วิเคราะห์กรณีผู้ต้องหาที่กระทำผิดซ้ำโดยใช้ทฤษฎีทางอาชญาวิทยา


วิเคราะห์กรณีผู้ต้องหาที่กระทำผิดซ้ำโดยใช้ทฤษฎีทางอาชญาวิทยา

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการกระทำผิดซ้ำอย่างต่อเนื่องซึ่งการกระทำผิดซ้ำนับเป็นเกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไปในการนำมาประเมินความสำเร็จในงานปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในเรือนจำสถานควบคุมเพื่อหาแนวทางฟื้นฟูแก้ไขให้ผู้กระทำผิดไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีกได้อย่างมีประสิทธิภาพ[1]

          ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะมีสถิติการกระทำผิดไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆอัตราการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกมาจากเรือนจำตามที่ปรากฏในรายงานสถิติของกรมราชทัณฑ์ในปีพ.ศ. 2559 มีอยู่ 621,10 7 รายจากนักโทษเด็ดขาดทั้งหมด 261,687 ราย คิดเป็นร้อยละ 23.74 ซึ่งหมายความว่าในจำนวนนักโทษเด็ดขาดทั้งหมดที่ถูกคุมขังในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ในปีพ.ศ. 2559 นี้ จะมีนักโทษเด็ดขาดที่กระทำผิดซ้ำอยู่ร้อยละ 23 เท่านั้น[2]

สถิตินักโทษเด็ดขาด แยกตามจำนวนครั้งที่ต้องโทษ

สำรวจ ณ วันที่ 1 เมษายน 2559

 จำนวนครั้งที่ต้องโทษ

 ชาย

 หญิง

 รวม

 ร้อยละ

 ต้องโทษครั้งที่ 1

 168,916

 30,654

 199,570

 76.26

 ต้องโทษครั้งที่ 2

 43,135

 5,004

 48,139

 18.40

 ต้องโทษครั้งที่ 3

 8,661

 979

 9,640

 3.68

 ต้องโทษครั้งที่ 4

 2,295

 345

 2,640

 1.01

 ต้องโทษครั้งที่ 5 ครั้งขึ้นไป

 1,483

 215

 1,698

 0.65

 รวมต้องโทษ ครั้งที่ 2 – 5 ขึ้นไป

 55,574

 6,543

 62,117

 23.74

 รวมทั้งสิ้น

 224,490

 37,197

 261,687

 100

ที่มา: กองแผนงาน กรมราชทัณฑ์

          ถ้าหากจะเปรียบเทียบอัตราการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังของประเทศไทยไปเปรียบเทียบกับอัตราการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังของต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศแถบตะวันตกจะพบว่าอัตราการกระทำผิดซ้ำของตะวันตกสูงกว่าประเทศไทยมาก ตัวอย่างเช่นประเทศฝรั่งเศสการกระทำผิดซ้ำเกิดขึ้นถึงร้อยละ 59 ประเทศแคนาดาร้อยละ 41 ประเทศเยอรมัน ร้อยละ 48 และเนเธอร์แลนด์ร้อยละ 48

          งานชิ้นนี้มุ่งเน้นการศึกษา สาเหตุ ของการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในประเทศไทย โดยอาศัยทฤษฎีทางอาชญาวิทยา มาอธิบาย สาเหตุ แห่งการกระทำผิดในคดีที่แตกต่างกันไปในหลายๆคดีเช่นคดีกระทำชำเราทางเพศข่มขืนยาเสพติดและลักทรัพย์ หากศึกษาหรือทำการวิจัยเกี่ยวกับประเด็น ข่าว การกระทำผิดซ้ำในประเทศไทยนั้นจะพบว่าส่วนใหญ่คดีที่ผู้ต้องหากระทำผิดซ้ำนั้นเป็นคดีทางเพศและยาเสพติดเนื่องจาก อาชญากรที่ประกอบอาชญากรรมประเภทนี้ เป็น อาชญากรที่มี ประพฤติกรรมเบี่ยงเบนโดยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการติดนิสัยในการประกอบอาชญากรรม

          จากการ สืบค้น ข่าวเกี่ยวกับการกระทำผิดซ้ำในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นลักษณะอาชญากรรม ที่มีความชั่วร้ายในตัวเองหรือ Mala in se เป็นอาชญากรรมที่มีรูปแบบที่มีความชั่วร้ายและผิดศีลธรรมในตัวเองอาทิเช่น มีความน่ากลัว เลือดตกยางออก ตัวอย่างของอาชญากรรมประเภทนี้ได้แก่ ฆ่าคนตาย, ลักทรัพย์, ข่มขืน, ค้าขายยาเสพติด เป็นต้น ในขณะที่ส่วนน้อยของการกระทำผิดซ้ำในประเทศไทยเป็นอาชญากรรมที่ไม่มีความชั่วร้ายในตนเองหรือ Mala Prohibita[3] หรืออาชญากรรมที่เกิดจากการละเมิดกฎหมายเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้พฤติกรรมดังกล่าวเป็นอาชญากรรม อาชญากรรมลักษณะนี้เป็นอาชญากรรมที่ไม่มีความชั่วร้ายในตัวเอง หากดูจากพฤติกรรมการกระทำผิดอาจไม่มีเจตนาในการกระทำผิด อาทิเช่นพฤติกรรมการละเมิดต่อพระราชบัญญัติต่างๆ ตัวอย่างของอาชญากรรมได้แก่ การขอทาน, การขายของหนีภาษี, การหลบเลี่ยงไม่เสียภาษี, การขายของป่า เป็นต้น

          ในบทความชิ้นนี้ จะเป็นการนำเสนออาชญากรรมประเภทที่มีการกระทำผิดซ้ำมากที่สุดปรากฏตามสื่อต่างๆในประเทศไทย เช่นคดี คดียาเสพติด, คดีเกี่ยวกับทรัพย์ และคดีเกี่ยวกับการประทุษร้ายร่างกาย(รวมถึงคดีล่วงละเมิดทางเพศ หรือข่มขืนด้วย) เรียงตามลำดับ การก่อเหตุซ้ำ จากคดีที่เกิดการกระทำผิดซ้ำมากที่สุด ไปน้อยที่สุด จากการศึกษาเปรียบเทียบไม่เพียงแค่เรือนจำเท่านั้นที่มีสถิติการกระทำผิดซ้ำ แต่ในสถิติของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ก็เช่นกัน คดีที่มีการกระทำผิดซ้ำมากที่สุดคือคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ในปี 2554 พบว่ามีคดีเด็กกระทำผิดซ้ำสูงสุดถึงร้อยละ  39.50 และ สูงถึง 13,845 คดี รองลงมาเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์ 7,078 คดีหรือร้อยละ 20.19 นอกจากนี้เป็นการกระทำผิดในสถานอื่นๆเช่นความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายความผิดเกี่ยวกับอาวุธและวัตถุระเบิดและความผิดเกี่ยวกับเพศ[4]

ในรายงานชิ้นนี้ขอนำเสนอข่าวที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ และ จะนำมาวิเคราะห์โดยทฤษฎีทางอาชญาวิทยา เพื่อค้นหาสาเหตุของการกระทำผิดซ้ำ ด้วยการใช้ทฤษฎีทางอาชญาวิทยามาอธิบาย และวิเคราะห์หาคำตอบของ สาเหตุนั้นๆ เริ่มต้นด้วยคดีที่มีการกระทำผิดซ้ำมากที่สุดนั่นก็คือคดีเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะจากสถิติในประเทศไทยนั้น ทั้งเรือนจำในประเทศไทยและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ต่างก็มีสถิติการกระทำผิดซ้ำของนักโทษและเด็กที่ถูกคุมประพฤติอยู่ในสถานพินิจ ที่ก่อเหตุซ้ำๆจากคดียาเสพติดสูงมากที่สุด[5]

พาดหัวข่าว: ตร.กรุงเก่า รวบ 2 หนุ่มเพิ่งพ้นโทษ ค้ายาซ้ำ ยึดยาบ้ากว่า 2 หมื่นเม็ด

 

 

 

 

 

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 16:57 น.

“ตร.กรุงเก่ารวบแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลางยาบ้า 2 หมื่นกว่าเม็ด ยาไอซ์ 2 กรัม อาวุธปืน ทั้งอายัดทรัพย์สินได้ล้านกว่าบาท โดยเคยต้องโทษคดียาเสพติด เมื่อพ้นโทษก็ได้ร่วมกันเป็นผู้ค้า”

          โดยรายละเอียดของคดีมีดังนี้ ที่สถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันจับกุมนายศักดิ์ดา หงส์สุวรรณ อายุ 51 ปีและนายสมภพ พฤกษ์ประมูล อายุ 51 ปีในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าและยาไอซ์ พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 20,341 เม็ดยา ไอซ์จำนวน 20 กรัมปืนยาว 1 กระบอกปืนพกสั้นจำนวน 3 กระบอกกระสุนปืนรวม 150 นัด เงินสด 28,000 บาททรัพย์สินที่ตรวจอายัดกว่า 9 รายการมูลค่าประมาณ 1 ล้าน 1 แสนบาทและได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาแถลงข่าวจาก การสอบสวนทราบว่าศักดาและนายสมภพ ไปรู้จักกันสมัยที่ถูกจำคุกที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ในคดีค้ายาเสพติดและเมื่อพ้นโทษมาได้ไม่นานนัก ก็ได้กลับเข้ามาร่วมกันค้ายาบ้าอีกครั้งโดยนายสมภพรู้จักกับนายโตชาว เมียนมาร์ จึงติดต่อสั่งซื้อครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2560 จำนวน 20 มัดเดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 50 มัดในราคามัดละ 45,000 บาทแล้วนำมาจำหน่ายอะไรในราคามัดละ 75,000 บาทโดยค่าเงินค่ายาจะจ่ายผ่านบัญชีธนาคารของเครือข่าย ส่วนการรับยาบ้านั้น นายศักดาเป็นผู้รับไป โดยจะมีคนมาวางไว้ริมถนนเส้นทางตัดผ่านสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อได้ยาแล้วก็นำมาเก็บพักไว้ที่บ้านพักที่เกิดเหตุ กำไรที่ได้จากการจัดจำหน่ายก็จะแบ่งกันคนละครึ่ง

          วิเคราะห์จากรูปคดี โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับยาเสพติด อาชญากรรมประเภทนี้เป็นอาชญากรรมแบบมืออาชีพหรือ Professional Crime[6] คืออาชญากรรมที่ผู้ประกอบอาชญากรรมมีรายได้หลักจากการประกอบอาชญากรรม หนึ่งในลักษณะสำคัญของอาชญากรรมมืออาชีพนั้นคือ มีทักษะหรือมีความชำนาญในการประกอบอาชญากรรม และ มีรายได้หลักจากการประกอบอาชญากรรม และในบางครั้งอาจมีการดำเนินงานในรูปแบบของอาชญากรรมองค์กรที่มีการแบ่งงานภาระหน้าที่ในองค์กรอย่างชัดเจน ซึ่งตรงกับลักษณะของคดีนี้อย่างชัดเจน โดยที่ผู้กระทำผิดมีรายได้หลักจากการประกอบอาชญากรรมมีความชำนาญในการประกอบอาชญากรรมและมีการแบ่งภาระหน้าที่ในการทำอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยหลักในการประกอบอาชญากรรมประเภทยาเสพติดนี้ เนื่องจาก เป็นวิธีที่หาเงินปริมาณมากได้ในเวลาอันสั้น ปัจจัยทางเศรษฐกิจจึงมีผลกระทบโดยตรงกับอาชญากรรมประเภทยาเสพติด เมื่อหาเงินได้ง่ายก็จะเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เกิดอาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติด

          ซึ่งตรงกับลักษณะของคดีนี้อย่างชัดเจน โดยที่ผู้กระทำผิดมีรายได้หลักจากการประกอบอาชญากรรมมีความชำนาญในการประกอบอาชญากรรมและมีการแบ่งภาระหน้าที่ในการทำอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจัยหลักในการประกอบอาชญากรรมประเทศประเภทยาเสพติดนี้ เนื่องจาก เป็นวิธีที่หาเงินปริมาณมากได้ในเวลาอันสั้นปัจจัยทางเศรษฐกิจจึงมีผลกระทบโดยตรงกับอาชญากรรมประเภทยาเสพติด

          ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับผู้หญิงไทยพบว่าผู้หญิงติดคุกเพิ่มขึ้นทุกปีและต้องใช้ชีวิตอยู่ในคุกจำนวนมาก สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยหรือ TIJ (Thailand Institute of Justice)[7] ได้นำเสนอ[8]ภาพรวมกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดหญิงและผู้ต้องขังหญิงในไทย จากสถิติข้อมูลการกระทำผิดของผู้หญิงเดิมผู้ชายทำความผิด 10 คนมีผู้หญิงทำความผิด 1 คนปัจจุบันพบว่า ผู้ชายทำความผิด 4 คนมีผู้หญิงทำผิด 1 คนเฉลี่ยแล้วประมาณ 20 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ต่างมีสาเหตุทำให้ตัวเลขถูกบันทึกเพิ่มขึ้น และใน ภาพรวมของสถิติผู้ต้องขังหญิงทั่วโลกก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกันกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ไทยมีผู้ต้องขังทั่วประเทศทั้งสิ้น 288,410 คนแยกเป็นผู้ต้องขังหญิงจำนวน 39,337 คน เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดจำนวน 31,695 คนคิดเป็น 14 เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังทั้งหมด

          ทฤษฎีทางอาชญาวิทยาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทฤษฎีแรก จากคดีดังกล่าว สอดคล้องกับทฤษฎีพันธะทางสังคมของ ทราวิส เฮอร์ชี่ (Travis Hirschi) นักอาชญาวิทยาได้มีการพัฒนาทฤษฎีควบคุมจำนวนมาก แต่ทฤษฎีควบคุมที่นับว่าได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการอาชญาวิทยาก็คือ ทฤษฎีพันธะทางสังคม หรือ Social Bonding Theory เฮอร์ชี่ได้โต้แย้งว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายแรงจูงใจหรือแรงกระตุ้นของพฤติกรรมอาชญากรรม เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์โลกที่มีความสามารถโดยธรรมชาติที่จะประกอบอาชญากรรมอยู่แล้วดังนั้นจึงควรหาคำตอบว่าเหตุใดบุคคลจึงไม่ก่ออาชญากรรม เขาได้เสนอทฤษฎีควบคุมโดยมีใจความสำคัญว่า “บุคคลที่มีความผูกพันกับองค์การหรือกลุ่มในสังคมซึ่งได้แก่ครอบครัวโรงเรียน เพื่อนฝูงมักจะมีแนวโน้มที่จะไม่ประกอบอาชญากรรม” หลักสำคัญของทฤษฎีนี้คือพันธะทางสังคมหรือความผูกพันกับสังคมแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือความผูกพัน ข้อผูกมัด การเข้าร่วม และความเชื่อ ถ้าบุคคลมีความสัมพันธ์กับสังคมน้อยก็จะมีแนวโน้มที่จะประกอบอาชญากรรมมาก ตัวอย่างจากคดีนี้แสดงให้เห็นว่าหลังจากพ้นโทษผู้ต้องหาทั้งสองคนไม่ได้มีความผูกพันกับครอบครัวไม่ได้คิดถึงอนาคต หรือวางแผนที่จะเริ่มทำงานสุจริต เมื่อพ้นโทษออกมาได้วางแผนก่ออาชญากรรมทันทีหลังจากพ้นโทษ เห็นได้ว่ามีความผูกพัน กับสังคมน้อยและมีความเชื่อที่ผิดผิดว่าการประกอบอาชญากรรมเป็นสิ่งที่รับได้

          และอีกทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์คดีนี้ก็คือ ทฤษฎีการคบหาสมาคมที่แตกต่างของ Edwin Sutherland  หรือ The differential associations theory จากรายละเอียดของคดีจะพบว่า ผู้ต้องหา 2 คนนี้ พบกันในเรือนจำและชักชวนกัน ก่ออาชญากรรมหลังพ้นโทษ ตรงกับทฤษฎีการคบหาสมาคมที่แตกต่างของ Sutherland  โดยเขาได้อธิบายไว้ว่า บุคคลทุกคนไม่สามารถเป็นขโมยมืออาชีพได้การที่จะเป็นขโมยมืออาชีพบุคคลต้องได้รับการยอมรับให้เข้ากลุ่มมิจฉาชีพก่อนแล้วจึงจะได้รับการปลูกฝังหรือสั่งสอนวิธีในการประกอบอาชญากรรมดังนั้น เมื่อคุกเป็นสถานที่ที่ผู้กระทำผิดเจอกัน หรือรู้จักกันก็จะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ต่างๆที่ตนเคยกระทำผิดมา เป็นการแลกเปลี่ยนวิธีประกอบอาชญากรรมนำไปสู่การวางแผนที่จะก่ออาชญากรรมร่วมกัน หลังจากพ้นโทษดังที่ทราบในข่าว

 

รวบเดนคุก-ติดพนัน ลักทรัพย์ตามห้องพัก[9]

 

 

 

 

 

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ม.ค. 2559

“สืบสวน สน.อุดมสุข รวบโจรย่องเบาตระเวนลักทรัพย์ตามอพาร์ตเมนต์ตอนเช้าตรู่ ไล่หาห้องเหยื่อที่เผลอไม่ได้ล็อกประตู ก่อนเข้าไปขโมยของเอาแม้กระทั่งที่ชาร์จโทรศัพท์ เคยถูกจับทำนองเดียวกัน 4 คดี ติดตะรางเพิ่งพ้นโทษออกมาแต่ไม่เข็ด ตำรวจรื้อแฟ้มประวัติเก่าตามจับได้ พร้อมหลักฐานสำคัญรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ รับสารภาพ หวนเป็นตีนแมวเพราะติดหนี้พนัน”

          จากข่าวข้างต้นเป็นคดีที่เกิดขึ้นในเขตกองบัญชาการตำรวจนครบาล มีการแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนพร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ Honda Scoopy I สีขาวน้ำเงินทะเบียน 3 กธ 6367 กรุงเทพมหานคร หมวกกันน็อคเต็มใบสีเทา และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เจ้าของคดีกล่าวว่าในช่วงระยะเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา ท้องที่สถานีตำรวจอุดมสุข มีคดีลักทรัพย์ภายในหอพักและอพาร์ทเม้นท์เกิดขึ้นหลายคดี คนร้ายมักก่อเหตุช่วงเวลาตี 5 ถึง 7 นาฬิกา จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในหอพักบริเวณแยกสวนมหาดไทยพบคนร้ายเป็นชาย 1 คนทราบภายหลังชื่อนาย สมมาตร  เคยก่อเหตุทำนองดังกล่าวมาแล้ว 4 คดีและหลังจากพ้นโทษครั้งนี้ทำมาแล้วทั้งหมด 7 ครั้ง ย่านประเวศ, พระโขนงและลาดกระบัง เลือกอพาร์ทเม้นท์ที่มีค่าเช่าราคาถูก และการรักษาความปลอดภัยไม่ดี ทรัพย์ที่ขโมยไปนั้นมีทั้งโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จมือถือ และอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นต้น

คดีนี้เป็นคดีเช่นเดียวกันกับคดีข้างต้น เนื่องจากแรงจูงใจมากจากการที่อยากได้เงิน หรือทรัพย์สินโดยวิธีมักง่าย ได้ผลเร็ว ในกรณีนี้ผู้ต้องหาได้กระทำผิดมาก่อนถึง 4 ครั้ง เข้าข่ายการกระทำผิดซ้ำที่มากกว่า 3 ครั้งโดยในขณะที่ก่อเหตุ ผู้ต้องหาเองก็เพิ่งจะพ้นโทษจากคดีในลักษณะเดียวกันระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน และจึงก่อเหตุซ้ำอีก ทฤษฎีทางอาชญาวิทยาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทฤษฎีแรก คือ อาชญากรรมติดนิสัย หรือ Habitual[10] Crime  อาชญากรรมติดนิสัยคืออาชญากรรมที่ผู้กระทำผิดติดเป็นนิสัย ไม่สามารถแก้ไขได้  โดยมีการกระทำผิดซ้ำซากแม้จะมีการแก้ไขฟื้นฟูด้วยวิธีต่างๆซึ่งจะมีความแตกต่างคืออาชญากรรมที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ซึ่งจากรายละเอียดของ คดีนี้นั้นตรงกับ ทฤษฎีทางอาชญาวิทยาในประเภทอาชญากรรมติดนิสัย เพราะเมื่อผู้กระทำผิดหรืออดีตผู้ต้องหา ได้พ้นโทษออกมาจากเรือนจำ ได้ไม่นาน ก็กลับมา ประกอบอาชญากรรมซ้ำอีก โดยการบำบัดหรือฟื้นฟูในทัณฑสถานนั้น ไม่สามารถทำให้ อาชญากรติดนิสัย เลิกกระทำผิดซ้ำซากได้ ยังกลับมากระทำผิดซ้ำๆในคดีเดิม บวกกับเป็นหนี้พนันจำนวนมาก ผู้ต้องหาจึงไม่ลังเลที่จะก่ออาชญากรรมซ้ำอีกแม้ว่าจะเพิ่งพ้นโทษไปไม่นานก็ตาม

อีกหนึ่งทฤษฎีที่สามารถนำมาอธิบายคดีนี้ได้แก่ ทฤษฎีกิจวัตรประจำวัน หรือ Routine Activity[11] โดย Cohen and Felson นักอาชญาวิทยาได้ให้ความหมายของปกติวิสัย(Routine) คือกิจวัตรหรือการกระทำใดของบุคคลที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือเป็นประจำ เช่นการออกไปทำงานปล่อยให้ห้องเช่า หรือบ้านไม่มีคนเฝ้าผู้กระทำผิดก็จะสังเกต ทำการดูลาดเลา และเข้าไปก่อเหตุเนื่องจากรู้เวลาที่แน่นอนของเหยื่อ นั่นเอง การป้องกัน อาชญากรรมประเภทนี้ต้องอาศัยการเปลี่ยน กิจกรรม เปลี่ยนเวลา การเข้าออก-เคหะสถาน หรือที่อยู่อาศัย ให้ไม่ซ้ำกันและไม่สามารถคาดเดาได้ หรือถ้ามีเหตุจำเป็นที่จะต้องทิ้งที่อยู่อาศัยเป็นเวลานาน ก็สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดวิทยุหรือเปิดไฟฟ้าทิ้งไว้ให้เสมือนกับ มีคนอยู่ตลอดเวลา หรือ ให้เพื่อนบ้าน คอยช่วยกันสอดส่องความปลอดภัย ในละแวกที่อยู่อาศัยร่วมกัน

การมีปฏิสัมพันธ์หรือความผูกพันกับสังคมที่แนบแน่น เปรียบเสมือนเกราะป้องกันอาชญากรรม ให้แก่สังคม เนื่องจาก เมื่อประชาชนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น กับ เพื่อนบ้าน หรือผู้ที่อาศัยอยู่ละแวกเดียวกัน ก็จะมีการสอดส่อง ดูแลความเรียบร้อยปลอดภัย ให้กันและกัน จะทำให้แนวโน้มการเกิดอาชญากรรม ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้ชัดใน ยกตัวอย่างเช่นในสังคมชนบทที่ชาวบ้าน หรือประชาชน มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น เมื่อเกิดเหตุใดใด คนในละแวกหมู่บ้านหรือคนในหมู่บ้านเองก็จะรับรู้ข่าวสารได้อย่างทันท่วงที และมีมาตรการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้น ต่างจากสังคมเมือง ที่ผู้คน แยกกันอยู่ ความสัมพันธ์ของ บุคคลที่อาศัยอยู่ในสังคมเมืองนั้น ไม่มีความแน่นแฟ้น หรือมีการปฏิสัมพันธ์น้อยมาก แทบจะไม่มีการ interact  กันเลย เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมหรือเหตุไม่คาดฝัน แม้ว่าจะเป็นบ้านที่อยู่ติดกัน เพื่อนบ้านก็มิอาจรู้ได้เนื่องจาก ไม่ได้มีกิจวัตร หรือการปฏิสัมพันธ์ประจำวันกับ ผู้ที่อยู่อาศัยในละแวกเดียวกัน ดังเช่นสังคมชนบท

ล่าหื่นเดนคุก ลวง ด.ญ. 9 ขวบ ช่วยสำเร็จความใคร่ พบอาจติดเชื้อ HIV[12]

“สถานีตำรวจภูธรตาดโตนเมืองสกลนครกำลังจัดกำลังเร่งล่า ไอ้หื่นเดนคุกลวงเด็กหญิง 9 ขวบไปข่มขืนแต่ไม่สำเร็จเลยบังคับให้ใช้ปากช่วยสำเร็จความใคร่พบอาจติดเชื้อ HIV พร้อมพาเด็กตรวจอย่างละเอียด”

          วันที่ 7 มิถุนายนพนักงานสอบสวนอำเภอเมืองจังหวัดสกลนครพร้อมชุดสืบสวน ออกไล่ล่าเพื่อจับกุมตัวนายณัฐชัย ดากาวงศ์อายุประมาณ 35 ปีชาวบ้านกกส้มโฮง เขตเทศบาลนครสกลนคร หลังก่อเหตุล่อลวงเด็กหญิงบี (นามสมมติ) อายุ 9 ปี โรงเรียนแห่งหนึ่ง ไปกระทำอนาจารและข่มขืนเหตุเกิดที่บ้านดงยอ ตำบลพังขว้างอำเภอเมืองเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 เวลาประมาณ 17.30 น.

          รายละเอียดคดีนี้มีดังนี้วันเกิดเหตุเด็กหญิงบี ยืนเล่นอยู่บนถนนในหมู่บ้าน ได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างท้วม ผิวคล้ำ ชื่อเล่นว่า “นัด” ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหลอกว่าจะพาไปหาตายาย เมื่อเด็กหลงเชื่อยอมขึ้นรถไปด้วย แต่คนร้ายกลับพาไปที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายซึ่งอยู่ใกล้หมู่บ้าน จากนั้นก็ลงมือทำอนาจารโดยพยายามใช้อวัยวะเพศสอดใส่ แต่ไม่สำเร็จจึงให้เด็กหญิงบีใช้ปากสำเร็จความใคร่ให้ หลังก่อเหตุข่มขู่ไม่ให้ไปบอกใครจากนั้นหลบหนีไป แต่เด็กหญิงบีได้มาบอกพ่อแม่ ผู้ปกครองให้ทราบ จากนั้นได้เข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสกลนครด้วย และพึ่งจะโผล่พ้นโทษออกมาในคดีเดียวกันนอกจากนี้ยังทราบว่าคนร้ายมีประวัติติดเชื้อ HIV เป็นห่วงว่าเด็กหญิงเคราะห์ร้ายจะติดเชื้อไปด้วย ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวเด็กหญิงบีไปตรวจหาร่องรอยการข่มขืนโดยละเอียดที่โรงพยาบาลสกลนคร นอกจากนี้จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทำให้ครูอาจารย์ตามโรงเรียนต่างๆแจ้งให้ผู้ครองและเด็กระวังตัวอย่าเดินคนเดียวหรือไปกับคนแปลกหน้า[13]

          คดีนี้มีรายละเอียดดังนี้วันเกิดเหตุเด็กหญิงบียืนเล่นอยู่บนถนนในหมู่บ้านได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างท้วมผิวคล้ำชื่อเล่นว่านัดขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหลอกว่าจะพาไปหาตายายเมื่อเด็กหลงเชื่อยอมขึ้นรถไปด้วยแต่คนร้ายกลับพาไปที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายซึ่งอยู่ใกล้หมู่บ้านจากนั้นก็ลงมือทำอนาจารโดยพยายามใช้อวัยวะเพศสอดใส่แต่ไม่สำเร็จจึงให้เด็กหญิงลีใช้ปากสำเร็จความใคร่ให้หลังก่อเหตุข่มขู่ไม่ให้ไปบอกใครจากนั้นหลบหนีไปแต่เด็กหญิงบีได้มาบอกพ่อแม่ผู้ปกครองทราบจากงานเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับของสถานีภูธรเมืองอำเภอสกลนครด้วยพึ่งจะโผล่พ้นโทษออกมาในคดีเดียวกันนอกจากนี้ยังทราบว่าคนร้ายมีประวัติติดเชื้อ HIV เป็นห่วงว่าเด็กหญิงเคราะห์ร้ายจะติดเชื้อไปด้วยขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวเด็กหญิงดีไปตรวจหาร่องรอยการข่มขืนโดยละเอียดที่โรงพยาบาลสกลนครนอกจากนี้จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทำให้ครูอาจารย์ตามโรงเรียนต่างๆแจ้งให้ผู้ครองและเด็กระวังตัวอย่าเดินคนเดียวหรือไปกับคนแปลกหน้า

          การมีปฏิสัมพันธ์หรือความผูกพันกับสังคมที่แนบแน่น เปรียบเสมือนเกราะป้องกันอาชญากรรม ให้แก่สังคม เนื่องจาก เมื่อประชาชนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น กับ เพื่อนบ้าน หรือผู้ที่อาศัยอยู่ละแวกเดียวกัน ก็จะมีการสอดส่อง ดูแลความเรียบร้อยปลอดภัย ให้กันและกัน จะทำให้แนวโน้มการเกิดอาชญากรรม ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้ชัดใน สังคมชนบทที่ชาวบ้าน หรือประชาชน มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น เมื่อเกิดเหตุใดใด คนในละแวกหมู่บ้านหรือคนในหมู่บ้านเองก็จะรับรู้ข่าวสารได้อย่างทันท่วงที และมีมาตรการรับมือ กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้น ต่างจากสังคมเมือง ที่ผู้คน แยกกันอยู่ ความสัมพันธ์ของบุคคลที่อาศัยอยู่ในสังคมเมืองนั้น ไม่มีความแน่นแฟ้น หรือมีการปฏิสัมพันธ์น้อยมาก แทบจะไม่มีการปฏิสัมพันธ์กันเลย เมื่อเกิดเหตุ อาชญากรรมหรือเหตุไม่คาดฝัน แม้ว่าจะเป็นบ้านที่อยู่ติดกัน เพื่อนบ้านก็มิอาจรู้ได้เนื่องจาก ไม่ได้มีกิจวัตร หรือการปฏิสัมพันธ์รายวันกับ ผู้ที่อยู่อาศัยในละแวกเดียวกัน ดังเช่นสังคมชนบท

          การข่มขืนกระทำชำเรา[14] Forcible Rape การข่มขืนกระทำชำเราถือว่าเป็นอาชญากรรมทางเพศอย่างหนึ่งการข่มขืนอาจจะกระทำโดยคนแปลกหน้าหรือคนคุ้นเคยกันก็ได้การข่มขืนโดยคนแปลกหน้าเป็นการแสดงความก้าวร้าวความต้องการทางเพศเป็นแรงจูงใจอันดับ 2 เหยื่อของการข่มขื่นใจจะอายุเท่าไหร่ไม่สำคัญอาจจะมีอายุตั้งแต่ 8 ปีถึง  80 ปีเลยก็ได้สวยหรือน่าเกลียดหรือเชื้อชาติใดก็ได้ Groth ได้แบ่งการขมขืนไว้ 3 ชนิดคือ 1.การใช้กำลังมีการทุบตีและแสดงความมีอำนาจเหนือเหยื่อแสดงออกถึงความเป็นผู้ชาย 2. ทำด้วยความโกรธเพราะผู้หญิงเคยทำให้เขาเดือดร้อนมาก่อน 3. การข่มขืนโดยมีนิสัยทารุณเพราะชอบทรมานและทารุณผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงอยู่ในฐานะต่ำต้อย รู้สึกตื่นเต้นที่ได้กระทำเช่นนั้น ซึ่งในคดีนี้จัดอยู่ในประเภทที่ 3 คือการข่มขืนเพราะนิสัยทารุณ เพราะเหยื่อและผู้ทำผิดไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและเหยื่อมีอายุเพียงแค่ 7 ปีดังนั้นจึงเป็นการทารุณผู้หญิงและทรมานเด็กอายุ 7 ปี

          และด้วยการเลือกเหยื่อที่เป็นเด็ก จึงมีความน่าสนใจที่จะนำอีกทฤษฎีคือ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์[15] (The psychoanalytic theory)  ของซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) ซึ่งประกอบด้วย ID EGO และ SEPER EGO ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ได้อธิบายว่าบุคลิกภาพของบุคคลสามารถแบ่งแยกได้เป็น 3 ส่วนคือ 1. ID หรือสันดานดิบเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความต้องการและแรงขับตามสัญชาตญาณเช่น ความต้องการทางเพศความต้องการอาหาร จิตส่วนนี้จะก่อให้เกิดพฤติกรรมนานาชนิด เป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่เกิดที่ส่วนนี้เรียกว่าจิตใต้สำนึกแรงขับได้ดำเนินไปโดยปราศจากการควบคุม เป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในสังคมเพราะสังคมดำรงอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรมแต่เมื่อคนเราค่อยๆเจริญเติบโตขึ้นก็มีการตระหนักรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเองมากขึ้น   2. Ego  หรืออัตตาความเป็นตัวตน เป็นตัวตัดสินว่าควรจะทำอย่างไรทั้งนี้เพราะได้ตระหนักรู้ถึงสภาพแวดล้อมรอบๆตัว อัตตาพิจารณาถึงความต้องการของ ID ด้วยทั้งนี้เพื่อจะทำให้เกิดความพอใจให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยพยายามหลบเลี่ยงความเจ็บปวดอันเกิดจากการกระทำของสิ่งแวดล้อมอาจกล่าวได้ว่า อัตตาคือตัวตระหนักรู้ความต้องการของตนเองและเข้าใจสิ่งแวดล้อม 3. Super ego หรือวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นเมื่อบุคคลเข้าสู่วัยรุ่นเป็นผลมาจากกระบวนการของการเรียนรู้โดยเฉพาะในเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม Super ego เป็นตัวคุมอัตตาให้คำนึงถึงความมีมาตรฐานในการประพฤติจิตส่วนนี้ถือเป็นสติสัมปชัญญะของบุคคลโดยพื้นฐานแล้ว ID เป็นองค์ประกอบในทางชีวภาพ Ego เป็นองค์ประกอบในทางจิตภาพและ Super Ego เป็นองค์ประกอบในทางสังคมภาพ

          คดีนี้จะเห็นได้ชัดว่า ผู้ต้องหามีแรงขับทางเพศ หรือความอยากที่จะมีเพศสัมพันธ์โดยเรียกว่า ID หรือสันดานดิบ แต่ Ego และ superego ของผู้กระทำผิดรายนี้ ไม่สามารถพัฒนาจนสามารถควบคุมตนเองได้ให้อยู่ในศีลธรรมหรือวัฒนธรรมของสังคมเมื่อ ID มีชัยชนะเหนือ EGO หรือ SUPEREGO จึงทำให้ก่ออาชญากรรมขึ้น

องค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้[16] ทำหน้าที่ไปตามวิธีการของตนและทำงานด้วยกันในภาวะแห่งความผูกพันกันเพื่อให้เกิดพฤติกรรมที่เป็นปกติถูกต้องตามบรรทัดฐานของสังคม แต่เมื่อใดที่ไม่เกิดภาวะผูกพันก็จะเกิดสำแดงที่ผิดปกติเกิดภาวะเบี่ยงเบนหรืออาชญากรรม ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ตีความว่าสาเหตุของอาชญากรรมเกิดจากความผกบกพร่องในด้านพัฒนาของ Ego หรือ super ego เป็นผลให้ขาดความสามารถที่จะควบคุม ID นั่นเอง เมื่ออาชญากรรมเกิดขึ้นสามารถกล่าวสรุปได้โดยว่าไอดีมีชัยชนะเหนือ Ego และ superego นั่นเองจึงถือได้ว่า Ego และ superego พัฒนาไม่เต็มที่จึงต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของ ID

          ทฤษฎีที่จะนำมาวิเคราะห์คดีนี้ได้แก่ทฤษฎีบุคลิกภาพหรือ[17] Personality Theory ทฤษฎีบุคลิกภาพถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับทฤษฎีจิตวิเคราะห์ เนื่องจากว่ามีแนวความคิดเหมือนกันที่ว่าพฤติกรรมเบี่ยงเบนอันเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่อาจแสดงให้เห็นถึงปัญหาภายในตัวบุคคลนั้น ดังนั้นการนำทฤษฎีนี้ไปประยุกต์ก็จะมุ่งเน้นในการบำบัดรักษาเพื่อแก้ไขบุคคลมากกว่าการลงโทษ อิทธิพลของทฤษฎีจิตวิเคราะห์และทฤษฎีบุคลิกภาพนั้นพบเห็นได้ทั่วไปในหน่วยงานของกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในการดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชน ที่มุ่งเน้นการแก้ไข มากกว่าการลงโทษหรือพฤติกรรม รวมทั้งอาชญากรที่มีบุคลิกภาพที่ผิดปกติแตกต่างจากบุคคลธรรมดาซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมก็ได้[18] หนึ่งในทฤษฎีแนวนี้อธิบายว่าพฤติกรรมอาชญากรรมเป็นการแสดงออกของบุคลิกภาพที่แตกต่างจากบุคคลปกติ เช่นการขาดความสามารถในการระงับอารมณ์ความก้าวร้าว หรือ การไม่สามารถระงับอารมณ์ทางเพศ ได้เป็นต้น

          การวิเคราะห์ทฤษฎีอาชญาวิทยาอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายเหตุที่เกิดข้างต้น จึงต้องนำทฤษฎีทางจิตวิทยามาบูรณาการและอธิบายถึงความบกพร่องของผู้กระทำความผิดเช่นทฤษฎี ทางจิตวิทยาเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่บกพร่อง[19] หลักเกณฑ์การพิจารณาความเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดีสรุปได้ดังนี้ สุขภาพจิตดีหมายถึงคนที่มีความสามารถปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆได้อย่างมีความสุข มีความรับผิดชอบมีลักษณะยืดหยุ่นเข้ากับผู้อื่นได้มีความพอใจและยินดีในความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ ไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์ กลัวโกรธ, รัก, อิจฉา ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตนักจิตวิทยาหลายท่านได้กล่าวถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตที่บกพร่องไว้ดังนี้ ปัจจัยใหญ่ๆคือพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม อิทธิพลของพันธุกรรมคือสิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดจากพันธุกรรม การทำงานของต่อมไร้ท่อต่างๆผิดปกติ และสมองที่เกิดขึ้นในขณะคลอดหรือภายหลังคลอดมีความพิการ ความเข้าใจและการยอมรับตนเอง การอบรมเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมในบ้าน และลักษณะของครอบครัวจะมีอิทธิพลและผลต่อสุขภาพจิตมากที่สุด ถ้าครอบครัวมีความอบอุ่น บุคคลก็จะมีการนับถือตนเองเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น สามารถแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี จากคดีดังกล่าวการกระทำชำเรานั้นกระทำต่อเด็ก อายุ 7 ปีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เป็นการกระทำชำเรา ที่มากกว่าการ กระทำชำเราทั่วไปเพราะมีการเลือกเหยื่อที่เป็นเด็ก อายุน้อย จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับความที่ผู้กระทำผิดมีจิตที่บกพร่องขาดความตระหนักรู้ตัว และไม่สามารถควบคุมตนเองได้

          คดีประเภทนี้ ต้องอาศัยการบำบัดฟื้นฟูทดแทนการ ลงโทษ หรือ ตัดสินจำคุก เพราะอาชญากรประเภทนี้เป็นอาชญากรที่ไม่สามารถระงับความก้าวร้าวหรือระงับอารมณ์หรือความใคร่ของตนเองได้ สามารถจัดไว้ในหมวดหมู่ของผู้ที่ป่วยมีอาการทางจิต ไม่สามารถรับการบำบัดฟื้นฟูแบบการจำคุกหรือลงโทษตามกฎหมายได้ ขณะก่อเหตุอาจจะมีสติสัมปชัญญะหรือไม่มีก็ได้ในขณะก่อเหตุ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยการบำบัด และฟื้นฟู ทางด้านสุขภาพจิต โดยอาจจะมีการควบคุมตัวไว้ที่โรงพยาบาล ปรับความคิด ให้ยาปรับเคมีในสมอง เพื่อที่จะทำให้อาชญากรประเภทนี้มีพฤติกรรมที่ไม่เป็นภัยอันตรายต่อสังคม และสามารถควบคุมตนเองได้สามารถหางานทำได้ โดยไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม

 

 

อีกหนึ่งคดีที่จะนำเสนอคือคดีที่สร้างความโกรธแค้นและสะเทือนขวัญให้กับสังคมเป็นอย่างมากได้แก่      

คดีฆาตกรรมอำพราง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2560[20]

 

 

 

 

 

 

          จากคดีที่คาดว่าเป็นฆาตกรรมอำพราง นายนิรันดร์ สร้อยสูงเนิน หรือ รัน หนุ่มหล่อชัยภูมิ อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลับนอร์ทกรุงเทพ ถูกพบกลายเป็นศพฝังดินกลางไร่มัน ท้ายหมู่บ้านโสกตลับ อ.เมืองชัยภูมิ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับหลังกลับมาเกณฑ์ทหาร วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา และในโลกโซเชียลได้มีการแชร์เพื่อตามหาตัว แต่สุดท้ายกลายเป็นศพถูกฆ่า ถูกเผา และถูกฝังดินเพื่ออำพราง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งไปที่เพื่อนหนุ่มคนสนิท และทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนาย ตัว นายวัชระ หรือน็อต ได้แล้ว โดยนำตัวไปสอบปากคำที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งว่าไปพบนายนิรันดร์เหยื่อได้อย่างไร นอกจากนี้ยังพบว่าทั้ง นายวัชระ หรือ น็อต และ นายสาทิตย์ หรือ หมูหยอง มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ นายน็อตถูกจับตัวได้แล้ว ส่วนสาทิตย์นั้นยังอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวนายหมูหยองได้แล้ว

          นายหมูหยอง ได้ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ตนรู้จักกับนายนิรันดร์ มาตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยการเล่นโปรแกรม bigo ในโซเชียลกลุ่มเพื่อนชายอย่างบังเอิญ และได้มีการพูดคุยกันมาตลอด จากนั้นวันที่ 8 เม.ย. จึงได้วางแผนร่วมกับนายวัชระ พี่ชายที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ว่าให้หลอกมาหาเพื่อจะฆ่าชิงทรัพย์เพราะผู้ตายมีรถเก๋ง โดยมีการวางแผนร่วมกันมาตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน โดยมีการเตรียมจอบและเสียมไว้ จากนั้นตนได้พาผู้ตายไปที่ห้องพัก ก่อนจะลงมือแทงจนเสียชีวิตแล้วนำผ้ามาห่อศพไว้ ก่อนจะไปรับพี่ชายมาอุ้มศพขึ้นรถไปเผาแล้วฝังซ้ำอีกที ส่วนสาเหตุที่ต้องฆ่าเพราะอยากได้รถผู้ตายไปขายแล้วนำเงินไปซื้อบิ๊กไบค์ขับนั่นเอง

 

ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าสอบถามถึงสาเหตุเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสร็จ จึงย้อนถามความรู้สึกผู้ต้องหาว่าเสียใจไหมที่ฆ่าคนอื่นตาย สงสารพ่อแม่เขาไหม พร้อมที่จะขอโทษพ่อแม่ผู้ตายไหม นี่คือคำตอบ

หลังจากสอบปากคำเครียดนานตั่งแต่เมื่อวานเป็นต้นมา วันนี้นักข่าวได้ถามคำถามหมูหยอง มือแทงน้องรัน

นักข่าว-ทำไมถึงต้องฆ่า

คนร้าย-อยากได้รถ

นักข่าว-รู้สึกเสียใจไหมที่ทำลงไป

คนร้าย -เฉยๆอะ ไม่รู้สึกไร ก็เหมือนฆ่า มด ฆ่า ปลา

นักข่าว-อยากจะขอโทษพ่อแม่เขาไหม

คนร้าย-ไม่อะ ขอโทษไปก็ไม่มีประโยชน์[21]

                                                                                      นายหมูหยอง

          จากบทสัมภาษณ์ สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้กระทำผิดไม่มีความสำนึกหรือรู้สึกว่าการกระทำที่กระทำลงไปนั้นเป็นความผิดและไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของสังคม ผู้กระทำผิดได้ปล่อยให้สันดานดิบหรือความอยากได้ อยากมี ความโลภครอบงำจนไม่สามารถควบคุมตนเองได้อีกครั้ง ยังสะท้อนให้ถึง ความผิดปกติทางจิตหรือความบกพร่องทางจิตที่สั่งสมมาจาก การเลี้ยงดูสถาบันครอบครัวตั้งแต่วัยเยาว์นั้นเอง

          ผลสรุปของการวิเคราะห์ข่าวโดยนำทฤษฎีทางอาชญาวิทยามาใช้วิเคราะห์นั้น ท้ายที่สุดแล้ว ทฤษฎีที่สามารถอธิบายการกระทำผิดของอาชญากรที่กระทำผิดซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติด คดีเกี่ยวกับทรัพย์ ลักขโมยวิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือคดีประทุษร้าย รวมถึงคดีกระทำชำเรานั้นล้วนเกี่ยวข้องกับทฤษฎีตีตราทั้งสิ้น (Labeling Theory)[22] ทฤษฎีนี้เชื่อว่า การศึกษาที่มองเฉพาะพฤติกรรมอาชญากรรม หรือตัวอาชญากรนั้น ไม่สามารถทำให้ผู้ศึกษาเข้าใจปรากฏการณ์อาชญากรรมหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบนได้อย่างถูกต้องและลึกซึ้งจำเป็นต้องศึกษาอาชญากรรม โดยมองที่ส่วนประกอบของสังคมทั้งหมด หรืออีกนัยหนึ่งการศึกษาอาชญากรรมจำเป็นต้องศึกษาจากปฏิกิริยาของสังคมที่มีต่อพฤติกรรมอาชญากรรมนั้นด้วย รวมถึงปฏิกิริยาตอบโต้จากหน่วยงานของรัฐและของประชาชนในสังคมต่อผู้กระทำผิดและเหตุการณ์ที่ถูกกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดอาญา ดังนั้นการศึกษาแนวนี้จึงมีมุมมองต่อพฤติกรรมอาชญากรรมแตกต่างจากทฤษฎีอาชญาวิทยาทั่วไป โดยเป็นการมองการโต้ตอบกลับของสังคมและปฏิกิริยาของสังคมที่มีต่อตัวอาชญากรเอง เนื่องจากอาชญากรเหล่านี้ รู้สึกว่าตนเอง มีตราบาปหรือโดนสังคมรอบข้าง ถูกตีตราให้เป็นผู้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน และไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ อาชญากรเหล่านี้ไม่สามารถทนต่อแรงกดดันหรือเกลียดชังจากสังคมได้และไม่มีทางออก จึงหวนกลับเข้าไปสู่ วงจรการกระทำผิด หรือก่อเหตุอาชญากรรมแบบซ้ำๆ ซากๆอย่างเดิม

          รวมถึงทฤษฎีจิตวิเคราะห์หรือทฤษฎีที่เกี่ยวกับความผิดปกติหรือบกพร่องของจิตก็สามารถนำมาอธิบายการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องหาในคดีที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เพราะ ผู้ต้องหาในทุกๆคดีที่ได้นำมาเสนอนั้นไม่ได้กระทำผิดแค่ครั้งเดียวแต่เป็นการกระทำผิดซ้ำซ้ำๆโดยไม่มีความสำนึกหรือความเกรงกลัวต่อกฎหมายใดๆถึงแม้ว่าสถิติการกระทำผิดซ้ำในประเทศไทยนั้นจะมีสถิติที่ไม่สูงมากนักถ้าเทียบกับต่างประเทศก็อาจจะเห็นได้ว่าต่ำกว่าประเทศแถบยุโรปเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อได้ศึกษาถึงคดีที่ผู้ต้องหากระทำผิดซ้ำๆหรือมีความไม่สำนึก ต่อการกระทำผิดของตนเองเมื่อพ้นโทษมาวางแผนและสามารถกระทำผิดซ้ำแบบเดิมได้อีกหรือไม่ก็กระทำผิดได้อย่างโหดร้ายและทารุณมากกว่าเดิมสะท้อนให้เห็นว่าการบำบัดและฟื้นฟูในกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถบำบัดและฟื้นฟูบุคคลประเภทนี้ได้ จึงต้องพัฒนาและแสวงหาวิธีการที่จะบำบัดและฟื้นฟูผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดปริมาณการกระทำผิดซ้ำ ในประเทศไทย โดยการมุ่งเน้น แสวงหาวิธีใหม่ๆในการปรับทัศนคติหรือพัฒนาสุขภาพจิตให้ผู้ต้องหามีความปกติมากที่สุดแล้วจึงจะปล่อยกลับเข้าสู่สังคมและดำเนินชีวิต อย่างเป็นปกติ

 

 

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

  • นัทธี จิตสว่าง.สถิติการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในประเทศไทย.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:http://www.nathee-chitsawang.c...สถิติการกระทำผิดซ้ำของ[28 พฤศจิกายน 2560]
  • กรมราชทัณฑ์(The Department of Corrections).[ออนไลน์].แหล่งที่มา:http://www.correct.go.th/newco... พฤศจิกายน 2560]
  • พลตำรวจตรี ดร.พรชัย ขันตี และคณะ.ทฤษฎีอาชญาวิทยา: หลักการ งานวิจัย และนโยบายประยุกต์.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร.สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต.2558
  • ชุลีพร บุตรโคตร ,ชนากานต์ อาทรประชาชิต และศูนย์ข่าว TCIJ.สถิติเด็กผิดคดี'ยาเสพติด'มากสุด กรมพินิจฯเร่งปรับแผน-แยกกลุ่ม ฟื้นคืนสังคม-หวังลดกระทำผิดซ้ำ[ออนไลน์].2556.แหล่งที่มา :http://www.tcijthai.com/news/2... พฤศจิกายน 2560]
  • สุมนทิพย์  จิตสว่าง.อาชญากรรมอาชีพ.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:http://www.polsci.chula.ac.th/...พฤศจิกายน 2560]
  • Thailand institute of justice.[Online].Available from: http://www.tijthailand.org/mai... [2017,November 28]
  • เอกชัย จั่นทอง.หญิงไทยเอี่ยวคดียาเสพติด ยอดติดคุกอันดับ4ของโลก.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:https://m.posttoday.com/analys... [28พฤศจิกายน 2560]
  • ไทยรัฐฉบับพิมพ์.รวบเดนคุก-ติดพนัน ลักทรัพย์ตามห้องพัก.[ออนไลน์].2559.แหล่งที่มา:https://www.thairath.co.th/con... พฤศจิกายน 2560]
  • Criminal-justice.Routine Activities Theory.[Online].Available from:http://criminal-justice.iresea... [2017, November 29]
  • ไทยรัฐออนไลน์.ล่าหื่นเดนคุก ลวง ด.ญ. 9 ขวบ ช่วยสำเร็จความใคร่ พบอาจติดเชื้อ HIV.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:https://www.thairath.co.th/con... พฤศจิกายน 2560]
  • รองศาสตราจารย์ ดร.อัณณพ ชูบำรุง และ ดร.อุนิษา เลิสโตมรสกุล.อาชญากรรมและอาชญาวิทยา.จำนวน 2000 เล่ม,พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย,2555.
  • ยุราวดี เนื่องโนราช.จิตวิทยาพื้นฐาน.จำนวน 1000 เล่ม,พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพมหานคร:โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์.2558
  • TheThainews.เฉยๆอะ เหมือนฆ่ามดฆ่าปลา!! เปิดคำพูด “หมูหยอง” หลังฆ่าเผา ฝังดิน “น้องรัน” พอถามอยากจะขอโทษพ่อแม่เขาไหม มันตอกกลับมาแบบนี้ คนสาปแช่งลงนรก.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:http://www.thethainews.net/201... พฤจิกายน 2560]

[1] นัทธี จิตสว่าง.สถิติการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังในประเทศไทย.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:http://www.nathee-chitsawang.c...สถิติการกระทำผิดซ้ำของ[28 พฤศจิกายน 2560]

[2]กรมราชทัณฑ์(The Department of Corrections).[ออนไลน์].แหล่งที่มา:http://www.correct.go.th/

newcorrectweb/index.php/home[28 พฤศจิกายน 2560]

[3] พลตำรวจตรี ดร.พรชัย ขันตี และคณะ.ทฤษฎีอาชญาวิทยา: หลักการ งานวิจัย และนโยบายประยุกต์.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร.สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต.2558

[4] ชุลีพร บุตรโคตร ,ชนากานต์ อาทรประชาชิต และศูนย์ข่าว TCIJ.สถิติเด็กผิดคดี'ยาเสพติด'มากสุด กรมพินิจฯเร่งปรับแผน-แยกกลุ่ม ฟื้นคืนสังคม-หวังลดกระทำผิดซ้ำ[ออนไลน์].2556.แหล่งที่มา :http://www.tcijthai.com/news/2... พฤศจิกายน 2560]

[5]   ชุลีพร บุตรโคตร ,ชนากานต์ อาทรประชาชิต และศูนย์ข่าว TCIJ.สถิติเด็กผิดคดี'ยาเสพติด'มากสุด กรมพินิจฯเร่งปรับแผน-แยกกลุ่ม ฟื้นคืนสังคม-หวังลดกระทำผิดซ้ำ[ออนไลน์].2556.แหล่งที่มา :http://www.tcijthai.com/news/2013/01/scoop/1962[28 พฤศจิกายน 2560]

[6] สุมนทิพย์  จิตสว่าง.อาชญากรรมอาชีพ.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:http://www.polsci.chula.ac.th/...พฤศจิกายน 2560]

[7] Thailand institute of justice.[Online].Available from: http://www.tijthailand.org/mai... [2017,November 28]

[8] เอกชัย จั่นทอง.หญิงไทยเอี่ยวคดียาเสพติด ยอดติดคุกอันดับ4ของโลก.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:

https://m.posttoday.com/analys... [28พฤศจิกายน 2560]

[9] ไทยรัฐฉบับพิมพ์.รวบเดนคุก-ติดพนัน ลักทรัพย์ตามห้องพัก.[ออนไลน์].2559.แหล่งที่มา:https://www.thairath.co.th/con... พฤศจิกายน 2560]

[10] สุมนทิพย์  จิตสว่าง.อาชญากรรมอาชีพ.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:http://www.polsci.chula.ac.th/...พฤศจิกายน 2560]

[11] Criminal-justice.Routine Activities Theory.[Online].Available from:http://criminal-justice.iresea... [2017, November 29]

[12] ไทยรัฐออนไลน์.ล่าหื่นเดนคุก ลวง ด.ญ. 9 ขวบ ช่วยสำเร็จความใคร่ พบอาจติดเชื้อ HIV.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:https://www.thairath.co.th/con... พฤศจิกายน 2560]

[13] ไทยรัฐออนไลน์.ล่าหื่นเดนคุก ลวง ด.ญ. 9 ขวบ ช่วยสำเร็จความใคร่ พบอาจติดเชื้อ HIV.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:https://www.thairath.co.th/con... พฤศจิกายน 2560]

[14] รองศาสตราจารย์ ดร.อัณณพ ชูบำรุง และ ดร.อุนิษา เลิสโตมรสกุล.อาชญากรรมและอาชญาวิทยา.จำนวน 2000 เล่ม,พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย,2555.

[15] รองศาสตราจารย์ ดร.อัณณพ ชูบำรุง และ ดร.อุนิษา เลิสโตมรสกุล.อาชญากรรมและอาชญาวิทยา.จำนวน 2000 เล่ม,พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย,2555.

[16]   รองศาสตราจารย์ ดร.อัณณพ ชูบำรุง และ ดร.อุนิษา เลิสโตมรสกุล.อาชญากรรมและอาชญาวิทยา.จำนวน 2000 เล่ม,พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย,2555.

[17] พลตำรวจตรี ดร.พรชัย ขันตี และคณะ.ทฤษฎีอาชญาวิทยา: หลักการ งานวิจัย และนโยบายประยุกต์.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร.สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต.2558

[18] พลตำรวจตรี ดร.พรชัย ขันตี และคณะ.ทฤษฎีอาชญาวิทยา: หลักการ งานวิจัย และนโยบายประยุกต์.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร.สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต.2558

[19] ยุราวดี เนื่องโนราช.จิตวิทยาพื้นฐาน.จำนวน 1000 เล่ม,พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพมหานคร:โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์.2558

[20] TheThainews.เฉยๆอะ เหมือนฆ่ามดฆ่าปลา!! เปิดคำพูด หมูหยองหลังฆ่าเผา ฝังดิน น้องรันพอถามอยากจะขอโทษพ่อแม่เขาไหม มันตอกกลับมาแบบนี้ คนสาปแช่งลงนรก.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:http://www.thethainews.net/201... พฤจิกายน 2560]

[21] TheThainews.เฉยๆอะ เหมือนฆ่ามดฆ่าปลา!! เปิดคำพูด “หมูหยอง” หลังฆ่าเผา ฝังดิน “น้องรัน” พอถามอยากจะขอโทษพ่อแม่เขาไหม มันตอกกลับมาแบบนี้ คนสาปแช่งลงนรก.[ออนไลน์].2560.แหล่งที่มา:http://www.thethainews.net/201... พฤจิกายน 2560]

[22] พลตำรวจตรี ดร.พรชัย ขันตี และคณะ.ทฤษฎีอาชญาวิทยา: หลักการ งานวิจัย และนโยบายประยุกต์.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร.สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรังสิต.2558

หมายเลขบันทึก: 647855เขียนเมื่อ 1 มิถุนายน 2018 19:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 มิถุนายน 2018 19:24 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี