GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ข้อคิด ดี-ดี จากนิทาน

"ท่านทราบได้อย่างไรว่ามันคือความโชคดี"

 

<p> เรื่องมันมีอยู่ว่า..</p><p>มีชายชราผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะมีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตครบแล้ว
เขามีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนหนึ่ง
มีม้าที่ได้รางวัลหนึ่งตัวและวัตถุต่างๆมากมายที่คนส่วนใหญ่ต้องการ
แต่อยู่มาวันหนึ่งสิ่งมีค่าของเขานั่นก็คือม้าของเขาได้แหกคอกออกมาและวิ่งเตลิดหายไปในป่าที่อยู่ใก้ลๆแค่ชั่วพริบตาเขาก็เสียม้าที่มีค่ามหาศาลของเขาไป…..
เมื่อเพื่อนบ้านรู้ข่าวต่างก็พากันมาแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
ทุกคนบอกกับเขาว่าม้าของท่านหนีไปแล้วช่างโชคร้ายอะไรเช่นนี้”
เพื่อนบ้านพยายามปลอบโยนชายชราผู้นี้แต่เขากลับตอบว่า
พวกท่านทราบได้อย่างไรว่ามันคือโชคร้าย “….
อีก2-3วันต่อมา
ม้าก็กลับมาบ้านเพราะมันรู้ว่าที่นี่จะมีอาหารและน้ำให้มันหายหิว
มันนำม้าป่าแสนสวยมากค่ากลับมาด้วยถึง12ตัว
เมื่อเพื่อนบ้านทราบข่าวดีอันนี้ต่างก็พากันมาแสดงความยินดี
และกล่าวว่าท่านช่างโชคดีอะไรเช่นนี้” แต่ชายชราผู้นั้นก็ตอบว่า
ท่านทราบได้อย่างไรว่ามันคือโชคดี”
ในวันถัดมาลูกชายคนเดียวของเขาพยายามที่จะขี่ม้าป่าตัวหนึ่งในบรรดา12ตัวนั้น เขาถูกสลัดตกลงมาขาหักและต้องพิการนับแต่บัดนั้น
เมื่อเพื่อนบ้านรู้ข่าวก็พากันมาแสดงความเสียใจและบอกว่า
ลูกชายท่านต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตช่างโชคร้ายอะไรหนอ”
</p><p>แต่ชายชราผู้นั้นถามอีกเช่นเคยว่า
ท่านทราบได้อย่างไรว่ามันคือโชคร้ายน่ะ”
อีก1ปีต่อมา…มีขุนศึกคนหนึ่งมาที่เมืองนี้
เพื่อเกณฑ์ชายหนุ่มที่มีร่างกายปกติแข็งแรงสมบูรณ์ทุกคนไปรบ..พวกเขาแพ้สงครามและทุกคนถูกฆ่าตายหมด…
</p><p>ชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านก็คือลูกชายขาพิการของชายชราผู้นั้น</p><p></p><p align="left">ผู้เขียนมองว่า  เราไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่จะเกิดเหตุการณ์ไหน หรือเหตุการณ์ที่เกิดจะเป็นความโชคร้ายหรือเหตุการณ์ไหนจะเป็นความโชคดีที่แท้จริง…  ดังนั้น เราอย่าไปด่วนตัดสินอะไรด้วยความยึดติด หากถึงคราวโชคดีก็อย่าหลงระเริงจนเกินไป แต่หากถึงคราวโชคร้ายก็อย่าไปฟูมฟายจนขาดสติ….</p>                                                                                                          

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 66939
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

       อ่านแล้วได้ข้อคิด  และการนำเสนอมีรูปภาพเคลื่อนไหวด้วย   น่าสนใจมาก

      อยากทำได้แบบนี้จัง

เคยอ่านแล้วนะคะ น้องเปิ้ลจ๋า

แต่ว่าเรื่องแบบนี้ก็ดีนะคะคุณเพื่อนอ่านเพลินดี

จุ๊บๆ รักนะ

อ่านแล้วได้สาระดี
  • ขอบคุณสำหรับนิทานดีๆครับ
  • ผมชอบบันทึกที่มีการตบท้ายด้วยการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนมากครับ

น้องเปิ้ล ครับ

  1. ขอบคุณสำหรับนิทานดีๆ แต่ที่ดีมากกว่านิทานคือ ผู้เขียนมองว่า นี่แหละครับ
  2. ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้เหมือนกันครับ (คลิกที่นี่)
  3. เป็นกำลังใจให้เสมอครับ
  4. นำเสนอเรื่องราวดีๆ ต่อไปครับ
  • การแสดงความคิดเห็นในบทความที่ตนได้อ่าน ถือเป็นการตีความ และเป็นการวิเคราะห์ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า ต่างคนก็ต่างความคิด และถ้าทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็น ความหลากหลายทางความคิดก็จะเกิดขึ้น