จากประวัติของความร่วมมือในกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางดังที่ได้กล่าวไปแล้วดังนั้นจึงพูดได้ว่าด้วยเหตุแห่งความตกต่ำของราคายางที่ประเทศผู้ผลิตยางได้รับผลกระทบร่วมกันจึงทำให้เกิดความตระหนักร่วมมือกันในการพยายามควบคุมราคายางในทางระหว่างประเทศ จึงกลายเป็นที่มาของพระราชบัญญัติควบคุมยางในประเทศไทย ซึ่งมีความสำคัญในฐานะของกฎหมายภายในที่เป็นหลักปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับพันธะกรณีในทางระหว่างประเทศที่ประเทศไทยต้องผูกพันอยู่ ดังนั้นแม้ว่าระยะเวลาของการใช้พระราชบัญญัติควบคุมยางนี้จะผ่านมาเป็นเวลาเกือบจะเจ็ดสิบปีแล้วก็ตาม ก็หาได้ลดความสำคัญลงไปแต่อย่างใด แต่ในทางตรงกันข้ามกลับยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะกฎหมายที่ช่วยพัฒนาส่งเสริมและควบคุมระบบการยางของประเทศไทยให้ดีขึ้นไปอีก

               ความสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อกิจการยางพาราของประเทศไทย ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สร้างรายได้มหาศาล ให้แก่ประเทศไทยในปัจจุบัน จึงอาจพูดได้ว่าหลอดเลือดทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมาจากหลอดเลือดยางพาราที่หล่อเลี้ยงและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าไปเป็นสำคัญ การศึกษาถึงพระราชบัญญัติควบคุมยางพารา จึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากที่จะบ่งชี้ถึงภาวะแห่งกลไกการขับเคลื่อนพืชเศรษฐกิจชนิดนี้ว่าจะมีหนทางไปในทิศทางใด

                  ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ กว่า 60 ประเทศทั่วโลก ขณะที่มีการใช้ยางภายในประเทศประมาณร้อยละสิบของปริมาณการผลิตทั้งหมดที่เหลือเป็นการส่งออก  ดังนั้นในแง่ของความสำคัญแล้ว พระราชบัญญัติควบคุมยางจึงไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่การควบคุมปริมาณการส่งออก(Export Quotas)ตามวัตถุประสงค์หลักของข้อตกลงจำกัดยางระหว่างประเทศ ในการทำให้ยางมีระดับราสูงขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งนี้ยังรวมถึงการสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการยางพารา และสร้างเสถียรภาพทางราคาให้เกิดขึ้นกับยางพาราอย่างมีคุณภาพโดยการพัฒนายางของประเทศไปสู่การยอมรับของสากล

              พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 จึงเป็นพระราชบัญญัติที่มีสาระสำคัญแตกต่างจากพระราชบัญญัติควบคุมยางก่อนหน้า ซึ่งจากที่กล่าวไปแล้วว่าความสำคัญของพระราชบัญญัติควบคุมยางปี พ.ศ.2542 ไม่เพียงแค่การสนองตอบต่อการควบคุมในเชิงปริมาณเท่านั้นแต่ยังเน้นถึงเชิงคุณภาพของยางอีกด้วย พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 จึงมีหลักการเพื่อควบคุมและกำกับดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางให้เป็นระบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การค้า การแปรรูปยาง ตลอดจนการตลาดยาง ซึ่งเป็นการควบคุมยางทั้งระบบให้มีคุณภาพเพื่อแข่งขันและให้เป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ทั้งนี้โดยหลักก็เพื่อการสร้างคุณภาพเพื่อการส่งออก