Laos 2019 : รากเหง้า ตอนที่ 1

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

รากเหง้า

การเดินทางมาลาวรอบนี้มีความหมายมากกว่าทุกครั้ง เพราะต้องลงลึกเจาะข้อมูลรากเหง้า “ไทย-ลาว” ให้ได้มากที่สุด

[1]

ฉันหวนนึกถึง “ใบสมรสของปู่กับย่า

รากเหง้าของเกิดมา ย่าเป็นลาวมาจากแขวงจำปาศักดิ์ ปู่เป็นตำรวจไปประจำการที่นั่น

ฉันเคยเขียนบันทึกไว้

ปู่กับย่าแต่งงานกันที่จังหวัดนครจำปาศักดิ์

วันที่ ๑๙ สิงหาคม ..๒๔๘๕ 

อีก  ปีต่อมาปู่กับย่าให้กำเนิดคุณพ่อวีระ ลครวงศ์ ถัดจากคุณลุงสุวัฒน์ ลครวงศ์(เสียชีวิตหมดแล้วทั้ง 4 ท่าน)

ปี 2484 ไทยครอบครองเมืองจำปาศักดิ์ ปู่กับย่าแต่งงานปี 2485 พ่อเกิดปี 2489

ปี 2497 จำปาศักดิ์กลับไปเป็นของลาว

**นามสกุลเดิมของย่า คือ “พุทธรักษา

นามสกุลของปู่ถ้าดูจากใบทะเบียนสมรส “ลครวงศ์” ไม่มีสระอะ ยึดตามนั้น ถ้าในเมืองยโสธร ของคนอื่นจะเขียนเป็น “ละครวงษ์” จึงไม่เหมือนกัน

บันทึกไว้ที่

https://www.gotoknow.org/posts/672508

[2]

หลังย่าแต่งงาน และมาอยู่ผืนแผ่นดินไทย พี่น้องย่าก็ตามมา แต่ไม่ได้เข้ามาอยู่ที่ “เมืองยศสุนทร” (ตัวเมืองยโสธรปัจจุบันแต่กลับตั้งรกรากอยู่ที่ อำเภอมหาชนะชัย 

อำเภอมหาชนะชัย เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยโสธร

ถ้าย้อนศึกษาประวัติศาสตร์ในอดีต ผู้ปกครองที่ฉันไปทบทวน (Review) https://www.facebook.com/100001139221669/posts/2492401300807820?d=n&sfns=mo

ก็มีความเกี่ยวข้องกันอยู่

เมืองจำปาสัก-อุบลราชธานี-ยโสธร

จากภาพเจ้าหญิงองค์หนึ่งแห่งนครจำปาสักระหว่างตกเป็นเมืองขึ้นของสยามภาพนี้เขียนโดย E’mile Bayard จากการร่างของ L.Delaport เมื่อปลายทศวรรษ 1890

แขวงจำปาสัก มีพระเจ้าไชยกุมาร เป็นเจ้าเมืองก่อนถูกท้าวเชียงแก้วบุกโจมตียึดครองเมือง (ปี ๒๓๓๔และสิ้นพระชนม์ในป่าด้วยพระชนมายุ ๘๑ พรรษา ต่อมาเจ้าฝ่ายหน้าผู้เป็นทายาทของพระวรราชวงษา(พระวอพระตา)กำลังมีอำนาจอิทธิพลอยู่เขตบ้านสิงท่า(ยโสธรปัจจุบันร่วมกับพระปทุมสุรราช หรือพระปทุมราชวงษา (ท้าวคำผงเจ้าเมืองอุบล ยกทับไปยึดเมืองจำปาศักดิ์ และส่งรายงานไปเมืองบางกอก จากนั้นทางบางกอกได้แต่งตั้งท้าวฝ่ายหน้า ขึ้นเป็นเจ้าเมืองจำปาสัก มีพระนามว่า “พระวิชัยราชขัตติยะวงษา

ที่มา : ความเป็นมาของชนชาติลาว

ผู้เขียนมหาบุนมี เทบสีเมือง

[3]

บางครั้งที่ฉันสงสัย

ฉันจะหาข้อมูล ซึ่งใช้หลักสามเส้าเมื่อได้ข้อมูลมากพอ (อิ่มตัวนำไปทำการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า(triangulation) เพื่อลด Bias

ฉันเชื่อในตัวเองเสมอว่า

ตลอดทั้งชีวิต ฉันไม่เคยอวดเบ่งความเป็นนักวิชาการกับใครเลย

และนิสัยฉันไม่เคยไป Bluff - เกทับ ข่ม หรือโชว์ว่าเหนือกว่ากับใคร คนที่รู้จักฉันจะทราบดี

มีแต่สงสัย หาคำตอบ และแลกเปลี่ยนกับคนที่คิดว่าเปิดใจ (Open mind) แต่ถ้าเขาไม่เปิดใจก็ถอยเพราะจะนำมาซึ่งความขัดแย้งได้

[4]

ฉันเชื่อในเรื่องการเรียนรู้ (Learning)  มาตลอดชีวิต

และไม่เพียงแค่เชื่อแต่ลงมือปฏิบัติการเรียนรู้นั้นด้วย

ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์ “ไทย-ลาว” มีเพียงรากเง้าของการเกิดมาและบรรพบุรุษเท่านั้น การเรียนรู้มีทั้งเป็นแบบ Learn-Unlearn-Relearn

และฉันก็ไม่เคยอหังการตั้งตนเป็นผู้รู้ ไม่แม้แต่จะมีหลักฐานว่าฉันศึกษาเรียนรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่แม้แต่จะใส่ชื่อลงไปในตำรา เอกสาร หนังสือใดใด ยกเว้นการเขียนลงในGotoknow เพื่อบันทึกเรื่องราวการเรียนรู้ของฉันไว้

นกบินบนท้องฟ้าไร้รอยเท้า ”  ยังเป็นบทธรรมที่ฉันชอบเสมอ

[5]

ฉันนั่งดูน้ำของ

มองสองฟากฝั่ง และระลึกถึงวัฒนธรรมอีสานไทย-ลาว

ในใจสะท้อน

เกิดเป็นคนอีสานยังไง ไม่รู้เรื่องอีสาน” ประโยคนี้ยังดังกึกก้องในใจฉันอยู่เสมอ

ฉันเพียงแค่เงียบเสียงลง เพราะนี่คือเสียงของการถูกตัดสิน เพียงเพราะฉันไม่ค่อยพูดหรือเล่าว่า “ฉันรู้ดีเรื่องอะไร”...

ลักษณะบุคลิกเช่นนี้ของฉัน จะไปอวดเบ่งเกทับความเป็นวิชาการความรู้กับใครได้ “ฉันว่าฉันไม่เคยเป็นและไม่เคยทำพฤติกรรมเยี่ยงนี้ตลอดชีวิต 46 ปี

...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่า



ความเห็น (0)