คำนาม


คำนาม

          สวัสดีค่ะ  วันนี้ครูสรเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่กันอีกเช่นเคย  วันนี้จะมาคุยแลกเปลี่ยนความรู้วิชาภาษาไทยกันในเรื่องคำนาม  ทุกคนคงรู้จักคำนามกันเป็นอย่างดี  เพราะคำนามคือ คำที่ใช้เป็นชื่อของคน  สัตว์  สิ่งของ  สถานที่   รวมทั้งอากัปกริยาต่าง ๆ  ก็เป็นคำนามได้เช่นเดียวกันค่ะ สงสัยกันแล้วใช่ไหมค่ะว่าเป็นไปได้อย่างไร ตามครูสรไปดูกันต่อเลยค่ะ

               การนำคำนามมาใช้ จะต้องใช้ให้ถูกต้องและคำนึงถึงความหมายด้วยนะค่ะ   การใช้ภาษาไทยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะอาจมีความหมายแฝงอยู่ ซึ่งมีทั้งคำสุภาพและไม่สุภาพ ถ้านำภาษาไปใช้โดยไม่ได้ดูให้ดี  จะเป็นการแสดงความไม่สุภาพออกไปโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจได้  และที่สำคัญควรใช้คำนามให้ถูกต้องตามฐานะของบุคคลด้วย  เช่น พระมหากษัตริย์  พระสงฆ์  เจ้านาย 

ชนิดของคำนาม
              คำนามที่เราเห็นทั่วไป  ไม่ใช่มีเพียงชนิดเดียว  แต่แบ่งออกเป็น 5 ชนิด  ดังนี้

1. สามานยนาม  

             เป็นคำนามทั่ว ๆ ไป  ที่ใช้เรียกชื่อคน  สัตว์  สิ่งของ  สถานที่   รวมทั้งกริยาอาการต่าง  ๆ  ที่แสดงออกมาให้เห็น   เช่น      การบ้าน  การเรือน  การคลัง  การช่าง  การไฟฟ้า    รถยนต์   ช้าง  ม้า  ลิง   เด็ก   นักเรียน
ตัวอย่าง            

           นักเรียนทำการบ้านที่โรงเรียน             ช้างชอบกินอ้อย          ดินสอวางอยู่บนโต๊ะ
          เด็กดื่มนมแพะ      
            

2. วิสามานยนาม
            เป็นคำนามที่ใช้เรียกเฉพาะเจาะจง   เป็นชื่อเฉพาะก็ได้ 
ตัวอย่าง
            พระธาตุดอยตุงงดงามมาก  
            พระอภัยมณีเป็นบทประพันธ์ที่ดี
            สุนทรภู่เป็นกวีเอกที่มีชื่อเสียง  
            สุดาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ

            มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่ใกล้แม่น้ำ

3.ลักษณนาม

           เป็นคำนามที่ใช้แสดงรูปลักษณะของนามนั้น ๆ เช่น ขนาด ปริมาณ 

ตัวอย่างเช่น  คน 2 คน   นก 2 ตัว   ช้าง 1 โขลง    ทหาร 1 เหล่า    เครื่องบิน  1 ลำ   พระสงฆ์  5 รูป    เจดีย์  1 องค์    บ้าน  1 หลัง   เป็นต้น

4. สมุหนาม
           สมุหนาม เป็นคำนามที่แสดงหมวดหมู่ของสามานยนาม หรือ วิสามานยนาม   สมุหนามจะทำหน้าที่เป็นประธาน กรรม หรือส่วนขยายของประโยคของสามานยนาม หรือวิสามานยนามนั้น ๆ  แต่ถ้ายังมีความหมายแสดงถึงลักษณะนาม  ยังไม่นับว่าเป็นสมุหนามค่ะ  จึงต้องสังเกตให้ถี่ถ้วนก่อนนำไปใช้นะค่ะ

ตัวอย่าง 

              ประโยคที่ 1    ฝูงแกะเดินออกไปกินหญ้า       คำว่า “ฝูง”     เป็นสมุหนาม  ไม่ใช่ลักษณะนาม
              ประโยคที่ 2    แกะหนึ่งฝูง  เดินออกไปกินหญ้า   คำว่า “ฝูง”  ไม่เป็นสมุหนาม  แต่เป็นลักษณะนาม

5. อาการนาม
         คำที่แสดงอาการกระทำ มักประสมด้วยคำว่า “การ”  และ “ความ” ในคำกริยา และคำวิเศษณ์   ครูสรให้ทุกคนจำให้ฝังใจเลยนะค่ะว่า   “การ” และ “ความ”  จะนำหน้าเฉพาะคำ กริยา และ คำวิเศษณ์ เท่านั้น  จึงจะเป็นอาการนาม  ถ้านำหน้าคำอื่น นอกจากคำกริยาและคำวิเศษณ์  จะไม่เป็นอาการนามอย่างแน่นอน  แต่จะเป็น     สามานยนามแทน   คำที่เป็นอาการนาม จะแสดงออกไปทางจิตใจ  หรือมีลักษณะเป็นนามธรรม   คำที่เป็นอาการนาม    เช่น     การพูด  การอ่าน  การเขียน  การเรียน  การสอน  การนั่ง  การยืน การฟัง  การเกิด   การดับ  การหัวเราะ   ความสวย  ความงาม  ความดี ความชั่ว  ความเลว  ความเจ็บ  ความป่วย  ความตาย  ความรัก  ความเกลียด  ความฝัน  ความเสื่อม ความเจริญ  ความหวัง 

ตัวอย่าง

            ความรักทำให้คนตาบอด     ความสวยอยู่คู่กับผู้หญิง    การนอนเป็นการพักผ่อนที่ดี    ความรู้คือปัญญา

ความเกิดความตายเป็นเรื่องของสัตว์โลก   การออกเสียงเป็นมติเอกฉันท์                

        การใช้คำนามในภาษาไทยนั้น  นอกจากต้องใช้ให้เหมาะกับกาลเทศะ และฐานะของบุคคล  แล้ว  สิ่งที่ครูสรขอย้ำอีกครั้งก็คือ  ภาษาไทยมีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน  บางคำมีความหมายแฝง การเขียนก็มีทั้งแบบเป็นทางการ  กึ่งทางการ และไม่เป็นทางการ  ซึ่งในโอกาสต่อไปครูสรจะมาเล่าถึงรายละเอียดของเรื่องนี้กันอีกครั้งหนึ่ง   แต่ในวันนี้ให้ทุกคนใช้คำนามกันให้ถูกต้องและเหมาะสมกันก่อนค่ะ

คำสำคัญ (Tags): #คำนาม#ภาษาไทย
หมายเลขบันทึก: 658129เขียนเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2018 10:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2018 10:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

แวะมาทบทวนความรู้…

ขอบพระคุณครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี