นายจันทร์เจ้า
นาย ปริยะ วัฒนศิริเสรีกุล

โดดเดี่ยวเดียวดาย


... บางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนมุมมองได้ ...

           อยากอยู่นิ่งๆเฉยๆ ... ไม่อยากทำอะไรเลย ... อยากอยู่เงียบๆคนเดียว ... อยากไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่รู้จักใครและไม่มีใครรู้จักเรา ... รู้สึกหมดแรงไร้พลัง ... อยากหายตัวไปเลยจากโลกใบนี้ คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้มั้ยครับ? ... ส่วนผมน่ะเหรอ? ... เป็นบ่อยๆ 555 .... หลายๆครั้งที่อะไรต่อมิอะไรดูเหมือนจะไม่ลงตัวเอาเสียเลย เรื่องราวต่างๆที่ทำให้เรารู้สึกแย่ รู้สึกหัวร้อน ที่รุมเร้าเข้ามา วิธีจัดการก็ง่ายๆเลยครับเพราะฉะนั้น “คิดจะพักคิดถึงคิดแคท” ... นี่ถ้าง่ายแบบตามโฆษณาได้จริงๆก็คงดี แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นสิครับ 555 ไหนๆก็ไหนๆ ถ้าเช่นนั้นลองออกไปดูโลกกว้าง ไปที่ๆไม่มีใครรู้จักเรา ไปแบบไม่รู้จุดหมายปลายทาง ไปแบบไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร แล้วมาดูกันว่า เราจะได้อะไรกลับมา ... เคยมีคนบอกผมว่า ... “ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าอะไรรอบๆตัวมันมากเกินไป ลองอยู่คนเดียวแล้วจะเข้าใจอะไรมากขึ้น” ตามนั้นเลยครับและนี่คือสิ่งที่ผมเจอระหว่างการเดินทางคนเดียว ...

           เมื่อหาเที่ยวบินที่ลงตัวได้ในราคาประหยัดโดยไม่สนว่าจะเป็นที่ไหน ขอบคุณสายการบินสีแดงที่ทำให้เรามีช่วงเวลาดีๆร่วมกัน และจังหวัดสุราษฏร์ธานีก็คือจุดหมายปลายทางของผม ออกเที่ยวบินด้วยตัวคนเดียวครั้งแรกในชีวิตแค่เท่านี้ก็รู้สึกแล้วว่า ... ไม่น่าจะรอด 555 ... ปกติชีวิตผมในหนึ่งวันมีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำมากมาย ทั้งงานที่บ้าน งานที่โรงเรียน และงานพิเศษอื่นๆอีกตามแต่โอกาสและช่วงเวลาที่บางทีเหมือนจะนัดกันมาก็ไม่ปาน ว่าแล้วพอคิดได้แบบนั้น ทำไมผมรู้สึกแปลกๆ ในเมื่อตอนนี้เรากำลังจะเป็นอิสระจากสิ่งเหล่านั้น ... นั่นอาจเป็นเพราะ ผมยังคงห่วงอยู่นั่นเอง ... ไม่เอาคิดใหม่!! จากนี่ไปอีก 3 วัน จะไม่มีใครรู้จักเรา และเราจะเป็นอิสระจากทุกสิ่ง ว่าแล้วก็ตัดความห่วงทุกสิ่งออกไปแล้วก็หอบสังขารและจิตใจที่เหนื่อยกับอะไรหลายอย่างในช่วงนั้นที่ผ่านมา แล้วก็เริ่มการเดินทาง ... บอกได้เลยว่า lonely สุดๆเลยล่ะงานนี้ ...

