ความสุขในการลั่นชัตเตอร์



"  แต่ละภาพย่อมเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกัน  "


เราไม่สามารถหยุดช่วงเวลาเหล่านั้นที่เราเจอได้ แต่เราสามารถเก็บช่วงเวลาเหล่านั้นได้ด้วยการกดชัตเตอร์...


"9 รูปจากการถ่ายของฉัน"

รูปแรก

"3 เมษา 2559" 
...ตอนนั้นฉันอยู่ปี 3 ฉันได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานกับสาขาที่เรียน ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคกลาง 
ตอนนั้นจำได้ว่าได้เดินไปห้องสมุดของมหาวิทยาลัย แล้วได้ไปชมแกลลอรี่ที่มหาวิทยาลัยเป็นคนจัดขึ้น
รูปทั้งหมดเป็นรูปภาพ "ในหลวงรัชกาลที่ 9"...
ในวินาทีนั้นที่เดินเข้าไปชม มันเป็นความรู้สึกที่ตื้นตัน  รูปที่เต็มไปด้วยคำสอน รูปเรื่องราวของพ่อ เป็นคำพูดที่อธิบายไม่ได้
และฉันเชื่อว่าเรื่องราวของพ่อ จะถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นไปอย่างไม่มีวันจบ...


รูปที่สอง

รูปนี้เป็นรูปที่ดูทีไรฉันก็แอบขำทุกครั้ง เป็นรูปที่ครั้งหนึ่งพ่อกับแม่มาเที่ยวงาน"เกษตรแม่โจ้" 
ฉันก็ทำหน้าที่เป็นคนถ่ายภาพไปเรื่อยๆ กดถ่ายไปตามปกติ แล้วพ่อก็แอบแกล้งแม่โดยการ"ชูสองนิ้ว"ที่บนหัวของแม่
ตอนนั้นฉันแอบหัวเราะกับพ่อ แล้วแม่ก็งง เลยแหงนหน้าไปมองด้าบบน
ก็ได้ภาพนี้มา ฉันประทับใจในมุมเล็กๆของพ่อกับแม่  ดูเมื่อไหร่ก็ขำทุกครั้ง :)

รูปที่สาม

...ครั้งหนึ่งในชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่วงที่ฉันประทับใจมากที่สุดได้อยู่หอใน ได้เรียนรู้ ได้รู้จักเพื่อน ได้รู้จักอาจารย์ ผ่านทั้งเรื่องที่ดี และเรื่องที่แย่ นั่งอ่านหนังสือสอบแบบมาราธอน ช่วยกันติว แชร์ความรู้ มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นชีวิตที่ดีและสนุก
ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก หาที่ไหนไม่ได้อีก และยังคิดถึงตลอดเวลา
รูปนี้ก็เช่นกัน เป็นรูปที่สาขาของเราจัดพิธีไหว้ครู จัดกันอย่างอบอุ่น จัดทุกปี มีการแสดงของแต่ละชั้นปี
เราทุกคนในสาขาสนิทกัน รักกัน และดูแลกันรุ่นสู่รุ่นเป็นแบบนี้ทุกๆปี...

รูปที่สี่

...จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่ฉันชอบมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง ชอบในความสงบของในตัวเมือง ที่ตอนดึกแทบจะไม่มีรถวิ่งอยู่บนถนน ชอบธรรมชาติ ชอบวิถีชีวิตของคนในจังหวัด...

..."ปาย" เป็นอำเภอที่เล็กๆ ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะ อยู่ไกลจากตัวเมืองพอสมควรเลยแหละ กลางวันก็ร้อนมาก แต่กลางคืนอากาศก็ดีมากเช่นเดียวกัน และมันดีตรงที่เราไม่รู้จักใคร และใครก็ไม่รู้จักเรานี่แหละ เช่ารถ ขับรถเที่ยวไปรอบๆ สบายใจ...

