เลือกซื้อเปียโนไฟฟ้าหรือเปียโนอคูสติก (เปียโนไม้) แบบไหนดีกว่ากัน

Khitk
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เมื่อต้องการจะซื้อเปียโนสักหลัง ก็มักจะมีคำถามมากมายขึ้นมามากมาย ตั้งแต่ เปียโนยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนเสียงเพราะ ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความชอบและรสนิยมของแต่ละบุคคลเป็นหลัก แต่มีคำถามอีกหนึ่งข้อที่เป็นคำถามที่มีมาทุกยุคทุกสมัยก็คือ ถ้าเพิ่งจะหัดเริ่มเล่น ควรลองซื้อเปียโนไฟฟ้าไปทดลองหัดดูก่อน หรือเปียโนไม้ที่มีคุณภาพและอายุการใช้งานไปเลยดีกว่า วันนี้เราจะมาดูรายละเอียด จุดเด่น และข้อแตกต่างของเปียโนทั้งสองแบบ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างถูกต้องและเหมาะกับจุดประสงค์กันครับ

เปรียบเทียบเปียโนไฟฟ้ากับเปียโนไม้

เชื่อว่าหลายคนเมื่อสนใจเปียโนและเริ่มศึกษาข้อมูลจึงพบว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปมากทำให้เปียโนไฟฟ้ามีลูกเล่นที่หลากหลายและให้เสียงดีมีความคล้ายกับเปียโนไม้มากขึ้นเรื่อยๆ

เพื่อเป็นความรู้และนำไปสู่การตัดสินใจเลือกซื้อต่อไปในอนาคต ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ

เปียโนไม้

ข้อดี

-มีอายุการใช้งานนานเกิน 50 ปี (เป็นมรดกตกทอดไปถึงรุ่นหลานได้)

-ให้เสียงเป็นธรรมชาติ (ที่เกิดจากการตีของฆ้อนไปที่สายของเปียโน)

-ให้ความรู้สึกทัชชิ่งจากคีย์บอร์ดที่เป็นธรรมชาติ (แรงต้านจากกลไกของฆ้อนที่ส่งมาให้นิ้วที่กดคีย์บอร์ด)

-ขณะเล่นจะมีกลิ่นอโรม่าจากไม้เปียโน 

-ไม่เสียค่าไฟ

-เป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านที่ดูคลาสิคบ่งบอกถึงรสนิยมที่ดีของเจ้าของ

(“Piano Finished” เป็นคำที่นำมาใช้บ่อยในโบรว์ชัวร์โฆษณาพื้นผิวของเฟอร์นิเจอร์ หรือ สินค้าหลายประเภท

ที่ต้องการความหรูหรา ให้ความรู้สึกดีมีรสนิยม แสดงถึงการยอมรับกันในวงกว้าง)

ข้อเสีย

-น้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายลำบาก

(ถ้าต้องการนำไปเล่นไปต่างสถานที่แล้วละก็ ถือเป็นเรื่องใหญ่…ต้องจ้างบริษัทที่เชียวชาญมาขนให้และต้องตั้งสายใหม่อีกครั้งด้วย)

-ต้องมีการตั้งสาย (จูนนิ่ง) ปีละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย ค่าใช้จ่ายประมาณ 1500-2500 บาท

-คุมความดังของเสียงจากการซ้อมไม่ต่อยได้ (แม้ว่าจะมีกลไกในการให้ผ้าสักหลาดมาปิดที่ฆ้อนก่อนตี)

-มีเสียงเดียว (คือ Acoustic Piano)

-พื้นที่ติดตั้งมากขนาดเล็กที่สุดคือ Upright Piano ที่ต้องมีพื้นที่ประมาณ 1.5 เมตร x 2 เมตร (3 ตร.ม) เป็นอย่างน้อย

เปียโนไฟฟ้า

ข้อดี

-ราคาไม่แพง ตั้งแต่ ประมาณสามหมื่นกว่าขึ้นไป

-เคลื่อนย้ายสะดวก (ยกไปออกงานนอกได้บ่อย…)

-ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย

-มีหลายเสียงให้เล่น Acoustic , Grand , Concert , Digital และคุมเสียงได้ดี (ใส่ Headphone เล่นได้)

-อัดเสียงได้คุณภาพเสียงที่ดีสม่ำเสมอ

ข้อเสีย

-อายุการใช้งานไม่ยาวนาน (เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือ คอมพิวเตอร์)

-คีย์บอร์ดมีทัชชิ่งที่คล้ายเปียโนไม้เท่านั้น

(ยังไงก็ไม่เหมือน ถ้าผ่านการเล่นเปียโนไม่มาก่อนจะเข้าใจครับ)

-ใช้ไฟฟ้า (แต่ไม่ถึงกับเปลืองไฟนะครับ)

ข้อดีและข้อเสียเปรียบของการซื้อเปียโนไฟฟ้า

ข้อดี

1). คุณสามารถเสียบหูฟังเพื่อฝึกซ้อมคนเดียวโดยไม่ต้องรบกวนผู้อื่น

2). คุณสามารถปรับระดับเสียงให้ดังหรือเบาได้

3). คุณสามารถบันทึกเพลงที่เล่นลงไปในตัวเครื่อง

4). คุณสามารถเลือกใช้และลองผสมผสานเสียงของเครื่องดนตรีหลายๆชนิดเพื่อสร้างสีสันให้บทเพลง

5). เปียโนไฟฟ้ามีน้ำหนักเบาจึงสามารถย้ายไปเล่นห้องต่างๆ หรือแม้แต่ในงานนอกสถานที่ได้

6).เปียโนไฟฟ้านั้นไม่ต้องมีการจูนเสียง และดูแลรักษามากเท่ากับเปียโนไม้ จึงไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากนัก

7). คุณสามารถเอาไฟล์เพลงโปรดที่หาโหลดได้ในอินเตอร์เนตมาโลหดลงเครื่องเปียโนไฟฟ้าเพื่อหัดเล่นได้

8). เปียโนไฟฟ้ามีราคาไม่แพง คุณสามารถหาซื้อเปียโนไฟฟ้ามาเพื่อฝึกหัดเล่นได้ในราคาสองหมื่นกว่าๆ

9). เปียโนไฟฟ้ามีขนาดกะทัดรัด, รูปทรงสวยงาม และยังใช้พื้นที่เพียง 2/3 ของเปียโนไม้ ทำให้สามารถวางได้ในเกือบทุกห้องที่ต้องการ

ข้อเสีย

1). มูลค่าของเปียโนไฟฟ้าตกลงอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถขายต่อได้ในราคาสูง

2). มีเปียโนไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆออกมาทุกๆ 1-2 ปี ทำให้มูลค่าของเปียโนไฟฟ้าของคุณยิ่งตกลงและขายต่อยากยิ่งขึ้น

3). เสียงและน้ำหนักคีย์มีคุณภาพพอใช้ แต่ยังไม่สามารถเทียบกับเปียโนไม้ได้

ข้อดีและข้อเสียของเปียโนไม้

ข้อดี

1). เปียโนไม้นั้นจะยังมีคุณภาพดีเป็นเวลานานนับสิบปี และยังมีมูลค่าที่ค่อนข้างสูงแม้เวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม

2).เปียโนไม้จะมีเสียงแบบ Acoustic แท้ ที่เกิดจากกลไกที่หัวค้อนตีลงบนเส้นเสียงและขยายกำลังผ่านทาง soundboard

3). ตัวเปียโนไม้ทำมาจากไม้ และมีความแข็งแรง คงทนกว่าเปียโนไฟฟ้ามาก

4). ถ้าตัว cabinet ด้านนอกของเปียโนไม้เสียหายก็สามารถซ่อมแซมได้

5).เปียโนไม้ให้สัมผัสที่หนักแน่นและการตอบสนองจากกลไกแท้ ทำให้สามารถฝึกฝนและพัฒนานิ้วและการเล่นได้ดีกว่า

6). เปียโนไม้นั้นมีระยะเวลาการรับประกันที่ยาวนานกว่าเปียโนไฟฟ้า

ข้อเสีย

1). เปียโนไม้นั้นมีน้ำหนักมาก ทำให้การเคลื่อนย้ายนั้นไม่สะดวกและอาจต้องใช้บริการขนย้ายจากช่างมืออาชีพที่มีค่าใช้จ่าย

2). เราไม่สามารถควบคุมความดังของเสียงเปียโนไม้ได้เหมือนเปียโนไฟฟ้า การนั่งซ้อมเงียบๆคนเดียวจึงทำได้ยาก

3). เปียโนไม้นั้นควรจะได้รับการจูนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

4). ราคาของเปียโนไม้นั้นค่อนข้างสูง

ดังนั้นเมื่อเราพิจารณาข้อดีข้อเสียและการใช้งานแล้ว เราก็จะสามารถเลือกลงทุนทางการศึกษาให้บุตรหลานได้อย่างคุ้มค่าและถูกต้องเหมาะสมกับความต้องการ

รีวิว เปียโนไฟฟ้า Casio PX-S1000 Privia

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Blog Marketing บล็อกการตลาด



ความเห็น (0)