           เมื่อบินมาถึงสุราษฏร์ธานี สิ่งแรกเลยที่เจอหลังลงเครื่องมาก็คือเราจะไปไหนดี ว่าแล้วก็ในขณะที่ยังงงกับชีวิตอยู่นั่นเอง ก็ออกเดินลงมาที่หน้าสนามบินไม่ทันจะออกจากประตูเลย พี่ไกด์ท่องเที่ยวก็เดินเข้ามาแล้วก็ ... “หนีห่าว” 555 นั่นไง!! ความหน้าตี๋ของผมไปไหนใครก็รู้ว่าจีนตั้งแต่ 100 เมตร ว่าแล้วก็ตอบเป็นภาษาไทยไปแบบชัดถ้อยชัดคำ พี่แกก็งงเล็กน้อย ... อะ งงเด้ๆ พี่ไกด์เสนอเกาะเต่าให้ผมดูแต่ดูจากแผนที่แล้วไปในทะเลไกลมากเลย ... ถ้ามีสึนามิทำไงดีนะ เกาะก็ตื้นนิดเดียว แถมไปไกลของกินน่าจะแพง บลาๆๆ ... หลังจากหาข้อมูลด้วยกูเกิ้ลบวกกับพี่ไกด์มาแนะนำเอาตรงนั้นเวลานั้น ว่าแล้วก็ได้เป้าหมายต่อไปของผม “เกาะสมุย” หลังจากนัดแนะกันเรียบร้อย ก็ขึ้นรถตู้ที่ขับเร็วจนทำให้รู้สึกว่านี่เรากำลังเข้าฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง  Fast & Furious กันอยู่เลยทีเดียว ... แล้วผมก็มาถึงท่าเรืออะไรก็ไม่รู้ นี่ไม่รู้จริงๆนะ แบบว่าไปไหนก็ไปกันครับงานนี้ 555 พี่คนขับก็พาไปจ่ายเงินค่าเรือเดินทาง แล้วก็รอขึ้นเรือ ระหว่างที่รออีก 1 ชั่วโมง ก็หาอะไรกินกันก่อน ... มื้อแรกที่สุราษฏร์ฯตื่นเต้นมั้ยล่ะครับ ... ข้าวเหนียวหมูปิ้ง!! 555 ... หลังจากกินหมดจัดแจงเข้าห้องน้ำเตรียมตัวขึ้นเรือก็ได้เวลาพอดี

           บนเรือมีห้องโดยสารติดแอร์ด้วยนะครับ แต่ช้าก่อน!! ... มาทั้งทีว่าแล้วก็ออกมานั่งริมระเบียงไปเลย 555 วิวทะเลสวยๆ แดดออกกำลังดีจนบางทีรู้สึกร้อน ก็เที่ยวเดินถ่ายรูปวิวต่างๆ แล้วก็สำรวจจำนวนประชากร แหม่ ... จิตวิญญาณครูวิทย์ ก็ทำให้รู้ว่าผู้โดยสารเกินครึ่งเป็นฝรั่ง รองลงมาคนจีน และที่เกือบเท่าคนจีนก็คือคนไทยเรานี่แหละ คิดเองเออเองเอาว่า ... น่าจะเป็นคนที่อยู่บนฝั่งแต่ต้องไปทำงานบนเกาะนั่นแหละ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาไกลถึงทะเลแดนใต้และที่สำคัญมาคนเดียว ... หลังจากเดินสำรวจรอบๆเรือก็หามุมสงบๆได้นั่งพักกัน ระหว่างที่รอให้ถึงเกาะก็สังเกตผู้คนรอบๆไปด้วย ... ทำให้ผมรู้สึกขึ้นมาว่าในเรือลำนี้ ... บางคนออกเดินทางด้วยความหวัง บ้างก็ออกเดินทางเพื่อมาท่องเที่ยวตามแผนที่วางไว้ ทุกคนอาจมีจุดหมายที่ต่างกันในการออกเดินทาง ... แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าทุกคนมีเหมือนกันก็คือ ... “ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร”

          และแล้วมาถึงเกาะสมุยก็บ่ายคล้อยพอดี ... คำถามเดิมๆคือ ไปไหนต่อดี 555 ไม่ต้องคิดมากเลยครับ ... พี่ๆรถรับจ้างจะเป็นคนตัดสินใจให้ผมเอง ว่าแล้วหลังจากสอบถามตำแหน่งเส้นทางตกลงราคาเรียบร้อยเป้าหมายต่อไปในการเดินทางครั้งนี้ของผมก็คือ “หาดเฉวง” ระหว่างการเดินทางก็หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตไปด้วย ... อ่อ นี่เรากำลังจะข้ามไปอีกฟากคือฟากตะวันออกของเกาะกันเลยทีเดียว มิน่าพี่โชเฟอร์คิดแพงสุด 555 ... เดินทางมาถึงหาดเฉวง ก็เดินหาที่พักได้ไม่ยาก ... หลังจากจัดแจงทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย ก็ออกสำรวจสถานที่รอบๆเพื่อเตรียมหาเสบียงและร้านเช่ารถ สำหรับการเดินทางในวันต่อๆไป สำหรับมื้อแรกบนเกาะก็คือข้าวกล่องเซเว่น 555 เดี่ยวนี้อะไรก็สะดวกสบายจริงๆ เตรียมเสบียงเรียบร้อยหาที่เช่ารถเดินทางเรียบร้อย ... คืนแรกบนเกาะก็หมดไปกับการเดินสำรวจ สิ่งที่ผมสังเกตได้ก็คือ ... เมื่อตอนช่วงบ่าย ดูเหมือนเกาะนี้จะไม่ค่อยมีอะไรแต่พอถึงช่วงกลางคืน ช่างเต็มไปด้วยชีวิตชีวา และบรรยากาศของการท่องเที่ยวเหลือเกิน นักท่องเที่ยวเดินกันเต็มถนน ร้านกลางคืนต่างๆเต็มไปด้วยสีสันและเสียงเพลง ... ทำให้รู้สึกว่า ... “บางเวลา บางที่ บางคน ถ้าอยู่อย่างเหมาะสมมันก็เหมือนเป็นสีสันของชีวิตสุดท้ายก็อยู่ที่มุมมอง”

           หลังจากหลับสนิทจริงๆในรอบหลายวัน ... อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยจากการเดินทางก็เกือบ 10 โมงเช้าวันถัดมา พอจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย ... มาทะเลทั้งที ... จะไปไหนได้ล่ะครับ!! ... ก็ต้องเดินลงหาดกันหน่อย สิ่งที่ผมคิดก็คือ ชายหาดที่ว่างเปล่าแสนเงียบสงบ สามารถนอนพักผ่อนได้กับบรรยากาศธรรมชาติที่แสนสวย กะว่าจะนั่งเงียบๆฟังเสียงคลื่น อยู่กับสายลม แสงแดด แค่คิดก็รู้สึกดีแล้ว ... แต่พอเดินลงมาถึงชายหาด ก็ทำให้ผมรู้ว่า ... ความโดดเดี่ยวไม่มีจริงหรอก 555 ฝรั่ง ฝรั่ง ฝรั่ง และที่ผมเจอคือ ดงฝรั่ง นักท่องเที่ยวมากมายที่คงจะมีเป้าหมายเดียวกับผมในตอนแรก ต่างก็นั่งอยู่เต็มชายหาดมีทั้งมาคนเดียวมาเป็นหมู่คณะ ความสงบของผมได้สูญสลายไปแล้ว 555 ... หลังจากที่หามุมสงบใต้ต้นไม้พอที่จะปูเสื่อและนั่งลงได้อย่างสบายใจก็ใช้เวลาพอสมควร ... เอาน่ามาทั้งที บรรยากาศการท่องเที่ยวมันก็แบบนี้ล่ะ 555 ... แต่ทะเลก็ยังคงทำหน้าที่ของมันเช่นเดิมคือส่งเสียงว่า สู้ สู้ 555 ... จัดแจงเก็บของไว้ในที่ปลอดภัยเรียบร้อยก็ได้เวลาลงทะเลกันล่ะ ... จำได้ว่าวันนั้นคลื่นสูงมาก ผมเล่นน้ำตั้งแต่ 11 โมง จนถึง ราวๆบ่ายสองความหิวก็เริ่มมาเยือน เอาล่ะมื้อนี้จะเป็นมื้อแรกที่ผมจะต้องกินอาหารประจำเกาะให้ได้ ว่าแล้วก็ตามรูปเลยครับ 555 อาหารประจำชาติไทยที่แท้true ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง เพราะบริเวณนั้นมีร้านขายอย่างเดียวคือร้านนี้จริงๆ 555 ไม่อย่างนั้นก็ต้องขึ้นไปกินบนโรงแรมอย่างที่รู้กัน น่าจะแพง ... เอาน่า ... มาทั้งทีต้องมาให้ถึง ... ก็ได้ข้อสรุปว่า บรรยากาศส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่างริมทะเล ก็มีความสุขดีนะครับ ... หลังจากมื้อนี้หมดไปก็ได้เวลาลงทะเลรอบที่สอง แล้ววันนี้ของผมก็จบลงที่ข้าวกล่องเซเว่นแล้วก็นอนดูทีวีในที่พัก จนหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้ … แต่ที่รู้แน่ๆ ก่อนนอน แสบไปทั่วทั้งแผ่นหลังเลยครับ 555


          เช้าวันที่ 3 ตื่นแต่เช้า 555 เพราะเมื่อวานหลับแต่หัวค่ำเลยทีเดียว แล้วความแสบที่ยากจะบรรยายก็เกิดขึ้น ไปทั่วทั้งแผ่นหลังและเกือบทั่วตัวเลยทีเดียว เอาน่า ... นักรบย่อมต้องมีบาดแผล ก็จัดการตัวเองผ่านความทรมานแต่งตัวจนเรียบร้อย ... วันนี้ก็จะไปแว้นรอบเกาะกัน หลังจากเช่ามอเตอร์ไซค์ได้จากร้านที่สืบมาเรียบร้อยแล้วเมื่อตอนวันที่มาถึง ก็ได้ขี่รถไปเที่ยวตามจุดต่างๆรอบเกาะ แวะเที่ยวตามชายหาดต่างๆ พักทานข้าวกลางวันพักผ่อนไปเรื่อยๆ ช่วงบ่ายไปไหว้พระที่วัดบนเกาะแวะถ่ายรูปจนพระอาทิตย์ตกดิน และแล้วก็มาเจอแหล่งแพปลาโดยบังเอิญ ... จริงๆก็ไม่บังเอิญเสียทีเดียวหรอกนะครับ ก็แอบไปสอบถามชาวบ้านแถวนั้นมาด้วยนั่นล่ะครับว่า คนบนเกาะซื้อของทะเลกันที่ไหน 555 มาทั้งทีต้องมาให้ถึง ในที่สุดผมก็เจออาหารทะเลที่สดและแสนถูกเสียที ไม่รอช้าก็จัดการชี้ๆ เลือกๆ แล้วแม่ค้าก็หยิบใส่ถุงอย่างไว แน่นอนฝั่งตรงข้ามร้านที่ผมซื้อก็ติดป้าย “รับปรุงอาหารทะเล” 555 เขามากันมาเป็นขบวนการจริงๆ แต่ถ้าเทียบกับที่ขายแบบปรุงสำเร็จตามร้านต่างบนเกาะที่สำรวจมา ก็ถือว่าเซฟเงินไปได้ 50% เลยทีเดียวนะครับ ... ว่าแล้วก็เดินเข้าไปสอบถามตกลงราคากันได้ก็อย่างที่เห็นแหละครับ แล้วก็ขี่รถกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวจัดการกับภารกิจมื้อค่ำต่อไป แล้ววันนั้นก็จบลงโดยที่ผมได้กินอาหารทะเลสมใจ ... ระหว่างที่กำลังกินอยู่ก็ทบทวนตัวเองกับภารกิจวันนี้ไปด้วย ... แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นขึ้นมาในหัว ... เอ่อนะ!! ที่จริงแล้วที่เรามาที่นี่เราต้องการมาอยู่อย่างเงียบๆ สงบๆ ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องยุ่งกับใครไม่ใช่เหรอ ... แต่ดูจากวันนี้ที่เที่ยวไปรอบเกาะ คุยกับคนแปลกหน้าไปทั่ว ทำให้ผมรู้ว่าจริงๆแล้ว ผมอาจจะอยู่คนเดียวแบบโดดเดี่ยวจริงๆไม่ได้หรอก มันก็ต้องมีบ้างแหละที่ต้องพึ่งคนอื่น 555

          แล้ววันสุดท้ายก็มาถึง ... ออกเดินทางแต่เช้าตรู่เพราะกลัวจะพลาดเที่ยวบินที่จองไว้ ระหว่างออกจากเกาะ ซึ่งบริเวณท่าเรือนั้นอยู่ฝั่งตะวันตก ก็ทำให้มองเห็นฉากภูเขามีพระอาทิตย์โผล่พ้นจากเกาะขึ้นมาพอดี ก็เป็นอีกภาพประทับใจหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่า “ธรรมชาตินั้นสวยงามเสมอ” แล้วการเดินทางกลับก็เหมือนย้อนเวลาจากขามาแทบจะทุกอย่าง ลงเรือไปนั่งรถตู้ รถตู้ก็พาไปสนามบิน เพียงแต่ถ้าเป็นภาพในวีดีโอเวลาย้อนกลับ คนหรือรถก็จะเดินและวิ่งถอยหลัง แต่ในความจริงทุกสิ่งก็ยังคงดำเนินต่อไปตามเวลาและยังคงไปต่อข้างหน้าเสมอ และมันคงจะเป็นเช่นนั้นตามธรรมชาติของมัน ... และแล้วผมก็มาถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพกลับสู่ชีวิตในโลกที่คุ้นเคย กลับสู่การใช้ชีวิตตามปกติที่ต้องดำเนินต่อไป ...