"ทะเลหมอกหยุนไหล ณ ปาย"

...จำได้ว่ารูปนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ตอนนั้นจำได้ว่าตอนเย็นอยู่ดีๆก็นึกถึงปาย  แล้วก็จองตั๋วรถตู้ เช้าอีกวันก็แบ็คแพ็คออกเดินทางทันที  ไม่มีการคิดอะไรใดๆทั้งสิ้น
...วันที่ไปทะเลหมอกหยุนไหลนั้น ฉันตื่นสาย และคิดว่าคงไม่ได้เห็นทะเลหมอกแล้ว แต่พอไปถึง หมอกก็ยังมีอยู่ ถึงจะไม่ค่อยหนา แต่มันแฮปปี้มากนะ มันลงตัวกับแสง กับผู้คนได้ดีเลยทีเดียว ประทับใจกับวิวที่เห็นตรงหน้าและกดชัตเตอร์ไป...


รูปที่ห้า

เมื่อคนเราจบการศึกษา ก็จะต้องมีการรับปรัญญา 
...ก่อนคืนที่จะซ้อมใหญ่ในการรับปริญญา ลุงของฉันได้จากไปอย่างสงบ ครอบครัวของฉัน ต้องอยู่คอยช่วยที่งาน ในวันซ้อมใหญ่ของฉันจึงไม่มีใครมา ด้วยเหตุผลที่มาไม่ได้จริงๆ และฉันก็เข้าใจ
...แน่นอน วันซ้อมใหญ่ ฉันต้องตื่นตีสาม ทำทุกอย่างเองทั้งหมด ไม่ได้กินข้าว ซ้อมแล้วซ้อมอีก กว่าจะซ้อมเสร็จก็เย็น ทั้งมีความสุขและก็เหนื่อยเช่นเดียวกัน และฉันก็รู้อยู่ในใจแล้วว่าถ้าออกห้องประชุมมาจะไม่เจอพ่อและแม่ ต้องขับรถกลับเอง และไปหาข้าวกินเอง
...ในตอนนั้นที่ฉันได้เดินออกห้องประชุม มีเพื่อนและพี่ทั้งสองโทรมา ทั้งสองคนมายืนรอเรา มาแสดงความยินดี ซื้อน้ำ ซื้อข้าว มาถ่ายรูปให้  มาช่วยถือครุย และพาไปกินข้าว 
...รูปนี้เป็นรูปที่ฉันได้ถ่ายในตอนที่ทั้งสองคนกำลังนั่งพัก ความหวังดีและคำพูดมากมายที่ทั้งสองคนพูดกับฉัน มันเหมือนเป็นพลัง ความรู้สึกของฉันมันตื้นตันใจมากจริงๆ...

รูปที่หก

...ครั้งหนึ่งโรงเรียนของเราได้ไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์เชียงใหม่...
...โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนชนบท ไม่ได้อยู่ในเมือง ไม่ค่อยมีที่เที่ยว และเด็กๆแทบจะทุกคนไม่เคยเล่นสวนน้ำ
หลังจากที่ดูสัตว์ต่างๆจนครบที่เจ้าหน้าที่พาทัวร์  ความสุขของเด็กๆก็เกิดขึ้น นั่นคือ  "เด็กๆได้เล่นสวนน้ำ"
เสื้อผ้าที่เตรียมมาเล่นน้ำ ต่างคนก็ต่างผลัดเปลี่ยนด้วยความรวดเร็ว และรีบต่อแถวกันไปเล่นน้ำในสวนน้ำ
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ตัวฉันได้ยินและได้เห็น เสียงเล็กๆที่ชวนให้ครูลงไปเล่นน้ำด้วย ทำให้ฉันมีความสุข และยิ้มตามไปด้วย...


