การค้าอวัยวะมนุษย์ (Trafficking in human organs) : วิกฤตการณ์การค้าอวัยวะมนุษย์ในต่างประเทศและประเทศไทย


การค้าอวัยวะมนุษย์ (Trafficking in human organs)

 : วิกฤตการณ์การค้าอวัยวะมนุษย์ในต่างประเทศและประเทศไทย

ตฤณห์ โพธิ์รักษา

บทนำ

        ปัญหาการค้ามนุษย์นั้น เป็นปัญหาอาชญากรรมที่รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกได้ให้ความสำคัญมาเกือบ 20 ปี แม้กระทั่งประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ยังได้จัดทำกฎหมาย Trafficking Victims Protection Act of 2000 (TVPA) (กระทรวงแรงงาน, ม.ป.ป.) เพื่อเสนอต่อสภาสหรัฐเกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามนุษย์ประเทศต่างๆทั่วโลก แม้ว่าการค้ามนุษย์จะมีรูปแบบที่ต่างกัน แต่รูปแบบที่ตกเป็นข่าวอยู่เป็นประจำนั้นได้แก่ การค้ามนุษย์เพื่อการบริการทางเพศ การใช้แรงงานเยี่ยงทาส (การค้าทาส) การรับจ้างแต่งงาน การขอทาน และการตัดอวัยวะออกจากร่างกาย ด้วยรูปแบบดังที่กล่าวมานี้ เห็นได้ว่าการค้ามนุษย์นั้นสามารถแตกแยกย่อยไปได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ ความต้องการของตลาดมืด หรือแม้แต่แนวโน้มความต้องการเติมเต็มในด้านต่างๆของแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างออกไป แต่ที่น่ากังวลนั้นคือ ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากการค้าอวัยวะมนุษย์ กลับไม่เป็นที่สนใจและให้ความสำคัญมากนัก มีก็เพียงแต่การถกเถียง พูดคุยกันในวงการแพทย์เท่านั้น

            การค้าอวัยวะมนุษย์นั้น มีมาเนิ่นนานแล้ว แต่สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีมาตรการป้องกัน และการออกกฎหมายโดยเฉพาะสำหรับการลงโทษการก่ออาชญากรรมรูปแบบนี้ ทั้งๆที่ประเทศไทยอาจจะเป็นได้ทั้งตลาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายอวัยวะมนุษย์ หรือแม้กระทั่งเป็นทางผ่านการพักสินค้าเพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มาตรการสอดส่องดูแลและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการค้าอวัยวะมนุษย์นั้น ยังไม่เป็นที่สนใจมากนั้นสำหรับประเทศไทยเอง

            ในยุคที่เศรษฐกิจซบเซา การหมุนเวียนเงินตราในระบบมีความฝืดเคือง ปัญหาความยากจน แร้นแค้นเข้ามาทำลายระบอบเศรษฐกิจ ประชาชนจำนวนมากตกงาน เนื่องจากเกิดการปิดตัวลงของโรงงานและบริษัทจำนวนมาก ที่ไม่สามารถต่อสู้กับสภาวะเศรษฐกิจอันย่ำแย่นี้ได้ กอปรกับการเข้ามาแทนที่ชนชั้นแรงงาน โดยเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ที่สามารถอำนวยความสะดวก รวดเร็ว แม่นยำ และประหยัดกว่า ทำให้เจ้าของกิจการซึ่งควบคุมกำลังผลิต ปลดพนักงานออกและนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ ปัญหาเหล่านี้ทำให้ประชากรจำนวนมากทั่วโลก ไม่มีงานทำ แต่ด้วยภาระรับผิดชอบที่ยังคงมีอยู่ หลายคนต้องดิ้นรนหาเงินเลี้ยงปากท้อง ดูแลครอบครัว โดยไม่สนใจว่าการกระทำดังกล่าวจะละเมิดกฎหมาย หรือผิดศีลธรรมที่มีต่อเพื่อนมนุษย์หรือไม่ บางครั้งบุคคลเหล่านี้หาทางออกโดยการก่ออาชญากรรมเล็กๆน้อยๆ เช่นการลักทรัพย์ การปล้น บางรายเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด แต่บางครอบครัวอับจนหนทางจนต้องหาทางออกโดยการ ตัดสินใจขายอวัยวะของตัวเอง เพื่อเลี้ยงปากท้อง เนื่องจากการขายอวัยวะนั้นสามารถทำเงินได้อย่างมหาศาลและรวดเร็ว จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศที่มีจำนวนคนยากจนมากเนื่องจากมีประชากรมากและหนาแน่นอย่าง จีน อินเดีย อียิปต์ รวมถึงประเทศยากจนอย่างปากีสถาน และซีเรีย จะประสบปัญหาการค้าอวัยวะมนุษย์เถื่อน และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆปีต่อปี

           

รูปแบบของการค้าอวัยวะมนุษย์ทั่วโลก

บทความนี้ได้รวบรวมสถานการณ์การค้าอวัยวะมนุษย์ทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทยเอง อ้างอิงจากการนำสถิติความต้องการซื้ออวัยวะ ความต้องการขายอวัยวะในประเทศต่างๆ รวมถึงราคาอวัยวะส่วนต่างๆจากตลาดมืด และข้อกฎหมายของไทยที่เกี่ยวข้องกับการค้าอวัยวะมนุษย์

