รีวิว Trick 'r Treat (2007) : กระตุกขวัญวันปล่อยผี

รีวิว Trick 'r Treat (2007) : กระตุกขวัญวันปล่อยผี ในช่วงเทศกาลวันฮาโลวีน ของทุกปีไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์หรือรายการทางโทรทัศน์ก็มักจะสรรหาหนังผีแนวสยองขวัญออกมาฉายเป็น Package ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ แต่สำหรับผมแล้ว Trick 'r Treat ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ ไม่มีบรรยากาศเรื่องเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับเทศกาลวันฮาโลวีน เหมาะแก่การเลือกชมครับ

ในช่วงเทศกาลวันฮาโลวีนชาวตะวันตกนิยมแต่งกายเป็นผีแล้วเดินออกไปตามถนน มีการจัดงานรื่นเริง เดินพาเหรดและเฉลิมฉลองกัน ที่หน้าบ้านของแต่ละหลังจะมีการประดับประดาด้วยสิ่งของดูแล้วชวนสยองขวัญเช่นผีปลอม โครงกระดูก หลุมศพ หรือตามแต่จะตกแต่ง แต่ที่จะขาดไม่ได้คือหัวฟักทองแกะสลักเป็นหน้าผีที่จุดตะเกียงไว้ภายใน ก่อนจะเล่าเรื่องราวของค่ำคืนในเทศกาลวันฮาโลวีน และเล่าถึงการละเล่น Trick 'r Treat ขอเล่าถึงหนังก่อนครับ

Trick 'r Treat เล่าเรื่องค่ำคือวันฮาโลวีนที่ท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คนและบรรดาเด็กที่แต่งกายชุดผี เดินไปเคาะประตูบ้าน และเล่น Trick 'r Treat หนังเล่าเรื่องราว 4 เรื่องในค่ำคืนนี้ ซึ่ง 4 เรื่องนี้มีความสัมพันธ์กันแบบหลวมๆ เรียงเรื่องดังนี้ครับ

เรื่องที่ 1 ในคืนวันฮาโลวีน หนุ่มสาวคู่รัก เอมม่า และเฮนรี่ เดินกลับเข้าบ้านในชุดแฟนซี ถึงแม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินเล่น แต่เอมม่าก็อยากจะเก็บประดับหน้าบ้านให้หมดเสียก่อนเพราะในรุ่งเช้าแม่ของเธอจะมา เธอจะดับไฟตะเกียงหัวฟักทอง (jack-o'-lantern) แต่แฟนของเธอถ้าค้านไว้ว่าถ้าดับแล้วจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น แต่เธอก็ไม่เชื่อ เธอดับตะเกียงนั้น แต่ในระหว่างที่เธอเก็บของอยู่หน้าบ้านนั้นก็เกิดเรื่องสยองขวัญขึ้นกับเธอ

เรื่องนี้มีขนาดสั้น เป็นตอนเปิดเรื่องของหนัง เป็นการบอกพวกเราว่า ความเชื่อของผู้คนในยุคเก่าก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายหรือเหลวไหลเสมอไป การทำตามประเพณีนิยม อาจเป็นเรื่องที่ดีถึงแม้จะดูงมงายกับคนสมัยใหม่ก็ตาม ในสังคมบางแห่งการไม่ทำตามประเพณีนิยม ถือเป็นเรื่องผิดในความคิดสำหรับคนบางคน ดังนั้นเมื่อทำผิดประเพณีนิยมจึงอาจได้รับการลงโทษ ซึ่งหนังเรื่องนี้ต้องการจะอธิบายสิ่งนี้เป็นสำคัญ ส่วนด้านความสยองขวัญความน่ากลัวนั้นยังถือว่ายังธรรมดาเกินไป ยังไม่เข้าข่ายหนังสยองขวัญชั้นดี ฉากทำร้ายก็ไม่ทำให้เห็นชัดมากนัก เข้าใจว่าต้องการจะเปิดเรื่องแบบไม่สยองขวัญจนเกินไป

เรื่องที่ 2 กล่าวถึงชายคนหนึ่งนำขนมไว้หน้าบ้าน แล้วเขียนกำกับไว้ว่า เมื่อมีเด็กมาเล่น Trick 'r Treat ก็สามารถอยู่ขนนนั้นไปได้คนละ 1 ชิ้น แต่เด็กชายร่างอ้วนคนหนึ่งไม่ทำตามกฎหยิบไปทั้งหมด ชายเจ้าของบ้านกลับมา จึงนั่งพูดคุยกับเด็กคนนั้นและให้ขนมกับเด็กคนนั้นกิน เด็กเกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรงจนถึงกับเสียชีวิต ชายเจ้าของบ้านจึงนำร่างเด็กอ้วนไปฝังไว้หลังบ้าน ระหว่างฝังเขาต้องเจอกับปัญหาเพื่อนข้างบ้านและ ปัญหากับลูกชายของตัวเองที่ชอบขัดจังหวะโดยต้องการให้เขาสอนแกะสลักฟักทอง เมื่อเขาฝังศพเสร็จก็พาลูกชายลงไปห้องใต้ถุนบ้านพร้อมกับมีดเล่ม 1 และในห้องใต้ถุนบ้านนี้เองมีความสืบสยองเกิดขึ้น

เรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องที่ทำให้ดูแล้วเกิดคำถามว่าที่มาที่ไปของเรื่องคืออะไร เหตุใดเจ้าของบ้านเหตุใดจึงต้องฆ่าเด็ก หนังไม่ได้อธิบายถึงปมปัญหาชีวิตต่าง ๆ หรือปัญหาทางจิตของตัวละครเลย ดังนั้นความสมเหตุสมผลและน้ำหนักในเรื่องนี้จึงดูอ่อนบางเกินไป ถ้าหากวิเคราะห์ให้ดีแล้วหนังเรื่องนี้ได้บอกกับเราว่าในค่ำคืนวันฮาโลวีนนั้นแม้ว่าบรรยากาศโดยทั่วไปจะดูเป็นมิตรเด็กสามารถเดินเคาะตามประตูบ้านได้ แต่แท้จริงแล้วกับแฝงไว้ด้วยความอันตราย หากผู้ปกครองไม่ดูแลเด็กให้ดีปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นไปตามใจ เด็กอาจเป็นอันตรายได้ หรือหากรับขนมผู้อื่นมากินโดยที่เราไม่รู้จักเขา เด็กอาจได้รับอันตรายจากขนมที่กินได้เช่นกัน ความสยองขวัญในช่วงท้ายเรื่องนับว่าทำได้ดี

เรื่องที่ 3 ในขณะที่เด็กหลายคนเล่น Trick 'r Treat ในชุมชน แต่มีเด็ก 5 คนเลือกจะออกมาเล่นที่เหมืองร้างแห่งหนึ่งที่มีเรื่องเล่าว่า มีรถนักเรียนคันหนึ่งบรรทุกนักเรียนมาเต็มคันรถในช่วงวันฮาโลวีน คนขับรถได้รับการว่าจ้างจากผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้นให้ขับรถให้จมลงไปในน้ำที่เหมือง ทุกวันหลังจากนั้น วิญญาณของเด็กทั้งหมดก็ยังไม่ไปผุดไปเกิดยังคนหลอกหลอนผู้คนที่ผ่านไปยังบริเวณนั้น เด็กทั้ง 5 คนจึงเลือกที่จะมาพิสูจน์ ล่าท้าผีในเมืองร้างแห่งนี้ และแล้วเรื่องสยองขวัญก็เกิดขึ้นกับพวกเขา

นับว่าเป็นตอนที่มีบรรยากาศหลอนที่สุดของหนัง ให้ความหวาดกลัว ความไม่ไว้วางใจ และความวังเวง เป็นการนำเรื่องเล่ามาใช้เสริมทำให้หนังผีมีความน่ากลัวมากขึ้น อีกทั้งยังแฝงไว้ถึงจิตไม่ปกติของเด็กคนหนึ่งด้วย

เรื่องที่ 4 กล่าวถึงหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง แต่งตัวด้วยชุดวาบหวิวนัดกันออกไปเดินเล่นในค่ำคืนฮาโลวีน หญิงสาวแต่ละคนพยายามจับผู้ชายมาเพื่อมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในค่ำคืนนี้ มีหญิงสาวคนหนึ่งดูเหมือนจะเป็นคนเรียบร้อยขี้อายและไม่ได้แต่งตัววาบหวิวเหมือนคนอื่น แต่เธอก็ต้องการพิสูจน์ให้เพื่อนเห็นว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ได้เป็นหญิงทึนทึกอย่างที่ทุกคนคิด ในค่ำนี้ค่ำคืนนี้เธอได้ทำเรื่องสยองขวัญที่สุดครั้งแรกของชีวิตเธอ

นับเป็นตอนที่แปลกประหลาดที่สุด เป็นการกล่าวถึงอมนุษย์กรือที่เรียกว่าหมาป่า เรียกได้ว่าเป็นตอนหนึ่งที่เป็นจุดบอดของภาพยนตร์ชุดนี้เลยก็ว่าได้โดยเฉพาะในด้านเทคนิคพิเศษ ลที่ทำออกมาราวหนังเกรดบี หรือหนังทุนต่ำ ทั้ง ๆ ที่เจ้าของหนังคือค่าย Warner Bros. ดูแล้วจึงหงุดหงิดสายตา เรื่องความสยองขวัญหรือความน่ากลัวนั้น ก็ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรมากมาย มีฉากวาบหวิวเล็กน้อย ช่วยให้ตาสว่างขึ้นมาได้บ้าง

เรื่องที่ 5 ชายแก่ผู้ไม่มีความเชื่อหรือความสนุกในเทศกาลฮาโลวีนหลงเหลืออยู่เลย เขาอาศัยอยู่เพียงตัวคนเดียวและหมา 1 ตัว ดูเป็นคนแก่ขี้หงุดหงิดน่ารำคาญ คืนวันนี้เขาเปิดประตูบ้านออกมาพบกับหัวฟักทองอยู่เต็มหน้าบ้าน เขาตกใจมาก เมื่อเขากลับเข้าไปในบ้านก็พบเจอกับ jack-o'-lantern คือร่างของเด็กชายที่มีหัวเป็นฟักทอง แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้ใช้หัวฟักทองอย่างชัดเจน ใช้กระสอบคลุมหน้าของเด็กแทน ชายแก่ต้องเผชิญหน้ากับผีร้าย ที่มีความโหดเหี้ยมทารุณเขาจะสู้กับมันได้หรือไม่

ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นตอนที่สนุกและตื่นเต้นเร้าใจที่สุดของหนัง มีฉากการต่อสู้ระหว่างชายแก่กับ jack-o'-lantern หนังเรื่องนี้จะเป็นการบอกเราว่า อย่าหันหลังให้กับประเพณีรำปรา หากไม่เชื่อจะต้องเจอดี

หนังเรื่อง Trick 'R Treat ได้จับประเด็นค่ำคืนของวันฮาโลวีนเกี่ยวกับการละเล่น Trick 'R Treat มาเชื่อมโยงได้อย่างชาฉลาด แม้จะเป็นเรื่องย่อย 4 เรื่องในหนังเรื่องเดียวแต่ผู้กำกับและคนเขียนบทก็สามารถเชื่อมโยง 4 เรื่องย่อยนี้เอาไว้ด้วยกันแบบเนียน ๆ นับว่าเป็นการควบคุมหนังไม่ให้หลุด theme อีกทั้งไม่ได้เล่าเรื่องแบบเรียงลำดับ จึงทำให้คนดูรู้สึกสนุกและอยากติดตามให้จบ เมื่อดูจบแล้วก็สามารถเชื่อมโยงเรื่องทั้ง 4 เอาไว้เข้าด้วยกันได้ นับว่าเป็นหนังผีสยองขวัญเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ แม้ความน่ากลัวของผีนั้นจะมีไม่มากนักแต่วิธีการเล่าเรื่องที่กล่าวมานั้นก็ทำให้หนังเรื่องหนังเรื่อง Trick 'R Treat เหมาะที่จะถูกนำมาดูในช่วงเทศกาลฮาโลวีนได้อย่างดี

จุดดีที่สุดของหนังเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องผีแต่เป็นเรื่องประเด็นเกี่ยวกับการละเล่นประเพณีในเทศกาลฮาโลวีน เป็นการบอกผู้คนในยุคปัจจุบันว่าประเพณีดังกล่าวแม้ดูจะเป็นเรื่องเหลวไหลแต่ก็แฝงไว้ด้วยคติที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคม ผู้คนในสังคมในชุมชนจะใช้เทศกาลดังกล่าวทำความรู้จักกัน ทักทายกันอย่างเป็นมิตร สังเกตได้ว่าเด็กที่เล่น Trick 'r Treat จะรู้จักชื่อเจ้าของบ้านทุกหลัง เจ้าของบ้านทุกหลังมีความเต็มใจที่จะเล่น ทุกบ้านที่ต้อนรับเด็กจะประดับไปด้วยหัวฟักทองจุดไฟด้านใน ซึ่งแสดงความเต็มใจที่จะเล่น Trick 'R Treat กับเด็ก และในหนัง เรื่องราวเลวร้ายมักเกิดขึ้นกับคนที่ไม่มีความเชื่อเรื่องวันฮาโลวีน หรือหลงลืมหัวใจสำคัญของวันฮาโลวีน

ดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงเป็นการอธิบายว่าประเพณีไม่ใช่เรื่องงมงายหรือไร้สาระแต่เป็นเครื่องหล่อหลอมทางสังคม ให้ผู้คนในสังคมมีปฏิสัมพันธ์อันดีต่อกัน รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันนั่นเอง

Trick 'R Treat เป็นประเพณีหรือการละเล่นอย่างหนึ่งในช่วงเทศกาลวันฮาโลวีน คืนวันที่ 31 ตุลาคม ในชุมชนจะมีการประดับประดาแสงไฟ การตกแต่งบ้านให้มีบรรยากาศเหมือนบ้านผีสิง มีการสลักฟักทองให้เป็นรูปหน้าผีภายในทำเป็นโคมไฟ เรียกว่า jack-o'-lantern จะเป็นค่ำคืนที่สนุกสนานของเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก เด็ก ๆ จะแต่งกายเป็นผี นอกจากจะได้เที่ยวงานเฉลิมฉลองตอนกลางคืนแล้ว พวกเด็กจะเดินเคาะตามประตูบ้าน ที่มีโคมไฟฟักทองประดับแล้วถามว่า "Trick or treat?" เจ้าของบ้านจะตอบ treat แล้วมอบขนมหวานให้เด็ก แต่หากเจ้าบ้านตอบ trick เด็กก็จะทำการหลอกผีให้กับเจ้าบ้าน เจ้าบ้านจะแสร้งทำว่ากลัวแล้วก็มอบขนมให้กับเด็กในที่สุด นับเป็นการสร้างความสุขและความรื่นเริงให้แก่กันและกันในค่ำคืนวันปล่อยผี

ตัวละครสำคัญของเรื่องคือ jack-o'-lantern หลายคนอาจเรียกสั้นๆว่า jack

ตำนานปรัมปราของชาวไอร์แลนด์ เล่าว่า ชายชาวนาชื่อ แจ็ค ในสมัยนั้น ปีศาจตนหนึ่งออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้าน ตระเวนขอพืชผลจากชาวบ้าน หากมีบ้านไหนไม่ยอมก็จะต้องหลอกหลอนซาตาน

แต่แจ็คกลับเป็นคนหนึ่งที่ไม่เกรงกลัวปีศาจเลย ไม่เคยให้พืชผลกับปีศาจ ปีศาจจึงหาทางเข้ามาหลอกหลอนแจ๊ค

วันหนึ่งปีศาจมาหลอกแจ๊ค แต่แจ๊คกลับหลอกให้ปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้ โดยที่แจ๊คเขียนกากบาทไว้ที่โคนต้น ทำให้ปีศาจลงมาไม่ได้ เขาทำการตกลงกับปีศาจว่าห้ามมาหลอกเขาอีก และเมื่อเขาตายห้ามเอาเขาลงนรก ปีศาจตกลง เขาจึงปล่อยปีศาจไป

เมื่อแจ๊กตาย เขาปฏิเสธจะขึ้นสวรรค์ เพราะรู้ตัวว่าตนมีจิตใจไม่ดี และปฏิเสธที่จะลงนรก เพราะเขาได้ทำข้อตกลงกับปีศาจไว้แล้ว ปีศาจเป็นผู้รักษาสัจจะ จึงให้ถ่านติดไฟแก่เขา เพื่อให้เขาใช้นำทางไปในทางที่มืดมิดและหนาวเย็น แจ๊คได้นำถ่านใส่ไว้ในหัวผักกาดเทอร์นิพที่เจาะให้กลวงเพื่อให้ไฟลุกโชติช่วงได้นานขึ้น แม้ว่าแจ็คจะไม่ได้ลงนรกแต่เขาก็เร่ร่อนอยู่ในความมืดมิดและหนาวเย็นตลอดกาล

ทุกคืนฮาโลวีนวิญญาณแจ๊คจะมาพร้อมกับถือโคมไฟหัวผักกกาด ต่อมาเมื่อชาวไอริชได้เข้ามาอาศัยในอเมริกา ก็ได้นำตำนานเรื่องแจ็คเข้ามาด้วย แต่ก็ได้เปลี่ยนหัวผักกาดมาเป็นฟักทอง เนื่องจากหาได้นะมีความแข็งแรงกว่า เหมาะแก่การแกะสลักมากกว่า

กล่าวโดยสรุป Trick 'R Treat (2007) คือหนังผีสยองขวัญที่กล่าวถึงค่ำคืนวันฮาโลวีนกับการละเล่นของเด็กที่ชื่อว่า Trick 'R Treat เป็น4 เหตุการณ์ที่มีความสัมพันธ์กันแบบหลวม ๆ เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของเทศกาลฮาโลวีนที่เกี่ยวข้องกับการให้ และความสัมพันธ์กันแบบนี้ผิดของชุมชน นับเป็นหนังผีสยองขวัญที่ใช้เรื่องเล่าตำนานมาเป็นข้อมูลชนิดในการเล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจ

คะแนน 7/10

#สถานีหนัง #MovieStation

วาทิน ศานติ์ สันติ

31 ตุลาคม 2561 คือวันฮาโลวีน

ข้อมูลประกอบการเขียน "ประวัติวันฮาโลวีน 31 ตุลาคม" (Hallowen) จาก hilight.kapook.com/view/30133

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ดูหนังฟังเพลง

คำสำคัญ (Tags)#รีวิว Trick 'r Treat (2007)#กระตุกขวัญวันปล่อยผี

หมายเลขบันทึก: 657429, เขียน: 07 Nov 2018 @ 08:14 (), แก้ไข: 07 Nov 2018 @ 08:16 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)