ร.ร.เทพศาลาประชาสรรค์ ชวนเด็ก 15 ปีไม่ขี่มอเตอร์ไซค์

ร.ร.เทพศาลาประชาสรรค์   ชวนเด็ก 15 ปีไม่ขี่มอเตอร์ไซค์

เปลี่ยนทัศนคติลดการสูญเสีย

          โรงเรียนเทพศาลาประชาสรรค์ ต.ศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 2 มีจำนวนนักเรียน 1,016 คน และบุคลากรทางการศึกษา 69 คน

            จากการที่โรงเรียนอยู่ไม่ห่างจากตัวอำเภอมากนัก เด็กนักเรียนส่วนใหญ่จึงนิยมขับรถจักรยานยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ มาโรงเรียนด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติตามค่านิยมของเด็กต่างจังหวัด ขณะที่เด็กบ้านอยู่ไกลบางส่วนอาจจะใช้บริการนั่งรถรับ-ส่ง ไปเช้าเย็นกลับ

            ด้วยความที่โรงเรียนอยู่ติดกับถนนสายหลัก มีรถสัญจรไปมาปริมาณมาก เมื่อนักเรียนขับรถมอเตอร์ไซค์มาเองจึงเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งช่วงขามาและขากลับ แต่ละปีจึงมีเด็กประสบอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ทั้งจากการชนกับคันอื่น หรือล้มเอง และหนักที่สุด คือปี 2559 มีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งที่อายุเพียงแค่ 13 ปีเท่านั้น

            เหตุนี้ทางโรงเรียนจึงแก้ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในกลุ่มนักเรียน โดยได้เข้าร่วมโครงการ “เด็ก don’t drive:15ปี ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์” ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับโรงเรียนอีก 80 แห่งใน 25 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างเยาวชนแกนนำและจัดกิจกรรมรณรงค์ลดอัตราการขับขี่รถจักรยานยนตร์มาโรงเรียนและหลังเลิกเรียนในเด็กวัยก่อน 15 ปี

            ทั้งนี้เด็กวัยไม่ถึง 15 ปี ไม่สามารถขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้ เพราะผิดกฎหมายและยังขาดวุฒิภาวะในการคิดและตัวสินใจ มีความคึกคะนองโลดโผน  แต่พ่อแม่ผู้ปกครองก็ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มักนิยมสอนให้ลูกขับเป็นจะได้ใช้งานแทนมือแทนไม้ และขับไปโรงเรียนเอง เป็นการลดภาระในการไปรับ-ส่ง แต่ก็นำมาซึ่งอุบัติเหตุและการสูญเสีย

            จากการเปิดเผยของศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าสถานการณ์การตายของเด็ก 10-14 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 มาจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ ทั้งการขับขี่ก่อนวัย เมาแล้วขับ ขับเร็ว และไม่ใส่หมวกนิรภัย และเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 700 รายต่อปี

            ธนชัย ขุนแก้ว ครูโรงเรียนเทพศาลาประชาสรรค์ ในฐานะครูที่ปรึกษาโครงการ กล่าวว่า สาเหตุที่เด็กๆ ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะมีความจำเป็นต้องใช้ พ่อแม่วานไปทำธุระให้บ้าง บางคนอาศัยอยู่กับคนแก่ก็ต้องใช้ไปซื้อของ ไปทำธุระแทนให้ รวมถึงขับไปเรียนหนังสือ ซึ่งก็อย่างที่เห็นเด็กบางคนยังอายุไม่ถึง 15 ปี ก็ประสบอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง และบางครั้งเด็กก็ไม่ยอมกลับบ้าน พอเลิกเรียนก็ขับรถไปเที่ยวกับเพื่อนต่อ สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ปัญหายาเสพติด

            “เราจึงมารณรงค์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งจากการสำรวจเด็กที่นำรถมาโรงเรียนมีจำนวน 104 ราย เป็นเด็ก ม.ต้น จำนวน 18 ราย อย่างแรก คือการเปลี่ยนทัศนคติและขอความร่วมมือผู้ปกครองไม่ให้เด็กนำรถมาโรงเรียน ให้มารับ-ส่ง ด้วยตัวเอง หรือให้เขามีทางเลือกอื่นๆ เช่น นั่งรถรับ-ส่ง หรือรายไหนบ้านไกลเราก็มีบ้านพักกินนอนให้” ครูธนชัย กล่าว

            ส่วนการรณรงค์ในรั้วโรงเรียนนั้น คือได้มีการประชาสัมพันธ์หน้าเสาธงในตอนเช้า และประกาศเสียงตามสายช่วงพักกลางวัน นอกจากนี้มีการจัดค่ายอบรมให้ความรู้เรื่องการขับขี่ การประกวดคำขวัญ ประกวดป้ายนิเทศ ประกวดออกแบบโปสเตอร์ ประกวดวาดภาพระบายสี และประกวดหนังสั้น  ซึ่งทุกกิจกรรมจะเน้นการมีส่วนร่วมของเด็กๆ

            นอกจากนี้ยังใช้วิธีการบอกเล่าประสบการณ์ตรงของนักเรียนที่เคยพบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่เพื่อนๆ ในโรงเรียน ดังเช่นกรณี ด.ช.ภูผา ยอดสุทธิ นักเรียนชั้น ม.2 เขาได้รับบาดเจ็บจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์มาแล้ว และรู้สึกเข็ดไปอีกนาน

            ภูผา เล่าว่า เริ่มหัดขับมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่อายุ 13 ปี โดยเพื่อนช่วยสอนให้ พอเริ่มขับได้ก็อยากซิ่ง แข่งกับเพื่อน แต่วันที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ารถเสียหลักไปเกี่ยวกันล้ม ทำให้บาดเจ็บแผลถลอกไปทั้งตัว หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยกล้าขี่อีก กระทั่งทางโรงเรียนรณรงค์ให้เด็กอายุไม่ถึง 15 ปี ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ ก็เลิกขับรถมาเอง ซึ่งก็ไม่รู้สึกว่าลำบาก ทั้งคอยไปช่วยเตือนเพื่อนที่ขับซิ่งขับแว้นอีกด้วย

            ทางด้าน พ.ต.ต.สายชล บัวเถื่อน สว.ปป.สน.ลาดยาว ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับชิดโดยตรง และเข้าร่วมรณรงค์กับนักเรียนบ่อยครั้ง กล่าวว่า ตลาดในชุมชนถือเป็นจุดเสี่ยงที่สุด เพราะมีการสัญจรทั้งรถวิ่ง คนเดิน พลุกพล่าน ประกอบกับชาวบ้านจะไม่ค่อยระมัดระวังในการข้ามถนน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะการตัดหน้า หรือการเลี้ยว หรือจอดอย่างกระชั้นชิด เราจึงได้จุดเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกให้ช่วงเช้าและเย็น

            อย่างไรก็ดีการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมายนั้น เราทำในลักษณะรณรงค์หึ้ความรู้โดยเริ่มจากตัวเด็กที่โรงเรียนก่อน จากนั้นเวลามีงานประชุมผู้ปกครองก็จะมีการมาให้ความรู้เรื่องกฎหมายจราจรควบคู่ด้วย ให้เขาเข้าใจก่อนแล้วจึงค่อยๆ บังคับใช้กฎหมาย

            ส่วนเด็กแว้นซิ่ง ถ้าหากเราเจอก็จะยึดรถแล้วประสานให้ผู้ปกครองมารับรถกลับ ส่วนไหนที่ว่ากล่าวตักเตือนได้ก็จะแจ้งไปทางโรงเรียนเพื่อนช่วยกวดขันอีกทางหนึ่ง

            จากการรณรงค์โครงการมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้เด็กนักเรียนและผู้ปกครองได้มีความตระหนักความสำคัญของการห้ามเด็ก 15 ปีไม่ให้ขี่มอเตอร์ไซค์ โดยเด็กชั้น ม.ต้นของโรงเรียนเทพศาลาประชาสรรค์ทั้งหมดเลิกนำรถมอเตอร์ไซค์มาอย่างเด็ดขาด

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม



ความเห็น (0)