            การค้าอวัยวะเถื่อนนั้นมีด้วยกันสองรูปแบบ หนึ่งคือการได้มาซึ่งอวัยวะจากศพที่เพิ่งเสียชีวิต และสองการได้มาซึ่งอวัยวะจากมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งการได้มาซึ่งอวัยวะจากศพนั้นแบ่งออกแยกย่อยไปได้อีกคือ จากการบริจาคของผู้เสียชีวิตเอง หรือจากการขโมยจากศพ ส่วนการได้มาซึ่งอวัยวะจากมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เช่นกัน มีสองอยู่แบบคือจากการเต็มใจขายเองของเจ้าของอวัยวะ (บางกรณีคือการให้เพื่อต่อชีวิตของคนในครอบครัว) อีกแบบหนึ่งคือการขโมยอวัยวะ ซึ่งอย่างหลังคือการก่ออาชญากรรมที่เกิดขึ้นมากที่สุด และเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการลักพาตัว ตัดอวัยวะแล้วปล่อยเหยื่อทิ้งไว้ข้างทาง หรือขบวนการตัดอวัยวะที่ได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ ที่ลักลอบตัดอวัยวะจากคนไข้ซึ่งมาตรวจร่างกาย หรือผ่าตัดธรรมดา แต่กลับต้องเสียอวัยวะของตนเองไปเนื่องจากความโลภของแพทย์ที่สมคบคิดกับมาเฟียค้าอวัยวะนั่นเอง เหตุใดการค้าอวัยวะมนุษย์จึงกลายมาเป็นธุรกิจมืด? หากทราบราคาในตลาดมืดของการค้าอวัยวะมนุษย์ อาจจะพอทำความเข้าใจได้ว่าทำไมจึงเกิดอาชญากรรมประเภทนี้ขึ้น

            ราคาอวัยวะแต่ละชิ้นส่วนในตลาดมืด จากการอ้างอิงของเว็บไซต์ Futurism ในตลาดมืดมีดังนี้

รูปภาพที่ 1

(ที่มา : Creoghton, 2015)

            ซึ่งตีเป็นราคาเงินบาท เรียงตามอวัยวะที่มีราคาสูงที่สุดได้คร่าวๆดังนี้

ตารางแสดงราคาอวัยวะในตลาดมืด

ปอด 1 ข้าง

ราคา 9,248,000 บาท

ไต 1 ข้าง

ราคา 4,715,000 บาท

ตับ

ราคา 4,658,000 บาท

กระจกตา

ราคา 673,000 บาท

โครงกระดูก

ราคา 224,000 บาท

เอ็น

ราคา 163,000 บาท

เลือดต่อลิตร

ราคา 21,420 บาท

ผิวหนังต่อตารางนิ้ว

ราคา 270 บาท

            ดังตารางดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่า ปอด ไต และตับ มีราคาสูงที่สุดเป็น 3 อันดับแรก โดยไตถือได้ว่าเป็นอวัยวะที่นิยมมากที่สุด และถูกขายได้ง่ายที่สุด เนื่องจากมนุษย์เรามีไตสองข้าง และสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้หากมีไตเหลืออยู่เพียงข้างเดียว ความคิดเหล่านี้อาจจะยังไม่ถูกต้องมากนัก หากเปรียบเทียบกับการที่จะต้องดูแลตนเองมากขึ้น ตรวจสุขภาพเป็นประจำ เนื่องจากการใช้งานอย่างหนักของไตเพียงข้างเดียว หากบุคคลที่ตัดสินใจขายไตของตนเองข้างหนึ่งนั้น มีความรู้อย่างรอบด้านและถี่ถ้วนกว่านี้ เขาเหล่านั้นอาจจะไม่ตัดสินใจขายไตเพื่อปากท้องก็เป็นได้ หากคำนวณผลทางสุขภาพในระยะยาวที่ตามมาแล้วนั้น เห็นได้ชัดว่าได้ไม่คุ้มเสีย

ปัญหาการค้าอวัยวะมนุษย์นั้นได้กลายเป็นปัญหาที่รัฐสภายุโรปนำเรื่องเข้าเสนอที่ประชุม เพื่อทำแผนนโยบายต่างๆเพื่อให้ความรู้และรับมือกับอาชญากรรมดังกล่าว นโยบายที่เป็นญัตติในที่ประชุมรัฐสภายุโรปนั้นได้เผยแพร่ออกสู่สาธารณะชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน คริสต์ศักราช 2015 (European Parliament, 2015: Online) ภายในเล่มรายงานประกอบด้วยสถิติการลักลอบค้าอวัยวะแบ่งแยกตามสถิติแต่ละประเทศ รวมถึงประเทศต้นทางที่เป็นผู้บริจาค หรือขายอวัยวะ และประเทศที่เป็นปลายทาง หรือผู้ซื้อนั่นเอง

รูปภาพที่ 2

(ที่มา : European Parliament, 2015)

            รูปภาพที่ 2 แสดงถึงการแพร่กระจายของอวัยวะต่างๆทั่วโลกโดยแยกแยะตามประเทศที่นำเข้าอวัยวะ (ต้นทางของผู้รับ) จากประเทศผู้ส่งออกอวัยวะหรือประเทศปลายทาง (ที่มาของผู้จัดหาอวัยวะ)

            โดยจะเห็นว่าผู้บริจาคโดยทั่วไปแล้วมีรายได้ต่อปีเพียง 480 ดอลล่าห์สหรัฐ หรือ 15,758.40 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีรายได้ต่ำมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายได้ต่อปีของผู้รับบริจาคอวัยวะ หรือผู้ซื้ออวัยวะ ที่มีรายได้ต่อปีถึง 53,000 ดอลล่าห์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยคือ 1,739,990 ต่อปี จึงไม่น่าแปลกใจที่ตลาดมืดของธุรกิจการค้าอวัยวะจะเฟื่องฟูอย่างมาก และดึงดูดให้มาเฟีย หรือแม้กระทั่งตัวแพทย์เองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในอาชญากรรมชนิดนี้ เนื่องจากมีค่าตอบแทนที่สูง และอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายในบางประเทศ เพื่อดำเนินการธุรกิจชนิดนี้ ธุรกิจการค้าอวัยวะเรียกได้ว่า “เป็นการต่อชีวิตคนรวย แต่คนจนเสี่ยงตาย” (MGR ONLINE, 2550: online)

            องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประมาณการไว้ว่า การลักลอบค้าอวัยวะจะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประมาณความต้องการอวัยวะนั้นมีมากกว่าปริมาณคนบริจาคอยู่หลายเท่าตัว ยกตัวอย่างจำนวนตับที่ทั่วโลกต้องการมีอย่างน้อย 90,000 ชิ้น แต่ทว่าในแต่ละปี มีการปลูกถ่ายตับเพียง 21,000 ชิ้นเท่านั้น และถึงแม้ว่าการขายอวัยวะของตนเองในบางประเทศจะผิดกฎหมาย แต่บรรดาผู้ซื้อ ผู้ขายและนายหน้าก็ยังสามารถใช้ช่องโหว่ของกฎหมายดำเนินการซื้อขายอวัยวะต่อไปได้ ส่งผลให้องค์กรระหว่างประเทศต่างเรียกร้องขอความร่วมมือให้นานาประเทศออกมาตรการปราบปรามการค้าอวัยวะ หรืออาจจะออกกฎหมายควบคุมโดยเฉพาะ เพราะไม่เพียงการค้าขายอวัยวะมนุษย์นั้นจะเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของสังคม แต่การค้าขายอวัยวะนั้นยังเกิดขึ้นอย่างไม่โปร่งใสอีกด้วย เงินที่ได้มาจากการขายอวัยวะ ไม่ได้ตกถึงมือแก่ผู้ขายอย่างครบถ้วน แต่ยังถูกกดราคาอย่างมากจากนายหน้าค้าอวัยวะ ซึ่งมีหน้าที่หาอวัยวะ และส่งต่อ ในแอฟริกาผู้ขายไตหนึ่งข้างจะได้เงินเพียง 700 ดอลล่าห์สหรัฐเท่านั้น ในขณะที่ในสหรัฐฯ บุคคลที่ต้องการไตหนึ่งข้างจะต้องเสียค่าใช้จ่าย ราวๆ 30,000 ดอลล่าห์สหรัฐฯ การถูกล่อลวงด้วยเงินสดเพียงน้อยนิด อาจจะดึงดูดผู้ที่ต้องการเงินอย่างมากจนกระทั่งลืมคิดไปว่า การขายอวัยวะของตนนั้นได้ประโยชน์ไม่คุ้มกับที่เสียไป ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนเงินที่ได้มายังไม่โปร่งใส และไม่เป็นธรรมจากความไม่รู้เท่าทันพวกนายหน้าจอมกดราคาอีกด้วย (MGR ONLINE, 2550 : ออนไลน์)

สถานการณ์การค้าอวัยวะมนุษย์ที่สาธารณะรัฐประชาชนจีน

ขายไตแลกไอโฟน

ประเทศมหาอำนาจที่ขณะนี้กุมตลาดที่สำคัญของธุรกิจโลกอย่างประเทศจีน แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรที่ร่ำรวยเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความที่มีประชากรที่หนาแน่นและมากที่สุดในโลก จีนก็ยังมีจำนวนคนยากจนอีกมหาศาลเช่นกัน ในยุคที่เศรษฐกิจสมัยใหม่เริ่มพึ่งพาแรงงานคนน้อยลง แทนที่ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวก ทำให้ประชากรจำนวนมากไร้งานทำ นักศึกษาที่จบใหม่ก็ไม่สามารถหางานทำได้ และปัญหาที่สำคัญที่สุดของยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟูนี้ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีผลอย่างมากต่อทัศนคติและวัฒนธรรมของมนุษย์ในโลกปัจจุบัน ค่านิยมของวัยรุ่นจีนกับการใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน หรือแอนดรอยด์ราคาครึ่งแสน เป็นตัวชี้วัดฐานะและความทันสมัยของวัยรุ่นจีน และวัยรุ่นทั่วโลกไปโดยปริยาย จนถึงกับมีข่าวไม่เว้นแต่ละวันเกี่ยวกับการที่วัยรุ่นจีนต้องการเงินเพื่อมาใช้จ่าย จับจองเป็นเจ้าของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิครุ่นใหม่ๆอย่างเช่น ไอโฟน ไอแพด จนถึงขั้นประกาศขายอวัยวะของตนเองเพื่อนำเงินมาซื้อของเหล่านี้ เหล่าพ่อค้า และนายหน้าค้าอวัยวะก็ไม่รอช้า อาศัยจังหวะกระแสความต้องการขายอวัยวะของคนจีนเพื่อซื้อโทรศัพท์ เข้ามาหว่านล้อมและหลอกล่อด้วยเงินสดแลกอวัยวะไปได้หลายต่อหลายราย

เหตุการณ์เมื่อเดือน เมษายน ปีพุทธศักราช 2554 มีข่าวโด่งดังเกี่ยวกับวัยรุ่นจีน อายุ 17 ปีขายไตให้กับแก็งค์ค้าอวัยวะเถื่อนเพื่อนำเงินไปซื้อ ไอโฟน4 จนเวลาผ่านไปแรมปี ตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าไตเถื่อนในตลาดมืดได้ 5 ราย โดนทั้งหมดให้สารภาพว่าได้ทำการรับซื้อและขายต่ออวัยวะในตลาดมืดมานานแล้ว และได้ทำการซื้อขายไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบราย ท้ายที่สุดศาลประชาชนเขตเป่ยหู เมืองเซินโจว มนฑลหูหนานซึ่งรับผิดชอบคดีที่เป็นข่าวดังครึกโครมนี้ก็ได้รับฟ้อง โดยวัยรุ่นนามว่า หวัง ซั่งคุน ได้เรียกค่าเสียหาย 2.27 ล้านหยวน เพื่อมารักษาอาการไตวายอย่างหนักหลังจากตนเองได้ขายไตไปข้างหนึ่งให้กับแก็งค์ค้าอวัยวะเถื่อนนี้ (MGR Online, 2555 online) สาเหตุที่ความต้องการอวัยวะในตลาดมืดนั้นมีมาก เนื่องจากปริมาณอวัยวะสำหรับการปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยนั้นมีไม่เพียงพอ จำนวนผู้ป่วยที่รอรับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะนั้นมีสูงถึง 1.5 ล้านรายต่อปี จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงอาชญากรรมนี้จากกลุ่มพ่อค้าหัวใสได้ ข่าวนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมจีนกับความเป็น “ลัทธิบริโภคนิยม”(ตติกานต์ เดชชงศ์, 2555 : ออนไลน์) การมีชุดความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการครอบครองทรัพย์สินที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้วัยรุ่นจีนจำนวนมาก กลายเป็น “เหยื่อสิ้นคิด” โดยไม่รู้ตัว และถึงแม้รัฐบาลจีนจะพยายามหา “อะไหล่มนุษย์” จากแหล่งที่พอจะสามารถบรรเทาอุปสงค์ของอวัยวะมนุษย์ได้จากการบังคับนักโทษประหารให้บริจาคอวัยวะ นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่ดี

บังคับนักโทษประหารบริจาคอวัยวะ

            จากวิกฤตการณ์การขาดแคลนอวัยวะอย่างหนักทำให้จีนต้องออกมาตรการให้นักโทษประหารทุกรายยินยอมบริจาคอวัยวะของตนเองหลังถูกประหาร บริจาคให้กับธนาคารอวัยวะของรัฐ ไม่ว่านักโทษเหล่านั้นจะเต็มใจยินยอมหรือไม่ก็ตาม และแม้ว่ารัฐจะได้รับการบริจาคอวัยวะจากนักโทษเป็นสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของอวัยวะที่ได้รับบริจาคมาทั้งหมดก็ตาม จำนวนอวัยวะเหล่านั้นก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยที่รอรับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะอยู่ดี แต่จีนได้ยกเลิกมาตรการดังกล่าว และออกกฎหมายกรณีการรับบริจาคอวัยวะจากนักโทษเฉพาะรายที่สมัครใจเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและการโจมตีจากนานาประเทศ กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เดือนพฤศจิกายน ปีพุทธศักราช 2556 (MTHAI, 2556 : ออนไลน์)

            ไม่เพียงแค่การยินยอมขายอวัยวะของตนให้กับตลาดมืดเพื่อแลกไอโฟนเท่านั้นที่เป็นข่าวครึกโครม ต่อมาไม่นานหลังจีนประกาศใช้กฎหมายรับบริจาคอวัยวะจากนักโทษ ก็ได้มีข่าวสะเทือนขวัญไปทั้งประเทศอีกครั้ง เมื่อเด็กชายชาวจีนวัย 6 ขวบ ถูกลักพาตัวไปและโดนควักลูกตาทั้งสองข้างออก หลังจากนั้นก็ถูกทิ้งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ที่หายตัวไปไกลมากนัก เด็กชายถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ร้องไห้ ปวดทรมาน แสนสาหัสก่อนจะมีคนมาพบและส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือได้ทัน สังคมจีนจำต้องระวังอาชญากรรมรูปแบบนี้ เนื่องจากแก็งค์ค้าอวัยวะเถื่อนมีความเชื่อที่ว่า อวัยวะของเด็กนั้นสามารถทำราคาได้มากกว่าอวัยวะของผู้สูงอายุ อีกทั้งยังมีคุณภาพมากกว่าอีกด้วย (MTHAI, 2556 : ออนไลน์) การกระทำอันโหดร้าย ป่าเถื่อนนี้ สะท้อนให้เห็นปัญหาการขาดแคลนอวัยวะในจีนอย่างเห็นได้ชัด และส่งผลให้ตลาดมืดในการค้าอวัยวะเถื่อนนั้นได้เฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง

สถานการณ์การค้าอวัยวะมนุษย์ที่ประเทศปากีสถาน

            สาเหตุที่ทำให้ประเทศปากีสถานกำลังกลายเป็นตลาดค้าไตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้ เนื่องจากปากีสถานไม่มีกฎหมายห้ามค้าอวัยวะมนุษย์ อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่ประเทศปากีสถานในการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะนั้นมีราคาที่ถูกมาก จึงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนถ่ายอวัยวะจำนวนมาก เดินทางมายังประเทศปากีสถานเพื่อทำการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะของตนโดยไม่ต้องรอคิวนานและไม่ต้องเสียเงินจำนวนมาก โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในประเทศ ได้ทำการรับซื้อไตจากชาวบ้านที่ต้องการเงินเพื่อเลี้ยงปากท้องเพื่อขายให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการเปลี่ยนอวัยวะ ชาวต่างชาตินั้นส่วนใหญ่ได้แก่ชาวซาอุดิอาระเบีย ชาวอังกฤษ และชาวแคนาดา และด้วยประเทศปากีสถานไม่มีกฎหมายห้ามค้าอวัยวะมนุษย์เหมือนเช่นประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินเดีย จึงทำให้ปากีสถานเป็นประเทศที่กำลังกลายเป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเพื่อเปลี่ยนอวัยวะไปโดยปริยาย ไม่เพียงแต่ปากีสถานเท่านั้น อีกประเทศหนึ่งที่มีการซื้อขายอวัยวะไม่แพ้ปากีสถานนั้น คือประเทศบังคลาเทศ ซึ่งก็ไม่มีกฎหมายห้ามค้าอวัยวะเช่นกัน (VOA, 2550 : ออนไลน์)

            ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรคไตแห่งหนึ่งในปากีสถานอ้างว่า การรับซื้อไตจากคนที่มีเจตนาจะขายอวัยวะของตนเองนั้นไม่ใช่การรับซื้อที่ผิดศีลธรรม หากแต่เป็นการช่วยเหลือคนยากไร้ที่ต้องการเงินต่างหาก ในขณะที่ผู้ร่วมวิชาชีพหลายๆท่านกลับไม่ได้เห็นด้วยมากเท่าใดนัก แพทย์อีกฝ่ายหนึ่งกลับมองว่าเป็นการละเมิดศีลธรรมและความสงบเรียบร้อยของสังคม ทั้งยังเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน และเป็นอาชญากรรม หากว่าแพทย์ซึ่งมีจรรยาบรรณได้อธิบายถึงผลเสียของการตัดชิ้นส่วนอวัยวะของคนขายออกไปนั้นได้อย่างถี่ถ้วน เชื่อว่าคงจะไม่มีประชาชนจำนวนมากติดต่อโรงพยาบาลเอกชนเพื่อขายอวัยวะเป็นจำนวนมากขนาดนี้ จะเห็นได้ว่าปัญหาเศรษฐกิจซึ่งได้แก่ความยากจน จะเป็นปัญหาหลักในการตัดสินใจขายอวัยวะตนเองของชาวปากีสถานผู้ยากไร้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านและกรรมกรที่ไร้การศึกษา ชาวบ้านเหล่านี้เกิดความเข้าใจผิดว่าเมื่อขายไตไปแล้วข้างหนึ่ง มันจะสามารถงอกกลับมาใหม่ได้ ประกอบกับชนชั้นแรงงานเหล่านี้ เมื่อเสียไตไปหนึ่งข้างแต่กลับต้องใช้ร่างกายในการทำงานอย่างหนักเหมือนเดิม ทำให้สุขภาพหลังการบริจาคทรุดลงอย่างหนัก ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องเข้ารับการรักษาตัวซึ่งตีเป็นเงินมากกว่าเงินที่ได้มาจากการขายอวัยวะเสียอีก (VOA, 2550 : ออนไลน์)

            ส่วนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนไตใหม่สำหรับชาวปากีสถานเองมีค่าใช้จ่ายประมาณ 9,000 เหรียญสหรัฐในขณะที่ชาวต่างชาติต้องเสียค่าใช้จ่าย 12,000 เหรียญสหรัฐ (VOA, 2550 : ออนไลน์) ซึ่งตีเป็นเงินไทยแล้วเกือบสี่ล้านบาท แต่ก็ถูกกว่าการเปลี่ยนไตในสหรัฐมาก ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไตสูงถึง 262,000 เหรียญ (Chan, 2018 : ออนไลน์) ซึ่งเท่ากับ 8,601,460 บาท ผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนอวัยวะจึงมีปากีสถานเป็นจุดหมายปลายทางอย่างไม่ต้องสงสัย

            ไม่เพียงแต่การค้าอวัยวะในหมู่คนยากจนในปากีสถานจะเป็นปัญหาเพียงเท่านั้น แต่ยังมีอาชญากรรมการลักพาตัวเพื่อขโมยเอาอวัยวะในไปขายอีกด้วย โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2550 ได้มีข่าวเกี่ยวกับการลักพาตัวเพื่อขโมยไตของเหยื่อเพื่อนำไปใช้ปลูกถ่ายอวัยวะ โดยตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาเก้ารายโดยที่สี่คนนั้นเป็นแพทย์ ทางรัฐบาลได้เตรียมออกร่างกฎหมายห้ามค้าอวัยวะแต่กลุ่มที่มีอิทธิพลทางการเมืองก็ได้ขัดขวางเนื่องจากได้ผลประโยชน์ในการลักลอบค้าอวัยวะในตลาดปากีสถานเป็นจำนวนเงินมหาศาล กฎหมายห้ามการค้าอวัยวะในปากีสถานจึงยังไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้ (MGR ONLINE, 2550 : ออนไลน์)

สถานการณ์การค้าอวัยวะมนุษย์ที่ประเทศอียิปต์

หากต้องการปลูกถ่ายอวัยวะในอียิปต์นั้น ตามกฎหมายบัญญัติเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะในประเทศนี้มีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น คือ บริจาคให้สมาชิกในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกันกับของตนและถึงแม้ว่าผู้บริจาคจะเป็นชาวต่างชาติ ก็สามารถกระทำได้เช่นเดียวกันแต่มีข้อแม้ว่าต้องบริจาคให้กับคนสัญชาติเดียวกันเท่านั้น ทางเลือกที่สองคือรับบริจาคอวัยวะจากผู้เสียชีวิตหรือผู้ที่สมองตายไปแล้วซึ่งทางเลือกตามกฎหมายทางนี้เป็นทางที่เหมาะสมและเป็นที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากไม่เสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริจาค แต่ก็ยังไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้ในอียิปต์อย่างแพร่หลายมากนัก ซึ่งการทำให้ถูกต้องตามกฎหมายการบริจาคอวัยวะของผู้เสียชีวิตเป็นไปโดยมีกฎหมายปี 2010 มารองรับ และได้รับการอนุมัติจากสถาบันศาสนาอิสลาม อัลอัซฮาร์อย่างเป็นทางการ

แต่อย่างไรก็ตามอุปสรรคในการรับบริจาคอวัยวะในประเทศอียิปต์ก็ยังมีมาก สืบเนื่องจากวิธีความคิดแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมในการเก็บรักษาอวัยวะของมนุษย์ภายหลังความตาย เนื่องจากชาวอียิปต์โบราณได้ใช้วิธีการทำมัมมี่เพื่อเก็บรักษาร่างกายและอวัยวะ เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าเมื่อวิญญาณกลับมาเกิดใหม่จะสามารถกลับมาเกิดในร่างเก่าของตนได้ จึงต้องรักษาอวัยวะและร่างกายไว้อย่างดี ชาวอียิปต์จำนวนมากที่ยังมีความเชื่อแบบโบราณในเรื่องการทำมัมมี่อยู่ จึงไม่สนับสนุนการบริจาคอวัยวะ

นอกเหนือจากนี้ประเทศอียิปต์ยังมีข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ว่าห้ามมิให้จ่ายเงินค่าอวัยวะเพื่อป้องกันมิให้ชาวอียิปต์ที่ด้อยโอกาสขายอวัยวะของตนให้แก่เศรษฐีที่ต้องการเปลี่ยนอวัยวะ ซึ่งบางส่วนหรือบางเว็บไซต์ยังมีการลักลอบขายอวัยวะเถื่อนให้เห็นอยู่ องค์การอนามัยโลกได้มีรายงานฉบับปีพ.ศ. 2553 ได้ระบุว่าอียิปต์เป็นประเทศศูนย์กลางการค้าอวัยวะที่ใหญ่เป็นหนึ่งในห้าของโลก ดังนั้นจึงไม่ได้มีแค่เพียงความเชื่อเกี่ยวกับการทำมัมมี่เท่านั้นที่เป็นอุปสรรคในการบริจาคอวัยวะหรือค้าอวัยวะมนุษย์ในประเทศอียิปต์ แต่ก็ยังมีปัญหาการค้าอวัยวะเถื่อนที่ยังพบเห็นได้ในตลาดมืดของประเทศนี้ (Ramadan, 2015 : online)

สถานการณ์การค้าอวัยวะมนุษย์ในประเทศไทย

            ส่วนสถานการณ์การค้าอวัยวะมนุษย์ในประเทศไทยนั้น ไม่ได้เป็นที่สนใจแพร่หลายมากนักเนื่องจากคนไม่ค่อยให้ความสนใจและยังไม่มีกฎหมายรองรับการซื้อขายหรือกฎหมายเฉพาะสำหรับการบริจาคอวัยวะ ส่วนใหญ่จะเป็นการถกเถียงทางด้านการแพทย์และจริยธรรมเสียมากกว่า หากแต่ในความเป็นจริงแล้วประเทศไทยถือเป็นตลาดใหม่แห่งการค้าอวัยวะข้ามชาติ เห็นได้จากข่าวการลักลอบค้าไตข้ามแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นที่น่าวิตกว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์พักสินค้าและตลาดมืดแห่งใหม่ของการค้าอวัยวะเถื่อนนี้

            จากกรณีที่หนุ่มกัมพูชาได้เดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อทำการผ่าตัดอวัยวะที่โรงพยาบาลเอกชนใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อขายนำเงินไปใช้ล้างหนี้ให้ครอบครัว ซึ่งการลักลอบเดินทางมาไทยเพื่อขาบอวัยวะของชายผู้นี้ กลายเป็นคดีแรกของการลักลอบค้าอวัยวะของกัมพูชา ซึ่งสุดท้ายแล้วได้มีนายหน้าถูกจับกุมสองราย ทั้งยังก่อความวิตกกังวลให้กับประชาชนกัมพูชาและประชาชนไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งกังวลว่าจะมีเหยื่อรายอื่นๆที่ตรวจไม่พบอีกนับไม่ถ้วน (กรุงเทพธุรกิจ, 2557 : ออนไลน์) จะเห็นได้ว่าปัจจัยหลักในการขายอวัยวะของตนให้กับเศรษฐีผู้ที่ต้องการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่นั้น มาจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการหาเงินเพื่อเลี้ยงปากท้อง อีกทั้งจำนวนเงินที่ได้จากการขายอวัยวะนั้นเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่ได้มาในเวลาอันสั้น แต่ผู้ขายนั้นลืมคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว และแม้ว่าการซื้อขายอวัยวะมนุษย์ในประเทศไทยยังผิดกฎหมายอยู่ แต่ก็ยังพบคนไทยบางส่วนประกาศขายอวัยวะของตนอย่างโจ่งแจ้งตามหน้าเว็บไซต์หรือบล็อกสาธารณะต่างๆ

           

รูปภาพที่ 3

ซึ่งเมื่อได้ทำการค้นคว้าสถานการณ์การซื้อขายอวัยวะในไทยนั้นให้ลึกลงไปพบว่า ได้มีการโต้เถียงกันเรื่องจรรยาบรรณของแพทย์ที่ฝ่ายหนึ่งมีความเห็นความ การบริจาคอวัยวะนั้นทำได้ถ้าสองฝ่ายพึงพอใจ แต่อีกฝ่ายกลับมองว่า การบริจาคอวัยวะเพียงแค่ในนามนั้น แต่เหตุผลที่แท้จริงแล้วทำไปเพื่อเงินนั้น ผิดศีลธรรมอันดีและความสงบเรียบร้อยของสังคม การตีค่าสุขภาพของผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าเป็นเงินเพียงก้อนหนึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง จากข้อมูลพบว่าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯได้มีการออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความทันสมัยและปลอดภัยเกี่ยวกับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะอย่างโจ่งแจ้ง ยิ่งไปกว่านั้นโรงพยาบาลแห่งนี้ยังมีสถิติผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะให้คนไข้มากที่สุดในประเทศอีกด้วย โดยการสืบเสาะหาเจ้าของอวัยวะนั้นไม่ได้สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส หรือมีข้อกฎหมายรองรับใดใด

กฎหมายไทยและการค้าอวัยวะมนุษย์

            สำหรับการพิจารณาในแง่ผลทางกฎหมายในประเด็นการซื้อขายอวัยวะดังกล่าวสามารถแยกพิจารณาเบื้องต้นออกเป็นสองประเด็นคือประเด็นในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กับประเด็นในทางกฎหมายอาญาซึ่งในทางแพ่งและพาณิชย์บุคคลย่อมมีเสรีภาพที่จะทำสัญญาใดใดได้โดยอิสระทั้งนี้เป็นไปตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญารวมถึงสัญญาซื้อขายด้วยแต่จะทำได้เท่าที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลและทำอันดีของประชาชนตามหลักมาตรา 150 ป.พ.พ. ซึ่งการขายอวัยวะนั้นนับเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมทำอันดีของประชาชน อีกทั้งยังเป็นการล่วงละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนอันเป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนมีและไม่อาจให้ใครสามารถลักเอาไปได้ ดังนั้นสัญญาซื้อขายอวัยวะจึงตกเป็นโมฆะ เนื่องจากขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 150 ป.พ.พ. (ศูนย์นิติศาสตร์, 2552 : ออนไลน์)

            นอกจากนี้กระบวนการขั้นตอนให้ได้มาซึ่งอวัยวะสำหรับทำการซื้อขายยังอาจเป็นละเมิดอีกด้วยเนื่องจากการผ่าตัดเอาอวัยวะจากผู้ที่มีชีวิตอยู่เป็นการจงใจกระทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายอาญา ซึ่งข้อกฎหมายดังกล่าวระบุว่า “การทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายและอนามัย” ของผู้ถูกผ่าตัดเอาอวัยวะผู้กระทำการผ่าตัดแยกอวัยวะจากร่างกายคนจึงเป็นผู้กระทำละเมิด และแม้จะเป็นการผ่าตัดใหญ่อวัยวะออกจากศพที่เพิ่งเสียชีวิตศพนั้นก็มีลักษณะเป็นทรัพย์ การผ่าตัดศพจึงเป็นการจงใจทำให้เกิดความเสียหายแก่ศพ เข้าลักษณะทำให้ทรัพย์สินเสียหายและเป็นการละเมิดเช่นเดียวกัน (ศูนย์นิติศาสตร์, 2552 : ออนไลน์)

มาตรการป้องกัน

เมื่อปริมาณความต้องการมีมากกว่าปริมาณอวัยวะ จึงหนีไม่พ้นที่จะเกิดอาชญากรรมจากการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์ ถ้าไม่นับการเต็มใจขาย เต็มใจบริจาค อาชญากรรมเกี่ยวกับการลักลอบค้าอวัยวะมนุษย์นั้นเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ การลักขโมยอวัยวะจากศพ การลักพาตัวเด็กเพื่อตัดอวัยวะ และการลักลอบตัดอวัยวะของผู้โชคร้ายที่เพียงแค่ไปตรวจร่างกายเท่านั้น การกระทำผิดศีลธรรมของแพทย์ผู้ผ่าตัดอันมาจากความโลภ รวมถึงการฆ่าเพื่อให้ได้มาซึ่งอวัยวะ เมื่อมีความต้องการในตลาด กอปรกับจำนวนเงินมหาศาลที่สามารถหาได้จากการขายอวัยวะเถื่อน การกระทำผิดอาญาเกี่ยวกับการซื้อขายอวัยวะมนุษย์จึงเป็นสิ่งล่อตาล่อใจ โดยเฉพาะประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ และควบคุม ป้องกันปัญหาดังกล่าว ปัญหาการซื้อขายอวัยวะมนุษย์นั้นจึงเป็นอาชญากรรมแนวใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม ภาครัฐและเอกชนควรช่วยกันหาทางออกและแก้ปัญหา โดยอาจจะเริ่มจากการปลูกฝังค่านิยมที่ถูก ระบบทุนนิยมไม่ควรถูกให้ความสำคัญมากจนทำให้สังคมกลายเป็น สังคมวัตถุนิยม ควรมีการให้ความรู้ด้านสุขภาพและอนามัยที่ถูกต้องเหมาะสม ประชาชนทุกคนควรทราบถึงข้อเสียของการขายอวัยวะของตนเอง ข้อเสียในระยะยาวด้านสุขภาพ และการถูกล่อลวงจากมิจฉาชีพค้าอวัยวะในรูปแบบต่างๆ การออกกฎหมายคุ้มครองหรือกฎหมายควบคุมการซื้อขายอวัยวะโดยเฉพาะ และมาตรการการลงโทษควรกำหนดให้มีความรุนแรง ให้คนเกิดความเกรงกลัวและไม่กล้าที่จะกระทำผิด

บทสรุป

            การลักลอบซื้อขายอวัยวะมนุษย์นั้น ถือเป็นอาชญากรรมที่เกิดขึ้นใหม่ในโลกที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง ปัญหาเศรษฐกิจยังคงเป็นปัญหาหลักในการก่อให้เกิดอาชญากรรม ระบบทุนนิยม (Capitalism) ได้สร้างความเสียหายให้กับสังคมโดยที่มนุษย์นั้นไม่รู้ตัวเลย โลกแห่งวัตถุนิยมและเทคโนโลยี ได้เข้ามาแทนที่วัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีงาม อำนาจของเงินเป็นแรงจูงใจ และแรงผลักดันมหาศาลให้คนจำนวนมากเข้าสู่วงจรอาชญากรรม ทั้งที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปควรมีการตระหนักถึงปัญหาอาชญากรรมเหล่านี้ สถาบันการศึกษาควรให้ความรู้เพื่อให้รู้เท่าทันอาชญากรรมรูปแบบใหม่ๆที่มีมาอย่างไม่ขาดสาย การปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีมีความสำคัญอย่างยิ่ง การมีจุดมุ่งหมายร่วมกันในสังคม จะสามารถผลักดันให้ประเทศมีความก้าวหน้า ความสามารถที่ได้มาจากการเรียนรู้นั้นย่อมมีคุณค่ากว่าอำนาจของเงิน การปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจการใช้ชีวิต และก้าวทันโลกาภิวัตน์จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการต่อกรกับภยันตรายต่างๆในโลกปัจจุบัน

อ้างอิง

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. นโยบายยุทธศาสตร์และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์. (ออนไลน์). 2554-2559. แหล่งที่มา: http://un-act.org/wp-content/uploads/2015/11/National-Policy-Strategies-and-Measures-to-Prevent-and-Suppress-Trafficking-in-Persons-2011%E2%80%93-2016-TH.pdf( 3 พฤศจิกายน 2561)

กระทรวงแรงงาน. ปัญหาการค้ามนุษย์. (ออนไลน์). ม.ป.ป.แหล่งที่มา: http://www.mol.go.th/content/human_trafficking ( 3 พฤศจิกายน 2661 )

กรุงเทพธุรกิจ.ไทยจ่อตลาดใหม่ค้าอวัยวะข้ามชาติ.(ออนไลน์).2557. แหล่งที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/613692 ( 5 พฤศจิกายน 2561

ศูนย์นิติศาสตร์. การซื้อขายอวัยวะ.(ออนไลน์) 2552. แหล่งที่มา: http://www.tulawcenter.org/?q=law-clinic/content/54( 3 พฤศจิกายน 2561)

ดารณี. การค้ามนุษย์. (ออนไลน์). 2555.   แหล่งที่มา:http://daranee-ruangjan.blogspot.com/2012/01/blog-post.html ( 3 พฤศจิกายน 2561 )

เดลินิวส์.สุดแร้นแค้นขายไตทั้งหมู่บ้าน.(ออนไลน์).2558. แหล่งที่มา: https://www.dailynews.co.th/article/338189

( 5 พฤศจิกายน 2561 )

ตติกานต์ เดชชพงศ.เบื้องหลังไตและไอโฟน.(ออนไลน์).2555. แหล่งที่มา: https://www.thairath.co.th/content/251767 ( 5 พฤศจิกายน 2561 )

ไทยรัฐ. ย้ำไทยห้ามซื้อขายอวัยวะมนุษย์. (ออนไลน์). 2557. แหล่งที่มา:https://www.thairath.co.th/content/464811( 3 พฤศจิกายน 2561 )

สุมนมาลย์ สิงหะ.เทคโนโลยีการแพทย์: เครือข่ายวงแหวนของการค้าอวัยวะ(1).(ออนไลน์).2558.

แหล่งที่มา: https://prachatai.com/journal/2015/09/61246 ( 5 พฤศจิกายน 2561 )

Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ.แฉขายอวัยวะเถื่อนชั่วโมงละชิ้น.(ออนไลน์).2555.

แหล่งที่มา: https://www.hfocus.org/content/2012/05/397( 5 พฤศจิกายน 2561 )

Dek-d. ขายไต.(ออนไลน์).2552. แหล่งที่มา: http://Dek-D.com ( 5 พฤศจิกายน 2561 )

GotoKnow.ทัวร์ขายไต ข้างละเท่าไร.(ออนไลน์).2550. แหล่งที่มา: https://www.gotoknow.org/posts/89325 ( 5 พฤศจิกายน 2561 )

MGR ONLINE. ธุรกิจค้าอวัยวะเฟื่องฟูในทั่วโลก ต่อชีวิตคนรวย คนจนเสี่ยงตาย. (ออนไลน์). 2550. แหล่งที่มา: https://mgronline.com/around/detail/9500000094594 ( 3 พฤศจิกายน 2561 )

MRG ONLINE.สุดโหดแก๊งค้าอวัยวะลักพาตัวเด็ก 6 ขวบไปควักลูกตา.(ออนไลน์).2556.

แหล่งที่มา: https://mgronline.com/china/detail/9560000107830 ( 5 พฤศจิกายน 2561 )

MGR ONLINE.วัยรุ่นขายไตแลกไอโฟนสุขภาพทรุดฟ้องศาลเรียกค่าชดใช้.(ออนไลน์).2555.

แหล่งที่มา: https://mgronline.com/china/detail/9550000098874 ( 5 พฤศจิกายน 2561 )

MTHAI. ราคาขายอวัยวะตัวเราในตลาดมืด.(ออนไลน์). 2561. แหล่งที่มา: https://men.mthai.com/men-around/161306.html ( 3 พฤศจิกายน 2561 )

MTHAI.ตีแผ่ตลาดมืดขายอวัยวะเถื่อนในจีนยิ่งอายุน้อยราคายิ่งดี.(ออนไลน์).2556. แหล่งที่มา:https://news.mthai.com/webmaster-talk/266561.html ( 5 พฤศจิกายน 2561 )

The MATTER.อย่าทิ้งภาระชีวิตไว้ที่”ไต”การแพทย์ยุคใหม่ทำให้การเปลี่ยนไตไม่ใช่เรื่องน่ากลัว.(ออนไลน์).2561. แหล่งที่มา: https://thematter.co/sponsor/praram9-hospital/52111 ( 5 พฤศจิกายน 2561 )

VOA. ปากีสถานประเทศที่ถูกขนานนามว่าเป็นตลาดค้าไตมนุษย์.(ออนไลน์).2550. แหล่งที่มา:https://www.voathai.com/a/a-47-2007-06-30-voa1-90635509/920927.html

Chan ,C. Here’s how much body parts cost on the black market.(online).2012. Available from: https://gizmodo.com/5904129/heres-how-much-body-parts-cost-on-the-black-market (2018 November 5 )

Creoghton, J. How much is your body worth ?. (Online).2015 . Available from: http://futurism.com/much-body-worth-infograph ( 2018 November 3 )

European Parliament. Directorate-general for external policies policy department trafficking in human organs.(online). 2015.Available from: http://www.europarl.europa.eu/RegData/etudes/STUD/2015/549055/EXPO_STU%282015%29549055_EN.pdf( 2018 November 3 )

Ramadan, N. The moral dilemma of organ donation in Egypt.(online). 2015.

Available from: https://www.alaraby.co.uk/english/features/2015/7/17/the-moral-dilemma-of-organ-donation-in-egypt( 2018 November 5 )

หมายเลขบันทึก: 658941เขียนเมื่อ 25 ธันวาคม 2018 21:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 ธันวาคม 2018 21:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี