เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน

          คนที่สนิทมักบอกกับข้าพเจ้าเสมอว่าข้าพเจ้าเป็นคนที่มีความอดทนสูง... ข้าพเจ้าเองก็เชื่อแบบนั้น แต่ก็ไม่คิดว่าตนเองจะอดทนสูงเกินไปได้ขนาดนี้
          ข้าพเจ้ารู้ตัวว่ามักจะทะลุขีดเพดานความอดทนของตนเองอยู่เสมอ ไม่ค่อยปล่อยให้ตัวเองยอมรับคำว่าไม่ไหว ด้วยเหตุผลว่า "ไม่รู้ว่าถ้าไม่ไหวแล้วจะเป็นอย่างไร จะทำอะไรได้" เพื่อนของข้าพเจ้าบอกว่ามันเป็นข้อดีข้อหนึ่งนะ ที่สามารถเพิ่มระดับขีดจำกัดของตนเองได้เรื่อย ๆ แต่นั่นมันก็ทรมานตนเองมากเช่นกัน พร้อมกับตั้งคำถามกับข้าพเจ้าว่า "ทำไมถึงต้องใจร้ายกับตัวเองขนาดนั้น"
          ข้าพเจ้าอดทน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้อยากจะทน ข้าพเจ้าเลือกที่จะฝืน ฝืนความรู้สึกที่ขัดแย้งกับการกระทำ ฝืนความต้องการที่ขัดแย้งกับการกระทำ ฝืนจนไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเรียกร้องในใจของตนเองว่าให้หยุดฝืนแล้วยอมรับเสียทีว่าไม่ได้อยากอดทนอีกต่อไปแล้ว ไม่ไหวกับการใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกไม่ต้องการ ไม่อยากได้ ไม่อยากเป็นในสิ่งที่กำลังฝืน สิ่งที่ข้าพเจ้าฝืนมาตลอดค่อย ๆ กัดกิน Mental Health ของข้าพเจ้าไปทีละนิดในทุก ๆ วัน จนในวันหนึ่ง เมื่อความต้องการลึก ๆ ในจิตใจไม่สามารถแบกรับไว้ได้อีกต่อไป มันทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนไป..
          ข้าพเจ้า drop ลงในทุกเรื่อง ในทุกด้านอย่างไม่มีสาเหตุ ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่อยากจะทำอะไรเลยแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ตัวเองอยู่เฉย ๆ ได้ เกิดความวิตกกังวลและความเครียดไหลเวียนในสมองตลอดเวลาจนส่งผลให้นอนไม่หลับ ร่างกายอ่อนเพลีย ประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทุกด้านเสียระบบ การคิด การตัดสินใจมีปัญหา จนสร้างปัญหาให้กับตัวข้าพเจ้าเองไม่น้อย แต่เมื่อไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าได้สามารถยอมรับกับตัวเองได้อย่างแท้จริงแล้วว่า "ข้าพเจ้าไม่อยากฝืนทำในสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่อยากทำอีกต่อไปแล้ว"
          การยอมรับได้ไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าเลิกฝืน แต่นั่นทำให้ข้าพเจ้าสามารถจัดการกับระบบความคิดและการควบคุมตนเองได้ดีมากขึ้น ยอมรับ ตระหนักรู้เท่าทันตนเอง และเริ่มลงมือแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหาก่อนหน้านี้ ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถแก้ไขได้หมดทุกเรื่องหรือไม่ แต่ข้าพเจ้าก็จะพยายามจนกว่าจะหมดหนทางจริง ๆ จึงค่อยยอมรับกับตัวเองอีกครั้งว่าไปทำอะไรกับมันไม่ได้แล้ว
         จากประสบการณ์ส่วนตัวข้างต้น ข้าพเจ้าอยากให้ผู้อ่านทุกท่านฝึกสำรวจตนเองอยู่เสมอ ฝึกที่จะรับรู้ความต้องการ เสียงเรียกร้องภายในใจของตนเองลึก ๆ อยู่ตลอด เพื่อป้องกันมิให้เกิดเป็นปัญหาอย่างเช่นที่ข้าพเจ้ากำลังประสบ Mental Health เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และการที่เราเองมีปัญหา มีมุมที่อ่อนแอบ้างก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรือน่าอาย เราสามารถมีช่วงเวลาที่อ่อนไหวเหล่านั้นได้ หากเราเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน เราจะสามารถแก้ไขมันได้ง่ายขึ้น หากไม่สามารถจัดการด้วยตนเองได้ ท่านสามารถขอความช่วยเหลือจากคนสนิท จากเพื่อน จากครอบครัว หรือพบจิตแพทย์ นักจิตวิทยาได้ อยากให้เปิดใจยอมรับวงการจิตบำบัดมากขึ้น มากกว่าการเข้าใจผิด ๆ ว่ามีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ไปหาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา จงให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของตนเองให้มากกว่าสายตาของผู้อื่น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกส่วนตัว ... นางสาววาสนา รินป้อ



ความเห็น (12)

สวัสดีค่ะคุณวาสนา รินป้อ สู้ ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ในทุก ๆ เรื่องเลยค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ คุณวาสนา

สวัสดีครับ คุณวาสนา รินป้อ เป็นงานเขียนที่ดีมากเลยครับ มีข้อคิดดี ๆ ด้วย เป็นกำลังใจให้นะครับ

สวัสดีค่ะ คุณวาสนา บทความนี้ดีมากค่ะ อย่าสนใจความคิดของคนอื่นมากจนลืมความสุขของตัวเอง เป็นกำลังใจให้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณกล้วยไม้ ศักดิ์ชาตรีชาญมาก ๆ ค่ะที่ได้เข้ามาให้กำลังใจในบันทึกนี้ ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณจีรภา หลวงมะลิมาก ๆ ค่ะที่ได้เข้ามาให้กำลังใจในบันทึกนี้ ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณสุภชัย สุใจคำมาก ๆ ค่ะที่ได้เข้ามาให้กำลังใจในบันทึกนี้ ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณวิภารัตน์ ดอกแสงมาก ๆ ค่ะที่ได้เข้ามาให้กำลังใจในบันทึกนี้ ขอบคุณค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ครับ คุณวาสนา

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณทินวัฒน์ ใจคำมาก ๆ ค่ะที่ได้เข้ามาให้กำลังใจในบันทึกนี้ ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอเป็นกำลังใจให้นะครับคุณวาสนา ความรู้สึกเรา เป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณคุณภัทรวิชญ์มาก ๆ ค่ะที่ได้เข้ามาให้กำลังใจในบันทึกนี้ ขอบคุณค่ะ