ผ้าลายอย่าง...แต่งกายอย่างทางอยุธยา

ไม่ได้มาเขียนบล็อกนานมากเลยค่ะ ตอนนี้จะพยายามมาทยอยแบ่งปันเรื่องราวที่อยากเล่าทั้งไทย-เทศสักที เลยจะขอเริ่มที่มรดกสิ่งทอล้ำค่าของไทย อันมีมาแต่สมัยอยุธยานะคะ

ถึงละครจะลาจอไปนานแล้ว แต่อาจกล่าวได้ว่าไม่มีละครเรื่องใดจะทำให้กระแสแต่งกายแบบไทยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เฟื่องฟูกันทั่วประเทศ เท่าละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส”

ผู้เขียนอาศัยอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้เห็นปรากฏการณ์ในที่ช่วงที่ละครออกอากาศนั้นผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวอยุธยากันเนืองแน่นแทบทุกวันและที่ตื่นตามากคือการเห็นสาวๆพากันแต่งไทยเดินสไบปลิว บ้างก็แต่งกันอย่างแวววาวระยิบระยับส่องประกายกับแดดเจิดจ้า ตามวัดวาอาราม และโบราณสถานอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของจังหวัด

การแต่งกายไทยที่เห็นนั้นมีหลายหลากแบบ ไม่จำกัดยุคด้วยซ้ำ เป็นการสร้างอารมณ์ร่วมกับละครอย่างสนุกสนานบันเทิงใจ มาเที่ยวอยุธยาแต่งกายย้อนยุคแล้วก็ยังทำให้อาหารไทยที่ได้รับการกล่าวถึงในละครพลอยได้รับความนิยมไปด้วย

ผ้าชนิดหนึ่งที่มีความสวยงาม มีลวดลาย สีสันที่แปลกตาไม่ค่อยได้พบเห็นกันในละครย้อนยุคเรื่องอื่นๆทว่าได้รับการกล่าวถึงมากจากละครเรื่องนี้ คือ ผ้าลายอย่าง หรือ Siamese Chinz ซึ่งแม่นางการะเกดแสดงอาการปลาบปลื้มตื่นเต้นที่ได้เห็นผ้าลายอย่างทำให้ชื่อของ ผ้าลายอย่างเข้ามาอยู่ในกระแสความสนใจ

แม้ว่าผ้าไทยจะมีมากมายหลายชนิด ผ้าลายอย่าง นับว่ามีเอกลักษณ์มากและกล่าวได้ว่าเป็น ผ้าอยุธยาเพราะเกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยาและมีเรื่องราวน่าสนใจยิ่ง


ผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนาและต้อนรับ ผศ.ดร.สิทธิชัย สมานชาติ ที่บ้านหลายครั้ง ท่านเป็นอาจารย์คณะศิลปประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้าทอ และสิ่งทอโบราณ


อาจารย์ได้ทำการค้นคว้าวิจัยเรื่อง ผ้าลายอย่าง กำลังตีพิมพ์หนังสืองานค้นคว้าวิจัยที่มีคุณค่าทางวิชาการและทางวัฒนธรรมมาก เมื่อเป็นรูปเล่มจะมีภาพสวยงาม ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา

อาจารย์ได้เล่าแง่มุมของผ้าลายอย่างที่ผู้เขียนเองไม่เคยทราบมาก่อน ทำให้นึกย้อนว่าตัวเองช่างมีความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทยน้อยมากเช่นเดียวกับคนอีกไม่น้อย นี่หากไม่มีละครบุพเพสันนิวาส และแม่การะเกดที่แสดงได้โดนใจผู้ชมทั่วประเทศ ผ้าลายอย่างก็คงจะมีชีวิตอยู่แค่ในงานวิจัย อยู่ในมิวเซียมใหญ่ๆทั้งในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น อย่างเหงาหงอย

มาทำความรู้จัก ผ้าลายอย่าง กันค่ะ

ผ้าลายอย่างเป็นผ้าในราชสำนักในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น 

เหตุที่เรียกว่า ผ้าลายอย่าง เพราะว่าเป็นผ้าพิมพ์ที่ออกแบบโดยราชสำนักสยามแล้วส่งไปพิมพ์ที่อินเดีย ด้วยอินเดียมีชื่อเสียงในการผลิตสิ่งทอคุณภาพเยี่ยมในสมัยนั้น จึงได้ชื่อว่า ผ้าลายอย่าง คือ ทำตามอย่างที่ออกแบบไปให้

การออกแบบลวดลายผ้าลายอย่างนั้นต้องทำอย่างประณีต พิถีพิถัน ด้วยเหตุว่าในสมัยก่อนนั้น ผ้าลายอย่างเป็นผ้าชั้นสูง คือ เป็นผ้าทรงสำหรับกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ชั้นสูง สามัญชนจะนุ่งได้เมื่อได้รับพระราชทานตามบรรดาศักดิ์ อยู่ๆแค่มีเงินจะไปซื้อมานุ่งตามอำเภอใจหาได้ไม่

การออกแบบลวดลายผ้าสำหรับราชสำนักจึงเป็นสิ่งที่ต้องมีความพิเศษยิ่ง ลวดลายต้นแบบที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยและสะท้อนความหรูหราอย่างราชสำนักชัดเจนจะถูกวาดลงในสมุดพร้อมคำสั่งรายละเอียดในการผลิต จากนั้นจึงส่งไปพิมพ์ลายที่ประเทศอินเดีย

ผ้าลายอย่างนี้เป็นผ้าที่มีการเขียนลายและพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ไม้ลงบนผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดแน่นมีความเนียนเรียบ มีคุณภาพดีที่จะรองรับเทคนิคชั้นสูงอันละเอียดซับซ้อนของการเขียนลายและพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ไม้(wood block)

ช่างฝีมืออินเดียนั้นมีภูมิปัญญามาแต่ครั้งโบราณที่สืบทอดต่อๆกันมาด้านการใช้สีที่พิมพ์ลงบนผ้า สีจะติดทนทาน สีไม่ตก เพราะรู้จักการใช้สารยึดสี ผ้าที่ผลิตตามคำสั่ง ตามแบบอย่างที่กำกับไว้ชัดเจนนี้จึงถูกผลิตอย่างสวยงาม ประณีต ก่อนจะส่งกลับมาใช้ในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา

อินเดียมีชื่อเสียงเรื่องการทำ ผ้าลาย (Chinz)ให้หลายประเทศ เช่น  อังกฤษ ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น แต่ ผ้าลายอย่างของไทย หรือ Siamese Chinz จะมีความงามแตกต่างจากผ้าพิมพ์ที่อินเดียผลิตให้ประเทศอื่นๆอย่างชัดเจน

ช่างอินเดียได้เห็นลวดลายที่ไทยส่งไปคงเห็นว่างามแท้ จึงมีการดัดแปลงและผสมผสานลวดลายแบบอินเดียเข้าไปด้วยและผลิตออกมาเพื่อขายให้กับชาวบ้านทั่วไปนอกรั้ววัง ผ้าพวกนี้เรียกว่า ผ้าลายนอกอย่าง

เล่าเกร็ดนิดค่ะ อาจารย์สิทธิชัยได้เล่าถึงการศึกษา “Shamuro-zome” (ผ้าลายสยามในญี่ปุ่น)ที่อาจารย์ศึกษาไว้อย่างละเอียด ผู้เขียนเองไปญี่ปุ่นเกินสิบครั้งแล้วก็เพิ่งเคยทราบเรื่องนี้ว่า ผ้าลายอย่างจากไทยนั้นเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคเอโดะ และไปเกี่ยวข้องกับประเพณีชงชาด้วย ทั้งในราชสำนัก ซามูไร ขุนนาง และพ่อค้าที่ร่ำรวย ซึ่งจะนิยมสั่งทำที่ห่อหุ้มอุปกรณ์ชงชาด้วยผ้าล้ำค่านี้ เศษผ้าจากการตัดเย็บเขายังเก็บใส่กรอบ อย่างทะนุถนอมในฐานะงานศิลปะชั้นสูง ทราบแล้วเป็นที่น่าภูมิใจไม่น้อยเลยล่ะค่ะ


การแต่งกายด้วยผ้าลายอย่างนั้นโดยเฉพาะสตรีเป็นเรื่องที่ทำเองไม่ได้ค่ะ สมัยก่อนสตรีชั้นสูงจึงต้องมีนางต้นห้องเป็นผู้ช่วยแต่งกายให้งามสรรพ

ผ้าลายอย่างที่นุ่งกันในวันงานเป็นของทำขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยคนยุคนี้ที่สืบสานลวดลายโบราณและใช้เทคนิคการผลิตที่ได้งานละเอียดงดงาม เป็นการฟื้นฟูความรู้ ศิลปวัฒนธรรม มรดกสิ่งทอของสยามที่น่าชื่นชม

ในวันงานมีน้องซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตผ้าลายอย่างในยุคปัจจุบันมาช่วยพวกเราให้ได้แต่งกายงดงามด้วยผ้าลายอย่างเพื่อเก็บภาพเป็นที่ระลึกในโอกาสพิเศษนี้


รูปที่นำมาลงให้ชม สามัญชนอย่างผู้เขียนและเพื่อนๆที่ชื่นชมวัฒนธรรมไทยนุ่งผ้าลายอย่าง กันทุกคน

ผ้าผืนที่ผู้เขียนนุ่งเป็น ลายเทพพนม ซึ่งบ่งบอกยศฐา ระดับชั้นของผู้นุ่งด้วย คือสมัยก่อนผู้จะนุ่งผ้าลายอย่างลวดลายนี้ได้ต้องเป็นสตรีชั้นสูงเท่านั้นค่ะ เป็นสมัยก่อนผู้เขียนเห็นจะโดนเรียกไปลงอาญา และญาติผู้ใหญ่คงจะบอกว่าระวังขี้กลากขึ้นเพราะไม่เจียมตัว

ท่านผู้อ่านที่สนใจรายละเอียดของผ้าลายอย่างและการฟื้นฟูทำขึ้นใหม่โดยคนรุ่นนี้ขอเชิญตามไปอ่านเรื่อง ตามรอย บุพเพสันนิวาส สู่การรื้อฟื้นความวิจิตรของผ้าพิมพ์แห่งกรุงศรีอยุธยา ตามลิงค์นี้ค่ะ

https://thestandard.co/buppae-sunniwas-beauty-of-the-fabric/


เพื่อนๆทุกคนที่ได้นุ่ง ผ้าลายอย่าง เมื่อได้สัมผัสทั้งความงามและเรื่องราวของผ้า ได้แต่งกายสง่างาม ได้ฟังการบรรเลงขลุ่ยจาก ดร.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ และการขับร้องเพลงไทยเรื่องราวของอยุธยา จากดร.สมชาย แก้วเจริญ นักร้องกิติมศักดิ์หลายรางวัลพระราชทาน ได้ลิ้มชิมอาหารรสชาติอย่างชาวอยุธยา และที่สำคัญได้อยู่ในบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยกัลยาณมิตร ทุกคนล้วนรู้สึกมีความสุข เบิกบานใจกันถ้วนหน้าค่ะ

(ขออภัยที่ภาพไม่คมชัด เพราะใช้กล้องโทรศัพท์เก็บภาพค่ะ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน K-creation



ความเห็น (1)

[email protected]
IP: xxx.24.165.146
เขียนเมื่อ 

ข้อมูลดีมากค่ะ ไม่เคยได้รู้ได้เห็นก้อได้รู้ได้เห็น เป็นบุญตาจริงๆค่ะขอรบกวนส่งข้อมูลแลภาพสวยงามมาช่วยเปิดโลกทัศน์ของน้องๆลูกๆหลานๆที่ด้อยปัญญาหามีข้อมูลอยู่ในหัวไม่ตลอดไปนะคะขอบพระคุณค่ะ

หมายเลขบันทึก

660446

เขียน

14 Mar 2019 @ 16:03
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก