รีวิว A Ghost Story 2017

รีวิว A Ghost Story 2017 นับเป็นหนังผีมุมมองใหม่ที่ตีความเกี่ยวกับผี โลกหลังความตาย  ความทรงจำ และการยึดติดได้อย่างมีชั้นเชิง 

เรื่องกล่าวถึงคู่รักที่กำลังจะย้ายออกจากบ้าน ประมาณว่าฝ่ายหญิงอยากย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ผู้ชายไม่อยากจะย้ายออกเพราะรู้สึกว่าตนมีความทรงจำกับบ้านหลังนี้มากมาย ดังนั้นทั้งคู่ตัดสินใจว่าฝ่ายชายจะอยู่บ้านหลังนี้ส่วนฝ่ายหญิงเก็บของและย้ายไปอยู่ในที่ที่เธออยากไป ในค่ำคืนก่อนวันย้าย ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังนอนหลับ เสียงเปียโนในบ้านดังขึ้น ทั้งสองลุกขึ้นออกไปดูแต่ก็หาสาเหตุไม่ได้ รุ่งเช้า ฝ่ายชายขับรถออกจากบ้านแต่ก็เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ฝ่ายหญิงจึงต้องอยู่ในบ้านหลังนั้นคนเดียว 

เรื่องราวที่เล่าได้ก็พอจะมีเท่านี้ครับ แต่หลังจากนี้อาจมีหลายประเด็นที่ต้องเปิดเผยเนื้อหาของเรื่อง  (Spoil alert) ทั้งนี้เพราะเป็นหนังที่เล่าเรื่องย่อยากมาก และเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์สัญลักษณ์ในหนังตามความจำเป็น หากใครต้องการดูหนังให้สนุก ? และไม่ชอบการสปอยล์ สามารถข้ามไปอ่านย่อหน้าสุดท้ายในส่วนบทสรุปได้เลยครับ

หนังเรื่องนี้มีความโดนเด่นอยู่ 3 จุดคือ

1.การใช้บทสนทนาน้อยมาก เน้นการเล่าเรื่องด้วยภาพและการแสดงอารมณ์ของตัวละคร เราสามารถดูหนังเรื่องนี้ได้โดยที่ไม่ต้องฟังบทสนทนาเลย ต่อให้เราปิดเสียง เมื่อเราดูหนังจบทั้งเรื่องเราจะปะติดปะต่อเรื่องราวและสิ่งที่หนังต้องการสื่อได้เกือบทั้งหมด อาจจะมีเพียงจุดส่วนเดียวเท่านั้นที่เราจำเป็นจะต้องฟังบทสนทนา เพราะตัวละครตัวหนึ่งเล่าเรื่องราวของวัฏจักรการเวียนว่ายตายเกิดและการสร้างความทรงจำ 

2. การใช้ภาพแบบ long take ถือว่าเป็นจุดเด่นมาก ๆ ของหนังเรื่องนี้ หลายฉากทำได้เฉียบขาดมากคือ

ฉากที่พระเอกกับนางเอกนอนกอดกันในห้องนอน ใช้ long take ประมาณ 2 นาที ฉากนี้ดูผิวเผินเหมือนจะไม่มีอะไรแต่เมื่อดูครบจะทำให้เรา "อิน" ไปกับตัวละคร เข้าใจถึงอารมณ์แห่งการร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย เป็นฉากที่ไม่มีคำพูดใด ๆ เลยนอกจากการกอดและการจูบเบา ๆ เท่านั้น 

ฉาก long take ในโรงพยาบาล มีความยาวมากกว่า 2 นาที หลังจากฝ่ายชายเสียชีวิตก็นำศพไปไว้ที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เปิดผ้าคลุมศพสีขาวให้กับฝ่ายหญิงดูหน้า ฝ่ายหญิงยืนดูอยู่พักหนึ่งแล้วนำผ้าขาวคลุมศพแล้วเดินออกไป จากนั้นภาพก็แช่นิ่งอยู่ที่เตียง 2 นาที แล้วศพก็ลุกขึ้นนั่ง เดินออกไปข้างนอกห้อง ไปยืนดูคนป่วยที่ทางเดิน  เดินไปหยุดอยู่ทางแยกที่เขียนว่า Exit แล้วก็เดินไปทางป้ายนั้น

ฉาก long Take 10 นาที นับเป็น long take ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของหนังเรื่องนี้  หลังจากสูญเสียแฟนอันเป็นที่รัก  ฝ่ายหญิงกลับมาที่บ้าน เธอยืนกินอาหารที่โต๊ะอาหาร จากนั้นเธอก็นำมานั่งกินกับพื้น กินไปคิดไป หนังไม่ได้บอกว่า  เธอคิดอะไรแต่เราเข้าใจว่าขณะกิน เธอคิดถึงภาพเรื่องราวในอดีตของเธอ?คิดถึงภาพเรื่องราวความรักของเธอ?   คิดถึงความผิดพลาดที่ทั้งสองคนตัดสินใจ? นางเอกแสดง long Take นี้ได้ดีมาก หนังพยายามดึงอารมณ์คนดูให้เราเข้าถึงห้วงอารมณ์ของนางเอกได้ดีมาก

3. การใช้สัญลักษณ์ของหนังโดยเฉพาะการยึดติดกับความทรงจำ ผีในหนังทั้งเรื่องจะไม่แสดงให้เห็นหน้าตาของผีเลย ทำให้เห็นเพียงร่างของคนที่มีผ้าขาวคลุมไว้เท่านั้น รูปลักษณ์ผ้าในผ้าขาวในที่นี้อาจหมายถึงคนตายที่ต้องใช้ผ้าขาวคลุมศพเสมอ? และ

หนังแสดงให้เห็นว่าผียึดติดอยู่กับความทรงจำภายในบ้าน หลังจากที่นางเอกย้ายออกจากบ้านอย่างนี้แล้ว ช่วงเวลาของหนังเล่าเรื่องเร็วแบบ Fast Speed ในช่วงนี้แสดงให้เห็นว่ามีผู้คนวนเวียนเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้หลายครอบครัว ผีมีหน้าที่ยืนดู เรียนรู้เรื่องราวของผู้คนเหล่านั้น ผียืนดูผู้คนย้ายเข้าย้ายออกจนท้ายที่สุดบ้านหลังนี้ถูกทำลายไป ดูที่ดินถูกสร้างเป็นตึกอาคารสูง ดูเมืองใหญ่ เมื่อเห็นการเปลี่ยนผ่านมากผีก็รู้สึกว่าแท้จริงแล้วความทรงจำของเขาก็เป็นแค่ไม้ที่สามารถพังทลายได้ ยึดติดไปก็ไม่เกิดประโยชน์นั่นเอง

ก่อนที่บ้านจะพังทลาย หลายครั้งพยายามแกะบางสิ่งบางอย่างจากขอบประตูภายในบ้าน ซึ่งเราคนดูจะไม่ทราบเลยว่าผีแกะสิ่งใดอยู่ แต่เมื่อ ในตอนท้ายผีแกะสิ่งนั้นออกมา ดูได้แล้วผีก็สูญสลายไปสิ่งเหล่านี้เป็นการตอกย้ำว่าเมื่อเราค้นพบคำตอบ หรือปล่อยวางแล้วเราก็หลุดพ้นได้ 

ในประเด็นที่ผีติดอยู่กับความทรงจำ หนังถ่ายทอดได้ดีมาก กล่าวคือจะมีผีอีกตนหนึ่งอยู่ในบ้านอีกหลังหนึ่ง ทั้งสองมองเห็นกันและสนทนากัน ผี (พระเอก) ถาม (แบบไม่ต้องพูด) กับผีตนนั้นว่าทำไมอยู่ในบ้าน ผีตอนนั้นตอบกลับมาว่ากำลังรอบางสิ่งบางอย่างแต่เขาจำไม่ได้ว่ารออะไร แต่เมื่อบ้านทั้งสองหลังถูกทำลายผีที่อยู่บ้านตรงข้ามก็สลายตัวไปทันที เป็นการอธิบายถึงการยึดติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งทำให้ไม่สามารถหลุดพ้น และไม่สามารถเป็นอิสระได้อย่างแท้จริง 

ผีตนนี้สามารถเห็นเรื่องราวในอดีตตั้งแต่ยังเป็นที่ดินรกร้าง ผู้คนช่วยุโรปเริ่มเข้ามาบุกเบิกที่แห่งนี้ ผีเฝ้ามองครอบครัวหนึ่งที่ค่อย ๆ สร้างบ้าน แต่แล้วครอบครัวนี้ก็ถูกฆ่าตายยกบ้าน โดยมีธนูปักร่างของพวกเขา สิ่งเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนเรื่องราวของการบุกเบิกของชาวตะวันตกที่เข้ามาอาศัยในดินแดนอเมริกาแล้วต้องต่อสู้กับผู้อาศัยเดิมคือชาวอินเดียแดง ผีมองร่างของครอบครัวนี้ที่ค่อย ๆ ย่อยสลายไป  ผีดึงเข้าใจถึงปรัชญาที่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่จีรังยั่งยืน เกิดมาตั้งอยู่และดับไปนั่นเอง 

จากนั้นภาพก็ตัดกลับเข้ามาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง ผียืนมองตนเองเป็นภาพในสมัยที่เขายังมีชีวิต ซึ่งเขาและแฟนเข้ามาซื้อบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรก ผียืนมองเรื่องราวชีวิตรักของตนเองทุกวันจนถึงวันแตกหักที่แฟนต้องการอยากจะย้าย ออก เมื่อทั้งสองตัดสินใจแยกกันอยู่ ในคืนที่ร่ำลา ผีเดินเข้าไปในห้องนอน มองภาพของตนเองและแฟนกำลังนอนกอดกัน ผีรู้สึกว่าการที่ตนไม่ยอมย้ายออกจากบ้านไปกับแฟนของตนนั้น นั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิด ผีจึงเดินออกมาแล้วกระแทกเข้ากับเปียโน 

หนังผีเรื่องนี้ไม่ได้แสดงความน่ากลัวของผีแต่อย่างใด แต่เป็นการเล่าเรื่องราวของผีผ่านสายตาผีที่เฝ้ามองเรื่องราว ผู้คนและเหตุการณ์ภายในบ้านของเขาผ่านไปทุกวี่วัน  ผีในเรื่องจะไม่เห็นหน้าตามีเพียงผ้าขาวคลุมไว้เท่านั้น  แต่ด้วยความเก่งกาจของผู้กำกับกับการเล่าเรื่องที่ชาญฉลาด เรากลับรู้สึกเข้าถึงและเข้าใจอารมณ์ของผีได้ทุกขณะ แม้กระทั่งอารมณ์โกรธของผี เช่นผีแสดงอิทธิฤทธิ์ปาจานชามไปทั่วบ้าน (Poltergeist) เข้าใจอารมณ์เศร้า อารมณ์เหงา และอารมณ์รู้สึกผิดของผีได้ทั้ง ๆ ที่เราไม่เห็นหน้าตาผีเลย จุดนี้ผมถือว่าสุดยอดมากเช่นกัน

ในความรู้สึกส่วนตัวของผมนั้น ผมชอบ part ที่เล่าเรื่องราวของพระเอกและนางเอกเรื่อยมาจนถึงที่พระเอกเสียชีวิต จนกลายเป็นผีในผ้าขาวกลับมาเฝ้ามองชีวิตของนางเอกที่ต้องใช้ชีวิตอย่างทนทุกข์ทรมานกับการสูญเสีย ในช่วงนี้หนังถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกของตัวละครทั้งผีและคนได้อย่างยอดเยี่ยมโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องมีคำพูดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว แม้จะเป็นฉากที่แสนเรียบนิ่งแล้วออกจะยืดยาด แต่เรื่องราวก็น่าติดตามและเอาใจช่วยทั้งผีและนางเอก

แต่เมื่อหนังรื่องราวของ part ผู้คนที่มาอาศัยอยู่ในบ้าน เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ ของบ้าน ดูแล้วกลับรู้สึกว่ามีความน่าสนใจน้อย แม้จะเป็นส่วนสำคัญของเรื่องที่ทำให้เราเข้าใจถึงการ ลด ละ เลิกและการปล่อยวางก็ตาม

หนังใช้เพลงประกอบได้ดีมีจังหวะจะโคน ท้วงทำนองสามารถดึงอารมณ์ ของคนชมให้คล้อยไปตามอารมณ์ของหนังได้

ประเด็นสำคัญของเรื่องทั้งหมดของ A Ghost Story ผียังห่วง เป็นการเล่าเรื่องของผีตนหนึ่งที่ยึดติดอยู่กับความทรงจำ ความทรงจำที่เปรียบเสมือนบ้าน การค้นหาบางสิ่งบางอย่าง และเมื่อลดละเลิกปล่อยวางหรือค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่เป็นคำตอบของทั้งหมดได้แล้วก็ ถึงจุดไปวาง ถึงจุดจบที่นิรันดร์ และบ้านก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องมีอีกต่อไป

กล่าวโดยสรุป A Ghost Story เป็นหนังผีที่ไม่ได้มีความน่ากลัว แต่เป็นการนำเสนอเรื่องราวและมุมมองของชีวิตผู้คนผ่านสายตาของผี หนังมีความเนิบช้าและนิ่งเรียบเป็นอย่างมาก หากใครไม่ชอบดูหนังช้า หนังที่ฉายภาพแช่อยู่นาน ผมแนะนำว่าไม่ควรดู และเชื่อว่าใครฝืนดูประมาณ 20 นาทีแรกคงปิดหนังนี้เป็นแน่แท้ นับว่าเป็นหนังนอกกระแสที่เลือกคนดูพอสมควร แต่หากใครชอบดูหนังผีในมุมมองใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์  เน้นอารมณ์ความรู้สึกและการใช้ภาพเล่าเรื่องมากกว่าบทสนทนา มีปรัชญาดี ๆ ให้คิด เล่าเรื่องจากจุดเริ่มต้นแล้วจบได้อย่างสมบูรณ์ ผมว่าหนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจ และเป็นหนังผีที่ Arttttttttttttttttttttttttttttttttttttt มาก

8/10

#สถานีหนัง #MovieStation 

#รีวิวหนัง #รีวิวภาพยนตร์ 

วาทินศานติ์สันติ

เผยแพร่ครั้งแรก 10 ตุลาคม 2561

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ดูหนังฟังเพลง

คำสำคัญ (Tags)#หนังผี#รีวิว A Ghost Story 2017

หมายเลขบันทึก: 655251, เขียน: 10 Oct 2018 @ 21:15 (), แก้ไข: 10 Oct 2018 @ 21:16 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)