คอร์รัปชัน อาชญากรรมองค์กรและอาชญากรรมธุรกิจประเภทใดที่ส่งผลกระทบรุนแรงมากที่สุดต่อสังคมในปัจจุบัน




คอร์รัปชัน อาชญากรรมองค์กรและอาชญากรรมธุรกิจประเภทใดที่ส่งผลกระทบรุนแรงมากที่สุดต่อสังคมในปัจจุบัน

ตฤณห์ โพธิ์รักษา

บทนำ

      ในปัจจุบันมีการเกิดขึ้นใหม่ของอาชญากรรมมากมาย หลายประเภท อาชญากรรมรูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างพลวัตรตามการเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัฒน์ที่ไม่หยุดนิ่ง การที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันอย่างมาก ก็เป็นส่วนสำคัญของการเกิดอาชญากรรมใหม่ๆ ที่อาศัยช่องว่างและโอกาสในการหาผลประโยชน์จากจุดบอดของเทคโนโลยี แต่อาชญากรรมที่ในปัจจุบันสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล และส่งผลกระทบไปทั่วโลกได้แก่ อาชญากรรมองค์กรและอาชญากรรมธุรกิจ (Organized crimes) โดยนักวิชาการบางท่านอาจจัดกลุ่มอาชญากรรมคอปกขาว (White collar crimes) รวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งความแตกต่างระหว่างอาชญากรรมองค์การและอาชญากรรมคอปกขาวมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย ที่สามารถแยกประเภทได้จากพฤติกรรมในการกระทำความผิด อาชญากรรมองค์การจะมีการกระทำผิดเป็นกระบวนการหรือมีรูปแบบการกระทำความผิดที่สลับซับซ้อน จัดตั้งเป็นองค์การเพื่อกระทำความผิดกฎหมาย มีการแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลและการเมือง บังหน้าด้วยการประกอบธุรกิจที่สุจริต รวมถึงมีการฟอกเงินด้วย อาชญากรรมองค์การจะรวมถึงการก่ออาชญากรรมที่มีอันตรายเกี่ยวกับร่างกายและชีวิต และหากมีบุคคลที่มีอำนาจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐผู้ใดขัดขวาง ก็จะนำเงินไปติดสินบนเพื่อประกอบธุรกิจมืดได้อย่างสะดวก แตกต่างกับอาชญากรรมคอปกขาว ที่มุ่งเน้นกระทำความผิดแก่ปัจเจกบุคคลมากกว่าการเสาะหาเหยื่อที่เป็นนิติบุคคล หรือบริษัท ส่วนใหญ่อาชญากรคอปกขาวจะมีบุคลิกดีและโดยมากจะไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอันมีอันตรายถึงแก่ความตายหรือร่างกาย มักจะเป็นการฉ้อโกงเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินมากกว่า

          อาชญากรรมองค์การนั้นมีหลายประเภท แบ่งลักษณะตามการจัดประเภทขององค์การสหประชาชาติ ได้แก่ การลักลอบค้ายาเสพติด การลักลอบนำคนเข้าเมือง การค้าอาวุธ การลักลอบค้าอาวุธนิวเคลียร์ กลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย การค้าหญิงและเด็ก การลักลอบค้าชิ้นส่วนมนุษย์ การโจรกรรม และการลักลอบค้ายานพาหนะ การฟอกเงิน และการกระทำอื่นๆ อันได้แก่ การคอร์รัปชั่น การโจรกรรมศิลปวัตถุ