           ในขณะที่เขียนบันทึกนี้ทำให้ผมได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆ มีจังหวะความคิดที่ทำให้ผมรู้สึกขึ้นมาอยู่หลายเรื่อง อย่างแรกก็คือ ... ตอนที่เรือออกจากเกาะ นึกถึงฝั่งที่พักของผมคือฝั่งตะวันออกของเกาะ แป๊บๆก็อยู่ท่าเรือที่ฝั่งตะวันตกมันเหมือนไกลกันมากเลยนะแต่จริงๆแป๊บเดียวเอง 555 เมื่อวันนั้นอยู่เกาะ วันนี้อยู่บนแผ่นดินใหญ่ วันนั้นอยู่ใต้แป๊บๆก็มาอยู่เหนือ ... คนเราไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆนั่นล่ะ เพราะฉะนั้น ... หากคุณอยากทำอะไร ก็จงทำมันเสียตั้งแต่วันนี้ จงทำในวันที่ยังมีกำลังทำได้ จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่ากับที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ จะได้ไม่ต้องมาพูดกับตัวเองที่หลังว่า ... “รู้งี้”... ทำตั้งแต่ตอนนั้นดีกว่า ... นี่แหละที่เค้าว่า ... รู้อะไรไม่เท่า “รู้งี้” 555 .... อย่างที่สอง ... การทบทวนตัวเองโดยการเขียนบันทึกการเดินทางในครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่า จริงๆแล้วผมอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก 555 ... ถึงแม้จะเบื่อสิ่งรอบข้างบ้างในบางครั้ง แต่ก็นั่นล่ะ ... ไม่มีอะไรจะได้อย่างที่ใจเราหวังไปทุกอย่าง เพราะฉะนั้น จงเข้าใจในสิ่งที่มันเป็นไป ... และที่สำคัญ ... "ของบางอย่างเราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ ... แต่แน่ๆสิ่งที่เราเปลี่ยนได้ก็คือความคิดและมุมมองของเราที่มีต่อมัน" ... เพราะบางครั้งคุณอาจจะรู้สึกว่าอยู่บนโลกใบนี้คนเดียว แต่ในความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ... Lonely, but not alone. ...

หมายเลขบันทึก: 653087เขียนเมื่อ 19 กันยายน 2018 03:55 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 กันยายน 2018 11:10 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (26)

เป็นบันทึกที่ยาวมาก แต่มีแนวคิดดีๆแทรกอยู่เยอะมากเหมือนกันค่ะ :)

เป็นบันทึกที่ดีมากกค่ะ ยาวมากด้วย555

เขียนดีมาก แต่จัดเอกสารให้อ่านง่ายกว่านี้สักหน่อยจะดีขึ้นอีก ;)…

ความคิดเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน แต่ก็มีความสุขกับชีวิตในทุกๆรูปแบบนะคะ

ขอบคุณทุกกำลังใจ และทุกความคิดเห็นนะครับ ผมจะนำไปปรับปรุงและพัฒนางานให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีกครับ

สุดยอด ความยาว อิอิ เขียนดีมากค่ะพี่

อยากไปเที่ยวทะเลเลยคะ

ยังมีอะไรที่ท้าทายให้กับเราอีกมากครับ

เพียนได้ดีเยี่ยมมากคะ ^^

ความคิดเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยนครับ

อยากไปเที่ยวบ้างครับ

ใช่ค่ะ เราสามารถเปลี่ยนมุมมองได้ เห็นรูปแล้วอยากไปเที่ยวทะเลเลยค่ะ

ต้องลองไปใช้ชีวิตแบบหัวหน้าสักวัน

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจนะครับ ใครอยากไปแล้วไม่มีเพื่อนชวนผมได้นะครับ

อ่านแล้วอยากไปเที่ยวทะเลเลยค่ะ

 เพิ่มความเห็น
สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี