หากดูจากเหตุผลของการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ พระราชบัญญัติควบคุมยางปี พ.ศ. 2481 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้ใช้บังคับมานานแล้ว บทบัญญัติต่างๆที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสมกับสภาพและความต้องการในด้านการผลิต การค้า การส่งออก การนำเข้า การคัดและจัดชั้นยาง การควบคุมมาตรฐานและการบรรจุหีบห่อยาง ทั้งนี้ก็เพื่อการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยอยู่ในฐานะสมาชิกขององค์การยางธรรมชาติระหว่างประเทศ ข้อผูกพันตามสนธิสัญญารักษาเสถียรภาพของราคายางธรรมชาติ โครงการจัดตั้งตลาดร่วมของยางธรรมชาติของสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ โครงการควบคุมและร่วมมือเรื่องมาตรฐานและการค้ายางขององค์การยางธรรมชาติระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือเรื่องยางธรรมชาติระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยางเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

                      นั่นคือเหตุผลของการกลายมาเป็นพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 ซึ่งเหตุผลหลักก็คือการปรับปรุงให้กฎหมายเหมาะสมกับสภาวการณ์ และการทำให้กฎหมายควบคุมยางสอดคล้องหรือเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีที่ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันในทางระหว่างประเทศ ดังที่กล่าวไว้แล้ว ซึ่งข้อผูกพันในทางระหว่างประเทศของประเทศไทยในเรื่องที่เกี่ยวกับยางธรรมชาตินั้น โดยหลักก็เพื่อการรักษาระดับราคายางให้มีเสถียรภาพและเป็นธรรมแก่ประเทศผู้ผลิตและประเทศผู้ใช้ เช่น องค์การยางธรรมชาติระหว่างประเทศเกิดขึ้นก็ด้วยเหตุผลดังกล่าว เป็นต้น หรือเพื่อการสร้างคุณภาพในเชิงการผลิตให้แก่สินค้ายาง

                    โดยหลักปฏิบัติเพื่อยกระดับมาตรฐานยางและบังคับให้เป็นไปตามความตกลงที่ผูกพันประเทศไทยในเรื่องที่เกี่ยวกับยางนั้น พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 จึงมีบทบัญญัติบางประการที่เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และเพื่อการบังคับให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ได้ให้อำนาจแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับอธิบดีกรมวิชาการการเกษตรเป็นผู้มีอำนาจอย่างมากมายตามพระราชบัญญัตินี้ อีกทั้งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 ยังมีโทษทางอาญาทั้งจำและทั้งปรับอีกด้วย

                 ซึ่งหากพิจารณากฎหมายฉบับนี้ทั้งฉบับแล้วจะพบว่า เป็นการกำหนดและวางหลักการปฏิบัติในการประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับยางทั้งระบบ โดยเนื้อหาของ พรบ.จะแบ่งเป็น 5 หมวด ดังนี้

    หมวดที่ 1 จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคณะกรรมการควบคุมยาง         

   หมวดที่ 2 จะเป็นเรื่องการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต        

  หมวดที่ 3 จะเป็นเรื่องหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต        

  หมวดที่ 4 จะเป็นเรื่องพนักงานเจ้าหน้าที่

   หมวดที่ 5 จะเป็นเรื่องบทกำหนดโทษ

                          เนื้อหาทั้ง 5 หมวดดังกล่าวนี้ แม้จะมีการกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมยางอยู่ก็ตาม แต่คณะกรรมการควบคุมยางเป็นเพียงผู้ที่ให้ความเห็นแนะนำและให้คำปรึกษาเท่านั้นตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติ อำนาจที่แท้จริงในการบังคับให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และอธิบดีกรมวิชาการการเกษตร