อยากให้ “ปา เจ รา ฯ” ที่ท่องจำได้ สามารถซาบซึ้ง กินใจ ลึกไปถึงขั้วหัวใจ อันหมายถึงความรู้สึกนึกคิดว่า ทำไมต้องไหว้ครู ผู้มีคุณ

ย้อนวัยไปตอนเป็นนักเรียนตัวเล็ก ที่พอจะเริ่มจำความได้ ก่อนวันไหว้ครูในวันอังคารตอนเย็นก่อนเลิกเรียน ครูจะบอกเราว่าวังพฤหัสบดีจะมีพิธีไหว้ครู วันพรุ่งรุ่งเช้า เป็นวันพุธ นักเรียนจะต้องช่วยกันทำพานไหว้ครู ให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์ เช่น พาน ข้าวตอก ดอกไม้ ดอกเข็ม  ดอกมะเขือ หญ้าแพรก หรืออื่น ๆ ที่จะทำให้พากดูสวยงาม ผมมักจะถูกมอบหมายให้ไปเอาดินเหนียวมาใช้เป็นองค์ประกอบขึ้นรูปในพานไหว้ครู เหตุเพราะบ้านอยู่ติดสระน้ำที่มีดินเหนียว (ท้ายวัดไม่ไกลจากโรงเรียน)... มีอยู่หลายครั้งครูจะพาเราไปขุดเอาดินเหนียวที่สระน้ำกับเพื่อน ๆ ต้องคอยระวังกลัวตกน้ำตกท่า แต่คนมีบ้านอยู่ใกล้สระใหญ่ ๆ ก็จะทักษะดีกว่าคนอื่น ๆ เป็นเรื่องธรรมดา ....แม้ว่าคุณยายจะสั่งห้ามหลาน ๆ ว่าอย่าไปใกล้สระน้ำ เพราะกลัวจมน้ำตาย  ผมเคยเขียนเรื่องดินเหนียวไว้ 1 ตอน >>> https://www.gotoknow.org/posts/595715

 

นอกจากพานไหว้ครูอีกสิ่งที่พวกเราต้องตระเตรียมคือ การฝึกซ้อมไหว้ครูในชั่วเย็นวันพุธ และการหาตัวแทนห้องเรียนไปถือพานไหว้ครูคู่ชายหญิง จำไม่ได้หรือไม่เคยอยู่ในความทรงจำว่าได้เป็นตัวแทนถือพานไหว้ครู นอกจากการเป็นประธานนักเรียนตอนมัธยม 6 .... การฝึกซ้อมก็จะมีบทไหว้ครู “ปา เจ รา ฯ” และการขับร้องเพลง “พระคุณที่ 3”

เมื่อเติบใหญ่ขึ้น การไหว้ครูก็ดูจะเป็นเรื่องห่างไกลมากขึ้น จะมีก็ไหว้ครูดนตรี ไหว้ครูศิลปะบ้างถ้าได้ไปร่วมงาน การจะไปกราบไหว้ครูดูจะทำได้ยากสำหรับคนทำงาน...จวบจนระยะหนึ่ง มักจะมีนักศึกษาบางคนระลึกนึกถึงบ้าง ก็จะมีพวงมาลัยหรือดอกไม้มาไหว้ ก็เป็นส่วนน้อย... แต่ไม่ได้น้อยใจอะไร

บางคนในโลกโซเชียล ให้ความเห็น แสดงทัศนะที่แตกต่างเรื่องการไหว้ครูว่าเป็นพิธีกรรมยกตนข่มท่าน หรือการจัดพิธีเพื่อเชิดชู “ครู” แบบมัดมือชกนักเรียนให้แสดงความเคารพ แม้ในใจนักเรียนบางคนอาจจะไม่ได้ชอบหรือเคารพครูบางคนก็ตามที... สังคมไทยหรือสังคมพรามหณ์พุทธ ปูพื้นฐานทางความรู้สึกนึกคิดมาหลายชั่วอายุคนเรื่องการเคารพผู้อาวุโสกว่า และแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณ ทั้งในเชิงสัญลักษณ์ หรือทั้งการประพฤติฏิบัติตน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ฐานคิดและมุมมองที่มีความต่างมากขึ้น ซึ่งมิใช่เรื่องผิด แต่อาจเป็นความคิดที่ดูแปลกแยกแตกต่างจากขนบเดิมไป การมองอย่างลดอคติ แล้วพิจารณาใคร่ครวญ จึงน่าจะทำให้เห็นได้ถึงความขัดแย้งทางความคิด ของนักอนุรักษ์(นิยม) กับฝ่ายปฏิรูปความคิด

ผมเองก็มองว่า การไหว้ครู หากเป็นพิธีที่ดี และ “ครู” สามารถอธิบายหลักหรือแก่นของพิธีได้ชัดแจ้งถึงคติ ความเชื่อ ขนบและประเพณี รวมถึงเป้าหมายและคุณค่าที่แท้งจริงของการไหว้ครู ให้นักเรียนเข้าใจได้ มากกว่าการจัดพานสวยหรู พิธีดูดี แข่งขันพานใหญ่ พานอลังการ แล้วมาให้ความสำคัญของนัยยะอันลึกซึ้งของ ดอกมะเขือ หญ้าแพรก ดอกเข็ม ข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน และบทสวด “ปา เจ รา ฯ” ที่ท่องกันจนติดปาก แต่ไม่เคยรู้ความหมาย...ให้ลึกซึ้งถึงจิตใจ

อยากให้ “ปา เจ รา ฯ” ที่ท่องจำได้ สามารถซาบซึ้ง กินใจ ลึกไปถึงขั้วหัวใจ อันหมายถึงความรู้สึกนึกคิดว่า ทำไมต้องไหว้ครู ผู้มีคุณ

ณ มอดินแดง

๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ วันไหว้ครู (ที่โรงเรียนมัธยม )