา..ต่างๆ ..โดยเฉพาะทางด้านจิตใจนั้นก็น่าจะน้อยลดลง...ได้

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 68463, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 38, อ่าน: คลิก

ความเห็น (38)

IP: xxx.147.118.214
เขียนเมื่อ 

ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน ปจฺจุปนฺนหิเตน วา

เอวนฺตํ ชายเต เปมํ อุปฺปลํว ยโถทเกติ

ความรัก เมื่อเกิด ย่อมเกิดเพราะอาศัยสาเหตุ ๒ อย่าง คือ เพราะการอยู่ร่วมกันในกาลก่อน หรือเพราะการเกื้อกูลกันปัจจุบัน...

เปรียบประดุจ...

ดอกอุบลหรือดอกปทุมเป็นต้น เมื่อเกิด ย่อมเกิดเพราะอาศัยสาเหตุ ๒ อย่าง คือ อาศัยเปลือกตมด้วย อาศัยน้ำด้วย จึงเกิดในน้ำ....

ฉันใด ฉันนั้น ฯ

แวะมาศึกษาหาความรู้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ผมยังเชื่อสัจจธรรมของ "ความเหมาะสม" และ "การลงตัว" อยู่ครับ

บางอย่างดูไม่ถูกแต่ก็ไปได้นาน

บางอย่างถูกต้องแต่ก็แยกกันไป อยู่ไม่นาน

เพราะปัจจัยหลายๆอย่าง ในจุดสัมผัส (ทุกมิติ) ไม่ลงตัวกันนั่นเอง

ความเหมาะสม ทั้งจุดสัมผัสและความเชื่อมโยงในกลไกลึกๆ ทำให้เกิดความผูกพัน และพี่งพา ได้ยาวนาน

อย่างอื่นผมไม่มั่นใจ

thaibannok
IP: xxx.12.97.116
เขียนเมื่อ 

....เป็นธรรมดาของชีวิตคนนะคะ ไม่ว่าใคร เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้กับใครก็ได้คะ อย่างข้าพเจ้าก็เคยผ่านชีวิตที่ทุกข์ระทม มาแล้วคะ การมีชีวิตคู่ถือว่ากำลังสร้างทุกข์ด้วยกันเนื่องจาก กรรม ของแต่ละคนจะคอยเพิ่มพูน บ่วงกรรม ให้บังเกิด ทวีคูณมากยิ่งขึ้น บ่วงกรรมนี้ ก็จะพันพัวกันไปทุกชาติภพ หรือไม่งั้นถ้าเราทนไม่ได้ที่จะทำกรรมร่วมกันต่อไปก็จะเป็นการ ตัดกรรม การตัดกรรม ก็คงจบสิ้นในชาติภพนี้ แต่มันจะยังคงติดตัวท่านไปทุกๆ ชาติภพ กลายเป็นคนที่ยังเข้ามาพันพัวในชีวิตท่านในชาติหน้า ดังนั้นอะไรก็ตามในชาตินี้ที่ได้ทำร่วมกัน ก็ขอ อโหสิกรรม นะคะ และเมือพ้นบ่วงกรรมในชาตินี้ แน่นอนคะ เราจะไม่ได้พบกับสิ่งที่เราไม่ได้ต้องการเลย ขอให้ทำจิตใจให้ดีงาม คิดดี ทำดี แล้วสิ่งดีดี ในชีวิตจะตามมาคะ ...

@_@ คนไม่คือ อิอิ

พระพุทธเจ้าทรงให้หลักในการพิจารณาไว้ว่า

ชีวิตคู่ที่จะมีความสุขร่วมกันได้ดี ทั้งสามีและภรรยาควรมี คุณธรรมเสมอกัน 4 ประการ (สมรส 4 ซึ่งหมายถึงการเสมอกันด้วยธรรม 4 อย่าง) ได้แก่

1 สมศรัทธา =  มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ดีงามเสมอกันหรือในทิศทางเดียวกัน

2 สมศีล = มีศิล ความประพฤติดีทางกาย และ วาจา  ในระดับเท่าเทียมกันหรือใกล้เคียงกัน

3 สมจาคะ  = มีความเสียสละในระดับใกล้เคียงกัน รู้จักแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ให้กับผู้อื่น

4 สมปัญญา = มีปัญญาเสมอกัน สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจดี


ฉะนั้นถ้าคนที่หลุดไป ไม่สามารถมี คุณธรรม 4 อย่างนี้ในระดับเดียวกับที่เรามี  เราน่าจะดีใจมากกว่าเสียใจ  เพราะชีวิตคู่ที่เป็นสุขนั้นคงเป็นไปได้ยากกับคนที่มีคุณธรรม  4 อย่างนี้ที่แตกต่างจากระดับที่เรามี

 

แวะมาเก็บเกี่ยวค่ะ   โดยส่วนตัวก็เชื่อเรื่องศีลเสมอกัน  เช่นกันค่ะ

     การรักษาศีลเปรียบเหมือน "การรักษาวินัย" แค่ศีล 5 ข้อ คนไทยก็ยังรักษากันไม่ค่อยได้ แล้วจะหวังเรื่องปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมได้อย่างไร
    เรานับถือศาสนาพุทธกันในนาม  แต่การปฏิบัติตามคำสอนในศาสนาเราละเลยกันจนเป็นเรื่องธรรมดา  จนคนพูดกันติดปากว่า
     "ทำอะไรตามใจคือไทยแท้"
     เท่ากับประจานเราว่าเป็นคนไม่มีวินัย  เอาแต่ตัวเอง(จะพูดว่าเห็นแก่ตัวก็แรงไป) จึงขาดจิตสาธารณะ  ทำอะไรตามกระแส  เหยาะแหยะไม่จริงจัง  ฯลฯ
       คนประเภทนี้มีคุณลักษณะไม่เอื้อต่อการพัฒนาบ้านเมืองและสังคมอย่างยิ่ง
       ผมเชื่อว่าถ้าคนส่วนใหญ่รักษาศีลแค่ 5 ข้ออย่างบริสุทธิ์ สังคมเราน่าอยู่ที่สุดเลย  นี่แหละคือสวรรค์  ไม่ต้องไปเรียกร้องหาสวรรค์วิมานที่ไหมอีก
      อยากให้จุดประกาย คุยเรื่องนี้กันบ่อยๆ
      
  • ไม่ต้องกลัวค่า พี่ Ka-Poom คนทำดี ก็ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีค่ะ
  • ส่วนคนที่ทำไม่ดี ก็จะได้รับผลของการกระทำเช่นกัน
  • สู้ๆ ค่าพี่ เป็นกำลังใจ และอยู่ข้างความถูกต้องเสมอค่ะ

สวัสดีค่ะ..น้องกะปุ๋ม

  • มันเป็นเรื่องของคนค่ะ...คนที่มีกรรมที่เขาทำมาประกอบ...อาจเกิดในชาตินี้หรือชาติหน้า..ก็สุดแท้แต่เวรกรรมจริงๆค่ะ.
  • การอยู่เป็นคู่..ต้องมีความอดทนสูงและปล่อยวางด้วย
  • อย่าเพิ่งมองชีวิตคู่ในทางร้ายนักนะคะ...ส่วนที่ดีก็มีมากค่ะ
Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณไม่แสดงตน...(58.147.118.214 ) 

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาต่อเติม...และนำสิ่งดีดีมาแบ่งปัน...

 (^____^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

อ.จันทรรัตน์...

ขอบคุณนะคะที่แวะมา...คือการแบ่งปันเรื่องดีดี...ที่ควรเล่าสู่กันฟังคะ...

(^____^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

ดร.แสวงคะ...

กะปุ๋มคิดว่า...จริงๆ แล้วด้วยเหตุเรื่องนี้อาจอธิบายได้หลายฐานแนวคิด...แต่ในประเด็นนี้กะปุ๋มนำฐานทางด้านศีลธรรมและความดีงาม...ทางด้านพุทธศาสนามาอธิบาย.... แม้บางครั้งก็อาจอยากที่ให้เหตุผลในเชิงวิทยาศาสตร์...แต่บางอย่างก็สามารถที่จะบอกได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล...

หากยิ่งเรียนรู้มากกว่านี้...ก็น่าจะเข้าใจมากขึ้น...ใน"ชีวิตและมนุษย์"...และการดำรงอยู่อย่างที่เป็นอยู่ของคน...ที่เป็นคน...ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอาศัยความเพียรของตนเองคะ...

ขอบคุณท่านมากนะคะ...ที่มาสอนเพิ่มเติม...

(^______^)

กะปุ๋ม

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณ thaibannok...

การอโหสิกรรมนั้นเป็นสิ่งที่เราพึงทำ...

การเห็นคนทำความดี...เราก็ควรจะอนุโมทนาสาธุ...

การที่เราเห็นคนทำไม่ดี...เราก็ควรจะอภัยและเมตตา...

...

สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว...นั่นก็คือ เกิดขึ้นแล้ว...และเป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว...เราก็เพียงแค่ "รู้"....ว่า อ้อ!! นี่เกิดขึ้นแล้ว....

(^______^)

ขอบคุณนะคะที่แวะมา

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ...ดร.กานดา 

ขอบคุณนะคะที่นำมาแบ่งปัน...ต่อยอดเพิ่มเติม..

หากเราพุทธศาสนิกชน...ตั้งมั่นในศีลและธรรม

สังคม..ที่เป็นอยู่ก็อาจจะไม่วุ่นวายไปมากกว่านี้นะคะ..

เพราะสังคม..ที่ดี..นั้นมาจากครอบครัวที่ดีด้วยคะ...

(^____^)

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณหนิงคะ...

กะปุ๋มก็เชื่อและศรัทธา...ในศีลธรรมคะ..

(^____^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ...อ.เธศ...

(^____^)

ขอบคุณมากคะสำหรับการแลกเปลี่ยนที่เพิ่มเติม..สาระ ประโยชน์ให้...ดีใจคะที่ท่านแวะมา...

กะปุ๋มมองว่าเรา...ช่วยๆ กันพูดและคุยเรื่องนี้...กันบ่อยๆ...ก็น่าจะดียิ่ง...เหมือนเราต้องใส่ปุ๋ย พรวนดิน..ต้นไม้ให้เจริญงอกงาม...อยู่ประจำนั่นแหละคะ...

เราไม่ต้องรอว่าเราต้องเข้าวัดก่อน..เราต้องปฏิบัติธรรมก่อนถึงจะพูดเรื่องเล่านี้ได้...จริงๆ แล้วเรื่องเล่านี้เป็นเรื่องที่เป็นอยู่ใน..ชีวิต...เราทุกวัน

....

อ่านความเห็นอาจารย์แล้ว...ทำให้รู้สึกขอบคุณมากๆ เลยคะ...ที่มีคนมองเรื่องนี้ไปในแนวทางเดียวกันคะ...ว่าเราควรมีการพูดคุยกันในเรื่องความดีงามนี้

ขอบคุณคะ

กะปุ๋ม

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

น้องไออุ่น...

ขอบคุณนะคะที่แวะมา...พร้อมหอบกำลังใจมาหอบใหญ่เลย...พี่กะปุ๋มสบายดีคะ...

....

ทุกวันนี้ที่ทำงานเรามักคุยเรื่อง..."ธรรม"ชาติ...ของชีวิตและมนุษย์คะ...

พี่เห็นว่า...เรื่องนี้เมื่อมีคนถาม..ก็เลยเล่า..พอเล่าแล้วก็น่าจะบันทึกไว้ด้วย...เพื่อแบ่งปันคะ...

(^____^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะพี่ติ๋ว...

ขอบคุณนะคะที่มาต่อเติม...ลปรร.

เข้ามาอ่านเจอแล้วยิ้มๆ เลยคะ...

กะปุ๋มน่ะ...มีความรักค่ะ...และไม่เคยปฏิเสธชีวิตคู่..คะ..แหม..สงสัยพี่ติ๋วกลัวน้องสาวคนนี้อยู่เป็นโสดเหรอคะ...

(^___^)

 

 

มาเยี่ยม...ชื่นชมคุณ...และแนวคิดทุกท่านครับ

การตัดผัสสะคือการตัดกรรม...

ท่านพุทธทาส  ภิกขุ  อธิบายไว้ครับ

สิ่งที่เข้ามาหาเราถ้าเรารู้ว่าเป็นสิ่งดี...แต่เราไม่รู้วิธีผูกไว้

สิ่งนั้นจะจางหายไป...ตามกาลเวลา...ฮา ๆ เอิก ๆ

ขอบคุณครับ...

ขอบคุณครับ ที่นำธรรม มาเป็นอาหารสมองในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ผมเฃื่อในเหตุปัจจัย ธรรมทุกอย่างนั้นมีเหตุปัจจัย
น้องกะปุ๋มขา..ใช่ค่ะ...กลัวไม่ยอมแต่งงานค่ะ
กะปุ๋ม...เราชาวพุทธ...ต้องละอายเกรงกลัวต่อบาปทั้งในที่ลับและที่แจ้งค่ะ...แม้พี่จะไม่ธรรมะธรรมโมนัก...แต่ สิ่งที่กล่าว...เป็นหลักในการดำเนินชีวิตค่ะ
      ผู้หญิงคนหนึ่ง..ที่ตั้งมั่นในศีล..แต่ก็ตกหลุมพลางที่ชายคนนี้ขุดไว้....แต่ก็สัมพันธ์กันได้ไม่นานก็ต้องหลุดออกไป...เพราะ ฝ่ายชาย..มีระดับศีลที่ต่ำกว่า...ก็ไปคลุกอยู่..กับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน...ซึ่งน่าจะมีศีลในระดับที่ไม่แตกต่างกัน..


      เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมมากมายเหลือเกินค่ะ  เห็นด้วยกับคุณกะปุ๋มที่หยิบยกมาพูดถึง   เรื่องเหล่านี้เราต้องช่วยกันปลูกฝังตั้งแต่ครอบครัว  สถาบันการศึกษา    ธรรมะน่าจะเป็นสิ่งที่เราควรพูดถึงให้เป็นความเคยชิน  แต่เดี๋ยวนี้เวลาพี่ให้นักศึกษาไปอบรมธรรมะ   นักศึกษาล้วนแต่บ่นว่าน่าเบื่อ  ยังไงเรามาช่วยกันนะคะ  พี่ขอเป็นแนวร่วมด้วยอีกคนนึง
  • กะปุ๋มครับ
  • ผมฝากบล็อกสักสองสามวันนะครับ
  • ขออนุญาตรบกวนและขอบพระคุณล่วงหน้าครับ...

มาสนับสนุนคุณกฤษณาค่ะ กลัวน้องไม่ยอมแต่งงานเช่นกัน  อิอิ

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

ท่านอาจารย์ umi คะ...

ขอบคุณอาจารย์มากคะ...ที่เข้ามาต่อเติม..

กะปุ๋มเชื่อในเรื่องความดี...และการยึดมั่นในศีลธรรมคะ...

แม้ว่า...บางครั้งอาจเผลอทำผิดไปโดยไม่เจตนา...ในสิ่งที่พลาดไปนั้น..เราก็ต้องไปใช้ให้หมด...แต่ส่วนที่เหลือ..ก็แก้ไขและทำสิ่งที่ดีต่อไปคะ...

(^___^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

อ.ดิศกุลคะ...

สิ่งที่อาจารย์เชื่อ..คือสิ่งที่กะปุ๋มตั้งมั่นเช่นเดียวกันคะ..

(^___^)

ขอบคุณนะคะที่อาจารย์แวะมา

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

พี่ติ๋วจ๋า...

กะปุ๋มเข้ามายืนยันคะ...ว่าน่าจะแต่งนะคะ...รอเวลาที่เหมาะคะ..ตอนนี้กำลังอาลัยความโสดอยู่คะ..อิอิ...

เมื่อเราเจอคนที่เสมอศีลเสมอกัน...ทำอะไรก็ย่อมทำให้ชีวิตเรารุ่งเรือง...และสามารถร่วมกันผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้คะ...

(^____^)

ขอบคุณสำหรับความห่วงใยคะ

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

พี่จิ๊บจ๋า...

กะปุ๋มก็ไม่ได้ธรรมะธัมโมมากหรอกคะ...แต่ยึดมั่นในศีลธรรมคะ...

ที่อยู่..มั่นมาจนทุกวันนี้เพราะเชื่อในศีล..และการทำดีคะ...

(^___^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

อ.ลูกหว้าคะ...

เราคุยกันบ่อยๆ...ย่อมนำสู่สิ่งที่ดีนะคะ...แม้ทุกวันนี้จะไม่ค่อยมีใครคุยกันเรื่องนี้..หรือบางคนอาจหัวเราะขำขำ..ในเรื่องที่เราคุย...แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ดี...ที่เราสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง...อย่างไม่งมงาย...หากแต่ด้วยปัญญาที่เรามีอยู่...

ขอบคุณนะคะที่แวะมาทักทายกัน

(^___^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

อ.จอห์นคะ..

กะปุ๋มก็ไม่ได้เข้ามา gotoknow หลายวันเหมือนกันคะ..เพิ่งมาเจอความเห็น...แต่ก็ยังแวะไปเยือน blog ของท่านอยู่นะคะ...

(^____^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

(^_____^) พี่หนิงคะ...

ขอบคุณนะคะสำหรับความห่วงใยคะ...กะปุ๋มมักโดนต่อว่าคะว่าเลือกมาก...ที่จะมีแฟน...แต่จริงๆ แล้วไม่เคยเลือกเลยคะ..คิดแต่ว่าเมื่อเราเจอคนที่ใช่...ก็คือคนที่ใช่คะ...โดยเฉพาะคนที่ใช่ตามที่ ดร.กานดาว่าไว้น่ะคะ...

พระพุทธเจ้าทรงให้หลักในการพิจารณาไว้ว่า

ชีวิตคู่ที่จะมีความสุขร่วมกันได้ดี ทั้งสามีและภรรยาควรมี คุณธรรมเสมอกัน 4 ประการ (สมรส 4 ซึ่งหมายถึงการเสมอกันด้วยธรรม 4 อย่าง) ได้แก่

1 สมศรัทธา =  มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ดีงามเสมอกันหรือในทิศทางเดียวกัน

2 สมศีล = มีศิล ความประพฤติดีทางกาย และ วาจา  ในระดับเท่าเทียมกันหรือใกล้เคียงกัน

3 สมจาคะ  = มีความเสียสละในระดับใกล้เคียงกัน รู้จักแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ให้กับผู้อื่น

4 สมปัญญา = มีปัญญาเสมอกัน สามารถสื่อสารกันได้เข้าใจดี

....

ขอบคุณนะคะสำหรับความห่วงใย

(^____^)

กะปุ๋ม

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณ"คริสตจักรความหวัง กำแพงเพชร"...

สุขสันต์วันคริสต์มาสคะ...(^___^)....

ขอให้มีความสุข...ผ่านสิ่งต่างๆ และเจอสิ่งที่ดีงามในชีวิตนะคะ...

ขอบคุณนะคะที่แวะมา...

*^___^*

กะปุ๋ม

 

สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ

มีความสุขนะค่ะ

หนาวแล้วดูแลตัวเองนะคะ

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

คุณกัลปังหาคะ...

Merry Christmas & Happy New Year ... 2007 คะ..

ขอบคุณนะคะสำหรับปลาน้อยที่น่ารัก...

(^___^)

ขอให้มีความสุขเช่นเดียวกันนะคะ

กะปุ๋ม

หลายบันทึกกล่าวถึง "ปัจจุบันขณะ" และอีกหลายบันทึกก็กล่าวถึงเรื่องของ "ภพ" "ชาติ"

ลึก ๆ แล้ว บางคนหวังผลใน "ภพหน้า" บางคนยังเสียใจกับการกระทำของ "ภพที่แล้ว" และบางคนก็ยังไม่ได้ทำอะไรที่ดีขึ้นกว่าเดิมใน "ภพนี้

สำหรับผมแล้ว การกระทำใด ๆ ก็ตามกระทบคนอื่นเสมอ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และด้วยความแตกต่างทางความคิด ก่อให้เกิดความแตกต่างทางการกระทำ สิ่งที่เราทำได้ คือ เปลี่ยนแปลงตัวเราเอง แล้วโลกจะเปลี่ยนตามเรา(โลกของเรา)

หากเราพยายามที่จะเปลี่ยนโลก โลกจะต่อต้านเรา ว่าไปก็เหมือนหลักฟิสิกส์เลยนะครับ (แรงกิริยา-แรงปฏิกิริยา) 

ความจริง เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กล่าวถึงกันมาก ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมเข้าใจถูกไหม สำหรับผม
ความจริง - ไม่สวย
ความจริง - ไม่อร่อย
ความจริง - ไม่หอม
ความจริง - ไม่เพราะ
และ
ความจริง - ไม่ทำให้เรารู้สึกดี
เฮ้อ แต่ความจริงของผม ทำให้หลายคน ".งง"

หลายครั้งเราบอกว่า "ชีวิตเรา เราเป็นคนเลือก" บางครั้งก็บอกว่า "เราเลือกแล้ว และกำลังทำความเข้าใจว่าทำไมเราเลือก"

 

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 
สวัสดีค่ะ...คุณ
P

การที่คนเราเริ่มมองย้อนหลัง...และแลไปข้างหน้า...เพื่อกลับมาย้อนทำสิ่งที่เป็นปัจจุบันนั้น...ย่อมให้สามารถอยู่ในสภาวะที่เป็นอยู่ได้ดียิ่งกว่าการ...ปล่อยคล้อยไปตามสิ่งที่มากระทบอย่างหวั่นไหว...

ภพหน้า...หรือภพหลัง..ยากมากที่จะรู้ได้อย่างประจักษ์ แต่ก็มีผู้รู้...ที่ได้บอกและชี้ทางไว้ให้แล้ว...เพื่อให้เรา..ได้ไปพบเจอตามเส้นทางนั้น...

....

ชอบมากเลยที่คุณบอกว่า..คนเรานั้นพยายามเปลี่ยนโลก..จริงแท้แน่นอนเลย...สิ่งนี้แหละจึงทำให้เราทนอยู่ในสภาวะแห่งความพยายามที่จะเปลี่ยนนั้นไม่ได้...

แต่หากเมื่อไรที่คนเราหันกลับมาเปลี่ยน (โลก)เรานั้น...แล้วโลกทั้งโลกก็ย่อมจะเปลี่ยนไปตามเรา.....งงยิ่งกว่าไหมคะ...^__^

ขอบคุณนะคะที่แวะมา

(^____^)

กะปุ๋ม