รูปที่เจ็ด

วัดภูมินทร์
…ฉันเดินทางไปเที่ยว ปัว ขาไปได้แวะไหว้พระที่วัดภูมินทร์ซึ่งอยู่ในตัวเมืองจังหวัดน่าน เป็นทางผ่านไปปัวพอดี ก็ไปไหว้พระในวัดตามปกติ ฉันเดินไปดูภาพวาดบนฝาผนังไปเรื่อยๆ พอจะกลับ ก็สะดุดตากับเสาที่มีลวดลายประดับด้วยกระจกใสๆเล็กๆแล้วมันสะท้อนให้เห็นถึง
พระปรางค์สี่ทิศ” ที่อยู่ตรงกลางวิหาร เลยยกกล้องในมือขึ้นมาถ่าย แต่กว่าจะถ่ายได้ต้องหมุนเลนส์ให้ชัดที่สุด(เลนส์มือหมุน)
แล้วกดชัตเตอร์ลงไป ได้ภาพที่ชัดเพียงแค่ภาพเดียว เป็นภาพที่ชอบมากๆและเป็นภาพที่ประทับใจอีกภาพหนึ่ง...

รูปที่แปด

...รูปนี้ถ่ายที่วัดพิพัฒน์มงคล เป็นรูปที่ต่อเนื่องจากรูปที่7 เพราะหลังจากไปปัวมาก็ดูรีวิว แล้วขับรถไปสุโขทัยไปไหว้หลวงพ่อทองคำ 
เป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วและไม่ได้คิดอะไรเลย 
...วันที่ไปเป็นวันที่ 13 สิงหาคม 2561 ฉันยืนมองดูผู้คนจากด้านในของมุมๆหนึ่งที่หน้าต่างในวิหาร ที่เดินไปมา มาเป็นครอบครัว มาคนเดียว ผู้ใหญ่และเด็ก แล้วกดชัตเตอร์ลงไป แสงที่สาดส่องมาและภาพที่ได้จากมุมนี้ แค่มุมเดียวต่างก็มีความหมายสำหรับฉัน...



รูปที่เก้า

…เส้นทางทุกเส้นทางที่ฉันเดินทางไป ทุกเส้นทางมีความหมาย บนทางเรียบ บนทางที่สูงชัน วิวตามทาง ทุกอย่างยังทำให้ฉันตื่นเต้นและยิ้มได้เสมอ หนทางข้างหน้าที่ฉันไป ฉันไม่เคยรู้ล่วงหน้ามาก่อนว่ามันจะเป็นยังไง เหมือนเป็นการลุ้นนั่นแหละว่าเราจะเจออะไรบ้าง
…รูปนี้ฉันชอบตรงที่ว่า สีดำของถนนตัดกับสีเขียวของต้นไม้ สีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีขาวของท้องฟ้า วิวภูเขาที่อยู่ตรงหน้าสายตา มันดูสบายตามากจริงๆ และฉันเชื่อว่า ทุกเส้นทางที่เราเดินทางไป “ก่อนจะถึงจุดหมาย เรื่องราวระหว่างทางน่าจดจำเสมอ”



“ภาพถ่ายคือการเก็บเรื่องราวได้ดีที่สุด”

หมายเลขบันทึก: 653548เขียนเมื่อ 24 กันยายน 2018 13:44 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 กันยายน 2018 20:15 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (23)

เก่งมากเลยค่ะ ถ่ายรูปสวยมาก

ภาพสวยดีค่ะ ชอบบมากๆๆ ค่ะ

ชอบภาพที่9 ค่ะดูแล้วรู้สึกดีสบายตาและสบายใจ

ภาพทุกภาพมีเรื่องราวของมัน

รูปภาพแฝงความหมายและความรู้สึกได้ดีที่สุดคะ

สภาพสื่ออารมณ์ได้สุดยอดมากครับ

เก็บเรื่องราวดีๆ ไว้เป็นความทรงจำอันมีค่าครับ

ภาพสวยมากค่ะ ภาพความทรงจำ

ทุกรูป ล้วนมีความทรงจำจริงๆค่ะ

ทุกภาพ กับทุกความทรงจำที่ดี ^^

ถ่ายรูปได้สวยงามมีความหมายลึกซึ้งดีคะ

ชอบทุกรูปเหมือนกันค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี