ชีวิตที่พอเพียง 2331a. ใจเหนือวัตถุ : สมองวิเศษ

“ความจริงเป็นมายา” (reality is illusion) หรือเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง จากการรับรู้ของเรา ไม่ใช่ความจริงแท้

หนังสือ Super Brains : Unleashing the Explosive Power of Your Mind to MaximizeHealth, Happiness and Spiritual Well-Being (2013) (1)  เขียนโดย Rudolph E. Tanzi ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์เกี่ยวกับความชรา    และ Deepak Chopra แพทย์สาขาอายุรศาสตร์และโรคต่อมไร้ท่อและเป็นอาจารย์ที่ Kellogg School of Management    บอกว่า สมองมีความสามารถเจริญงอกงามได้มากกว่าที่เราคิด    โดยมีเคล็ดลับง่ายๆ ในการกระตุ้นสมอง

สิ่งที่เขาแนะนำอันดับหนึ่งคือการปฏิบัติสมาธิภาวนา    ทำเป็นประจำช่วยสร้างสมองที่มีพลังวิเศษ    

สมองวิเศษเป็นธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในมนุษย์    ใครปลดปล่อยพลังนี้ออกมาได้ก็จะมีชีวิตที่ดี

ความลับซ่อนอยู่ในกลไกการทำงานของสมอง    ที่เรามีความรู้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว     ความรู้สำคัญคือ ใจกับกายทำงานร่วมกันกระตุ้นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน    ในลักษณะของfeedbackloop    การฝึกจิตระดับสูงช่วยให้จิตควบคุมกายได้มากกว่าที่เราคิด  เขาบอกว่าพระทิเบตที่มีกระแสจิตแก่กล้าสามารถบริกรรมส่งกระแสจิตไปบังคับร่างกายให้ควบคุมอุณหภูมิกายให้อยู่ในระดับปกติในท่ามกลางอากาศเย็นอุณหภูมิใต้จุดเยือกแข็งได้        

คนเป็น stroke ที่มีอาการอัมพาตสามารถฝึกสมองให้ส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังอวัยวะส่วนที่เป็นอัมพาตซ้ำๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า     จะเกิดการกระตุ้นการฟื้นตัวของสมองส่วนที่เสียให้กลับคืนดีได้    วิธีทำก็ง่ายๆ เช่นอัมพาตที่แขน ให้ยกแก้วน้ำหรือสิ่งของซ้ำๆ   หรือเขียนคำคำเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า     

เคล็ดลับคือตั้งเป้าหมายให้สูง    สมองจะถูกกระตุ้นสู่สมองวิเศษ

สมองมีการเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงตลอดชีวิต    มีคนวิจัยพบว่าแต่ละวันเซลล์สมองของมนุษย์ตายไป ๘๕,๐๐๐ เซลล์   และมีการสร้างขึ้นใหม่ทดแทน    มีคนวิจัยเปรียบเทียบจำนวนเซลล์สมองในคนอายุ๒๐ กับ ๗๐ ปี    ผลคือมีจำนวนเท่า ๆ กัน   

มีคนศึกษาสมองของนก Zebra finch  พบว่าในช่วงสืบพันธุ์สมองนกเพิ่มจำนวนเซลล์ขึ้นมาก    ควบคู่กับการฝึกร้องเพลงใหม่ๆสำหรับใช้หาคู่   

การออกกำลังกาย ช่วยการเพิ่มพัฒนาการของสมอง    เมื่อมีความท้าทายต่อสมอง เช่นการเรียนภาษาใหม่  การทำโจทย์คณิตศาสตร์สมองจะพัฒนาเพิ่มขึ้น   

เพื่อพัฒนาสมองวิเศษจงเปิดใจรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว    เขาแนะนำให้ดูเด็กทารกเป็นตัวอย่าง    มีบางคนแนะนำว่าให้เอาอย่างเด็กอนุบาล    เรื่องนี้ปัญหาอยู่ที่ตัวเราเองที่มักปิดกั้นตนเอง   

กินให้น้อยหรือกินอย่างมีสติ อย่าตามใจปาก  เป็นการฝึกสมองไปในตัว   

ฝึกปัญญาญาณ (intuition)   ช่วยให้มีลางสังหรณ์รู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้   ผมแปลกใจมากที่ประเด็นนี้เขียนโดยนักวิทยาศาสตร์สมอง    โดยเขายกตัวอย่างการทดลองด้วย    ปัญญาญาณเป็นเรื่องของการใช้สมองแบบฉับพลันทันใดไม่คิด   ในหลายกรณีสมองทำงานดีกว่าสมองคิด

อย่าทำงานเพื่อเงินหรือชื่อเสียง  ให้ทำงานด้วยใจรัก   ทำเพราะมีความสุข ความพึงพอใจ    จะนำไปสู่ชีวิตที่มีความสุข และสมองดี

การปฏิบัติสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยให้จิตสงบและสมองดีเท่านั้น   ยังช่วยให้ร่างกายเป็นหนุ่มเป็นสาว (rejuvenate)    หรือช่วยให้อายุยืนด้วย    มีหลักฐานทางชีววิทยาว่าการทำสมาธิช่วยเพิ่มเอ็นไซม์ telomerase  และทำให้เมื่ออายุมากขึ้น การหดสั้นของ telomere ช้าลง

นอกจากนั้นการทำเพื่อผู้อื่น การเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม (altruism)ช่วยให้คนเรามีสุขภาวะ   แม้เพียงได้รับรู้เรื่องราวของการเสียสละเพื่อผู้อื่นก็มีผลบำรุงสมอง   ระบบการศึกษาจึงควรจัดให้นักเรียนนักศึกษาได้ทำกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคม    มีผลการวิจัยระระยาว ๕๐ ปียืนยันในนักเรียนระดับมัธยม ๑๐,๐๐๐ คน   พบว่าคนที่ทำกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสังคมเป็นประจำมีชีวิตที่ดีกว่าและอายุยืนกว่า

“ความจริงเป็นมายา” (reality is illusion)    หรือเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเองจากการรับรู้ของเรา     ไม่ใช่ความจริงแท้    คนอื่นหรือสัตว์อื่น อาจเข้าใจสิ่งเดียวกันหรือเหตุการณ์เดียวกัน คนละแบบ    นี่คือมหัศจรรย์ของสมอง            

วิจารณ์ พานิช

๑๙ ธ.ค. ๖๑  



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)