          หากแต่อาชญากรรมที่มีมาอย่างช้านานคู่กับสังคมไทย หรือกล่าวได้ว่าอยู่คู่กับทุกสังคมทั่วโลก และเป็นอาชญากรรมที่ไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป ได้แก่ การคอร์รัปชัน (Corruption) ซึ่งหมายถึง การทุจริตทางการเมือง (Political Corruption) การคอร์รัปชันนั้นมีมาเนิ่นนานหลายทศวรรษ และเป็นปัญหาที่ฉุดรั้งการพัฒนาของประเทศ โดยในประวัติศาสตร์ไทย การคอร์รัปชันได้เกิดขึ้นให้เห็นกันอยู่เสมอ ตั้งแต่โบราณ เรียกว่า การฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งหมายถึง คือการใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนเองไม่ว่าจะทางราชการ การเมือง หรือเอกชน ในการฉ้อฉลเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้องของตน โดยไม่สนว่าผู้อื่นหรือส่วนรวมจะเสียหายอย่างไร โดยการคอรัปชั่นนี้มีทั้งผิดกฎหมายและมีกฎหมายรับรอง แต่ในปัจจุบัน การคอร์รัปชันไม่เพียงเกิดขึ้นเฉพาะในแวดวงการเมืองเท่านั้น หากแต่สามารถพบได้ในทุกส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการติดสินบนให้กับผู้บริหารโรงเรียน เพื่อให้บุตรหลานได้เรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียง การติดสินบนโรงพยาบาล เพื่อได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลโดยการลัดคิวผู้ป่วยอื่น   ดังนั้นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรงมากที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ การคอร์รัปชัน

          จากการสำรวจสถิติคะแนนความสุจริตของรัฐบาล โดย Transparency International เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 96 โดยมีคะแนนเพียง 37 คะแนน และถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูงมาก (Moreira, 2018)

รูปภาพที่ 1

(ที่มา : Moreira, 2018)

โดยประเทศที่ได้รับคะแนนสูงสุดด้านการบริหารประเทศอย่างใสสะอาดได้แก่ ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศเดนมาร์ค และประเทศฟินแลนด์ ตามลำดับ (Moreira, 2018)

          ในยุคปัจจุบันที่เงินสามารถเนรมิตได้ทุกอย่าง จึงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสังคมในปัจจุบันเป็นสังคมบริโภคนิยม (Consumerism) ซึ่งหมายถึง การนิยมบริโภคฟุ่มเฟือยเกินความต้องการที่จำเป็นในชีวิตและเกินกว่าฐานะรายได้หรือความสามารถในการผลิตของคนหรือของประเทศ ซึ่งปัญหาลัทธิบริโภคนิยมนั้นเริ่มเป็นปัญหาที่น่ากังวลของประเทศไทย ไม่ใช่ในหมู่เยาวชนวัยรุ่นเท่านั้นที่นิยมใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่คนทั่วไปก็ต่างซึมซับค่านิยมการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากขึ้น สามารถสังเกตได้จากหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่รัฐบาล คสช. เข้ามาบริหารประเทศ โดยสามารถเปรียบเทียบข้อมูลตัวเลขได้จากแหล่งข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจทั่วไปโดยมีข้อมูลโดยสังเขปดังนี้

          “จากตัวเลขหนี้สาธารณะคงค้างตามรายงานของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ พบว่า ตัวเลขหนี้ สาธารณะในเดือนกันยายน 2561 นี้ เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2561 ที่มีหนี้สาธารณะคงค้างอยู่   ทั้งสิ้น 6,672,886 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 108,067 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน” (Bourne,         2561)

          “ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม 2561 ซึ่งมีปริมาณหนี้สาธารณะเท่ากับ 6,441,357 ล้าน          บาท กับเดือนกันยายน 2561 พบว่าหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมากถึง 339,596 ล้านบาทในระยะเวลา 9   เดือน สำหรับเดือนมิถุนายน 2557 ซึ่งเป็นเดือนแรกที่รัฐบาลคสช. เข้ามาบริหารประเทศพบว่ามีหนี้  สาธารณะเท่ากับ 5,655,420 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลหนี้สาธารณะล่าสุด จะเห็นว่าหนี้     สาธารณะเพิ่มขึ้นมากถึง 1,125,533 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมากถึง 19.9% ตลอดระยะเวลาที่     รัฐบาลคสช.บริหารประเทศ” (Bourne, 2561)

          ตัวเลขคร่าวข้างต้นบ่งบอกถึงวิกฤตทางเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้ของประเทศไทย ซึ่งปัญหาคอร์รัปชันโดยเริ่มต้นจากการเมือง และยังคงมีอำนาจครอบคลุมไปถึงหน่วยงานต่างๆทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคประชาชน เมื่อรัฐบาลซึ่งได้ตัวแทนมาจากการซื้อเสียง หรือแม้กระทั่งการทำให้การทุจริตเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ตัวอย่างเช่นนโยบายแจกเงินคนจน คนละ 500 บาท เป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีฐานะยากจนจริง หรือเพียงเป็นการซื้อเสียง และฆ่าคนจนทางอ้อม นอกจากคนจนจะไม่ได้ใช้ความสามารถของตนในการหาเลี้ยงปากท้อง แต่เป็นการส่งเสริมการได้รับเงินจนเกิดความเคยชิน และเป็นการสนับสนุนการคอร์รัปชันไปโดยปริยาย        สาเหตุของอาชญากรรมประเภทนี้ เกิดจากหลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆได้แก่

  1. 1.  คนในสังคมส่วนใหญ่นับถือความร่ำรวย ย่อมเป็นแรงจูงใจในการแสวงหาเงินทอง
  2. 2. ค่านิยมแบบนิยมพวกพ้องและเครือญาติ ความสัมพันธ์ในเชิงผลประโยชน์
  3. 3. ระบบอุปถัมภ์หรือความสัมพันธ์ระหว่างผู้อุปถัมภ์กับลูกน้อง สร้างลูกน้องไว้ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ
  4. 4. ระบบการควบคุมและตรวจสอบที่ขาดประสิทธิภาพ
  5. 5. สภาพทางการเมืองที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น เพื่อช่วงชิงตำแหน่งทางการเมืองและผลประโยชน์ (วิทยากร เชียงกูล, 2560)

          การขาดความรู้ความตื่นตัวในการแสดงความคิดเห็นหรือต่อสู้เรื่องการทุจริต แต่ด้วยการที่ การคอร์รัปชัน แทรกซึมไปในทุกหย่อมหญ้า แม้แต่การแสดงความคิดเห็นที่ต่าง ก็ไม่สามารถทำได้ ทำให้ประชาชนส่วนมากที่ตื่นตัว และมีความกระตือรือร้นในเรื่องของการทุจริต จึงไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากแสดงความคิดเห็นและถกเถียงกันในหมู่คนรู้จักเท่านั้น การไม่สามารถแสดงออกทางความคิดได้ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อน การมีอิสรภาพทางความคิดของสังคมไทย และไม่สามารถกระทำการใดใดเพื่อเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นสังคมไทยจึงเกิดความเอือมระอา และเคยชินกับการอยู่ท่ามกลาง คอร์รัปชัน เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาใดใดได้ การคอร์รัปชัน จึงเริ่มหายไปจากหัวข้อการสนทนา ซึ่งสังคมมองว่าเป็นการเสียเวลาถ้าจะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงซึ่งแทบจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้

          อีกสาเหตุของการคอร์รัปชัน เกิดจากการถูกสังคมกลืนกิน หรืออยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่ถูกบังคับให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในสังคมข้าราชการ หรือแม้แต่ภาคเอกชนเอง ในความเป็นจริงแล้ว หากบุคคลที่อยู่ในระบบที่มีการคอร์รัปชัน แม้จะไม่เห็นด้วย ก็ไม่สามารถกระทำการใดใดได้ หากมีการขัดขวาง ก็อาจจะส่งผลต่อความไม่ปลอดภัย หรือการถูกให้ออกจากงานได้ สอดคล้องกับระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทย ซึ่งมีการสร้างลูกน้องไว้เพื่อช่วยเหลือในด้านต่างๆ หากปฏิเสธก็จะเดือดร้อน

          การควบคุมตรวจสอบการทุจริต หรือคอร์รัปชัน แทบจะเป็นไปไม่ได้ในสังคมไทย เพราะหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นหน่วยงานที่ถูกคัดเลือกมาอย่างสุจริต การติดสินบนยังคงพบเห็นได้ทั่วไป พาดหัวข่าวเหตุการณ์ล่าสุดที่ปรากฏเป็นข่าวที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก และเป็นที่ขัดข้องใจแก่ประชาชนทั่วไป ได้แก่

          “หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจ ม.44 ออกคำสั่งมีผลแก้ประกาศให้ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของผู้        ดำรงตำแหน่งระดับสูงของ ป.ป.ช. เปิดช่องให้แก้ไข กรรมการสภามหาวิทยาลัย – กองทุน ไม่ต้องยื่น  บัญชีทรัพย์สินได้” (Matichon, 2561)

           จากเหตุการณ์ประกาศของป.ป.ช.เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ที่มีการขยายเพิ่มตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชี กระทบถึงระดับ นายกฯและ กรรมการสภามหาวิทยาลัย จนมีข่าวขู่ลาออก เพราะไม่อยากยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น

          “ล่าสุด โลกออนไลน์มีการแชร์ หนังสือลาออก ที่เผยแพร่ในกลุ่ม ศูนย์ประสานงานบุคลากรใน    สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่น่าสนใจคือเป็นหนังสือลาออกจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏฯ แห่งหนึ่ง ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ โดยอ้างเหตุผลลาออกชัดเจน คือ

          ไม่อยากยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ปปช. แต่ในช่วงท้าย กลับระบุว่า หากปปช.มีการเปลี่ยนแปลงประกาศ       ขยายเวลาเพิ่ม และประกาศเดิมไร้ผลบังคับ ก็จะขอ ระงับใบลาออก” (Matichon, 2561)

          ซึ่งการแสดงบัญชีทรัพย์สิน เป็นกระบวนการป้องกันการทุจริตอย่างหนึ่งที่สามารถตรวจสอบรายได้จากการแสดงทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนดำรงตำแหน่งและเปรียบเทียบกับทรัพย์สินหลังพ้นการดำรงตำแหน่ง เมื่อบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งระดับสูง โดยเฉพาะเป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในสถานศึกษา มีทัศนคติต่อการแสดงความบริสุทธิ์ใจในแบบข้างต้นที่นำเสนอ สะท้อนให้เห็นถึงการทุจริตอย่างชัดเจนที่ยังดำรงอยู่ต่อไปในสังคม

          การคอร์รัปชันถือเป็นองค์กรอาชญากรรมประเภทหนึ่ง และนักวิชาการถือว่า คอร์รัปชั่น เป็น อาชญากรรมคอปกขาว (white – collar crime) การคอรัปชั่นหมายถึงการทุจริตโดยใช้อาศัยตำแหน่งหน้าที่อำนาจและอิทธิพลที่ตนมีอยู่ เพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น โดยองค์กรความโปร่งใสสากลได้ระบุถึงกรณีต่างๆที่จะสามารถเกิดขึ้นในการคอรัปชั่นได้ดังนี้ การคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่ (Grand corruption) การคอร์รัป ชั่นขนาดเล็ก (Petty corruption) การติดสินบน (Bribery) การยักยอก (Embezzlement) การอุปถัมภ์ (Patronage) การเลือกที่รักมักที่ชัง (Nepotism) ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) (นิพล แสงศรี, ม.ป.ป.)

          ซึ่งการทุจริตสำหรับประเทศไทยถือเป็นการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่ หลายภาคส่วนมีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไปล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตทางการเมืองนี้ ซึ่งการทุจริตทางการเมืองนำไปสู่การทุจริตในหลายหลายหน่วยงาน เป็นการร่วมมือกันเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยมิชอบ ผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองหรือมีความสามารถในการแก้ไขกฎหมาย ก็ช่วยเหลือกลุ่มบุคคลนี้โดยการร่างกฎหมายหรือแก้กฎหมายให้เอื้ออำนวยต่อการทุจริตโดยมีกฎหมายรองรับ

          แนวทางในการป้องกันและแก้ไขสามารถกระทำได้แต่อาจจะใช้เวลานาน เนื่องจากการทุจริตประเภทนี้ อยู่คู่กับสังคมไทยมาหลายทศวรรษ การปรับปรุงแก้ไขจึงต้องใช้เวลาเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ โดยกำลังสำคัญได้แก่ เยาวชนคนรุ่นใหม่ เนื่องจากมีความคิดก้าวไกล พัฒนาและไม่ยึดติดกับวิถีเก่าๆ สิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการเผยแพร่ความรู้เพื่อกำจัดการทุจริตให้หมดไปได้แก่ การป้องกันคอร์รัปชั่นและการแทรกแซงสื่อ โดยให้อิสระทางความคิดและการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องต่างๆ สื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งผ่านความคิดใหม่ๆ เพื่อจุดประกายให้คนรุ่นหลังได้มีความคิดความกล้าแสดงออก  กล้าที่จะคิดต่าง เพื่อนำความต่างนี้มาแก้ไขและพัฒนาประเทศ การถกเถียงและแสดงความคิดเห็นไม่ควรปรากฏอยู่แค่ในแวดวงวิชาการ แต่ควรเริ่มปลูกฝังตั้งแต่การศึกษาในระดับโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้การแสดงออก การแสดงความคิดเห็น การยืนหยัดต่อสู้เมื่อพบสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การปลูกฝังค่านิยมการกล้าแสดงออกและมีอิสระทางความคิด ควรได้รับการขัดเกลาควบคู่ไปกับการสอนศีลธรรม ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรม สิ่งใดเป็นสิ่งที่ถูก สิ่งใดเป็นสิ่งที่ผิด การกระทำใดที่สังคมไม่สามารถรับได้ การทุจริต การรังแกข่มเหงผู้อื่น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับได้

          เมื่อทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการปลูกฝังและขัดเกลาบุตรหลานโดยมีเนื้อหาที่มุ่งปูพื้นฐานการมีสินและทำและความสามารถในการดำรงอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุข เด็กก็จะซึมซับศีลธรรมอันดีนี้ ควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว เมื่อครอบครัวได้ใช้เวลาปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันผ่านการขัดเกลาและเปลี่ยนความคิดและสั่งสอนบุตรหลาน ส่งผลให้เด็กที่โตมา เติบโตมาอย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญให้สังคมขับเคลื่อนพัฒนาต่อไป

          เพราะสุดท้ายแล้วสถาบันที่สำคัญที่สุดและมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงทุกๆอย่างได้แก่สถาบันครอบครัว การที่สังคมต้องการการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขต้องเริ่มจากสถาบันที่เล็กที่สุด จากระดับจุลภาค และพัฒนาไประดับที่ใหญ่กว่าคือระดับมหภาค เมื่อสถาบันทางครอบครัวได้ทำหน้าที่ขัดเกลาเบื้องต้นได้สำเร็จ จุดมุ่งหมายการพัฒนาประเทศและการกำจัดการทุจริตและปัญหาสังคมประเภทต่างๆก็จะค่อยค่อยหมดไป รวมถึงปัญหาสังคมเช่นปัญหาอาชญากรรมอื่นๆด้วย

อ้างอิง

นิพน แสงศรี.คอร์รัปชั่น (การทุจริตที่ต้องห้าม). (ออนไลน์). 2561. แหล่งที่มา: http://www.islammore.com/view/3434 ( 19 ธันวาคม 2561 )

วิทยากร เชียงกูล. วงจรคอร์รัปชัน. (ออนไลน์). 2560. แหล่งที่มา: http://www.anticorruption.in.th/2016/th/detail/135/5/%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99( 19 ธันวาคม 2561 )

Bourne.ทุบสถิติ!!! หนี้สาธารณะทะลุ 6.7 ล้านล้านบาท!!!. (ออนไลน์). 2561. แหล่งที่มา: http://www.ispacethailand.org/political/17407.html ( 17 ธันวาคม 2561 )

Matichon. ว่อนเน็ต! กก.สภามหา’ลัยยื่นหนังสือขอลาออก และอาจไม่ลาออก ในใบเดียวกัน. (ออนไลน์). 2561. แหล่งที่มา: https://www.matichon.co.th/social/news_1250973 ( 17 ธันวาคม 2561 )

Moreira, P. Corruption Perceptions Index 2017. (online). 2018.

Available from : https://www.transparency.org/news/feature/corruption_perceptions_index_2017?gclid=CjwKCAiA9efgBRAYEiwAUT-jtHlhe7tgCIWulfRVxfrrWneigf8xXMD7e_UOTcqG-Aan4a0TfnUUtBoC4_0QAvD_BwE ( 2018 December 17 )

หมายเลขบันทึก: 658942เขียนเมื่อ 25 ธันวาคม 2018 22:00 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 ธันวาคม 2018 22:00 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี